เปิด 4 เงื่อนไข ‘ทีมชาติไทย’ ลุ้นทะลุรอบน็อกเอาต์16ทีม ศึกเอเชี่ยนคัพ 2019

หลังจากที่ทัพนักเตะ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย เฉือนคว้าชัยเหนือ บาห์เรน 1-0 ซึ่งเป็นการเอาชนะได้ในรอบ 39 ปี ทำให้ทีมชาติไทยคว้า 3 แต้มแรกในศึกฟุตบอลเอเชี่ยนคัพ 2019 ที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เมื่อวันที่ 10 มกราคมที่ผ่านมา โดยโปรแกรมรอบแรก กลุ่มเอ นัดสุดท้าย ทีมชาติไทยจะต้องตัดสินชี้ชะตาการเข้ารอบน็อกเอาต์ 16 ทีมสุดท้ายพบเจ้าภาพ ยูเออี ส่วน อินเดีย จะพบ บาห์เรน แข่งขันวันที่ 14 มกราคม เวลาเดียวกัน 23.00 น. ตามเวลาประเทศไทย

สำหรับ ทีมชาติไทยกลับมาอยู่ในเส้นทางลุ้นผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายศึกเอเชี่ยนคัพเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ซึ่งสถานการณ์ตอนนี้ทั้ง 4 ทีมในกลุ่มเอยังมีลุ้นผ่านเข้าสู่รอบต่อไปทั้งหมด โดยจ่าฝูงเป็นเจ้าภาพ ยูเออี มี 4 แต้ม ตามมาด้วยอันดับ 2 อินเดีย ที่มี 3 แต้มเท่ากับ ทีมชาติไทย แต่เฮดทูเฮดอินเดียดีกว่า และอันดับ 4 บาห์เรน มี 1 แต้ม โดยที่เงื่อนไขการเข้ารอบของทีมชาติไทยจะประกอบไปด้วย

1.กรณีที่ ทีมชาติไทย ชนะ ยูเออี จะทำให้มีเพิ่มเป็น 6 แต้ม พร้อมการันตีการผ่านเข้าสู่รอบต่อไปทันทีในฐานะอันดับ 1 หรือ 2 ของกลุ่ม ซึ่งถ้าจบด้วยการเป็นแชมป์กลุ่มจะต้องลุ้นให้ อินเดีย ไม่ชนะ บาห์เรน เพราะกรณีที่ อินเดีย ชนะ จะทำให้มี 6 แต้มเท่ากัน แต่อินเดียเฮดทูเฮดดีกว่า

2.กรณีที่ ทีมชาติไทย เสมอ ยูเออี จะทำให้มีเพิ่มเป็น 4 แต้ม ซึ่งถ้าต้องการจบเป็นรองแชมป์กลุ่มจะต้องลุ้นให้ บาห์เรน ชนะ อินเดีย เท่านั้น เพราะแม้ว่า บาห์เรน จะมีเพิ่มเป็น 4 แต้มเท่ากัน แต่ ทีมชาติไทย ยังมีเฮดทูเฮดที่ดีกว่า

3.ในทางกลับกัน กรณีที่ อินเดีย ไม่แพ้ บาห์เรน จะทำให้ทีมชาติไทยหล่นมาจบอันดับ 3 ของกลุ่มเอทันที และทีมชาติไทยจะต้องไปลุ้นเข้ารอบ ในฐานะทีมอันดับ 3 ดีที่สุด 4 ทีมจากทั้งหมด 6 กลุ่ม เพื่อผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ 16 ทีมสุดท้ายต่อไป

4.กรณีที่ ทีมชาตไทย พลาดท่าแพ้ยูเออี จะทำให้มี 3 แต้มเท่าเดิม ดังนั้น ต้องลุ้นให้ บาห์เรน ไม่ชนะ อินเดีย เท่านั้น ทีมชาติไทยจึงจะจบอันดับ 3 ของกลุ่มเอ และต้องลุ้นเข้ารอบ เป็นอันดับ 3 ดีที่สุด 4 ทีมจาก 6 กลุ่ม ซึ่งกรณีนี้ลุ้นเข้ารอบค่อนข้างยากลำบากที่สุด

สำหรับรอบ 16 ทีมสุดท้าย ทีมกลุ่มเอ จะพบกับคู่ต่อสู้ดังต่อไปนี้

แชมป์กลุ่มเอ จะพบกับ อันดับ 3 ที่ดีที่สุดจากกลุ่มซี, ดี หรือ เอฟ

โดยจะแข่งขันที่สนาม ซายิด สปอร์ต ซิตี้ ในวันที่ 21 มกราคม 2562

รองแชมป์กลุ่ม เอ จะพบกับ รองแชมป์กลุ่มซี (จีน, เกาหลีใต้, คีร์กิซสถาน, ฟิลิปปินส์)

โดยจะแข่งขันที่สนาม โมฮัมเหม็ด บิน ซายิด ในวันที่ 20 มกราคม 2562

อันดับ 3 กลุ่มเอ ในกรณีที่ได้สิทธิ เป็น 4 ใน 6 ทีม ที่มีผลงานดีที่สุด จะพบกับ แชมป์กลุ่มบี หรือ ซี

กลุ่ม บี- จอร์แดน, ปาเลสไตน์, ซีเรีย, ออสเตรเลีย

กลุ่ม ซี- จีน, เกาหลีใต้, คีร์กิซสถาน, ฟิลิปปินส์

 

ที่มา:มติชนออนไลน์

Previous articleหุ้นปิดตลาดภาคเช้าบวก 2.56 จุด ดัชนี 1,590 จุด มูลค่าซื้อขาย 2 หมื่นล้าน
Next article‘นิด้าโพล’ เผยเด็กไทยในยุคดิจิทัลอยากมีอาชีพส่วนตัว ด้านพ่อแม่อยากให้เป็น ‘ข้าราชการ’