เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พยากรณ์อากาศวันนี้ (4 ก.ค. 69) ฝนตกหนัก 60-70% ทุกพื้นที่ เตือนคลื่นสูง 2-3 เมตร
News พยากรณ์อากาศวันนี้ (4 ก.ค. 69) ฝนตกหนัก 60-70% ทุกพื้นที่ เตือนคลื่นสูง 2-3 เมตร
SMEs เซ่นพิษค่าฟีแพลตฟอร์มใหญ่ ต่างชาติฟันกำไร ผู้ค้ายิ่งขายยิ่งเจ๊ง
Tech SMEs เซ่นพิษค่าฟีแพลตฟอร์มใหญ่ ต่างชาติฟันกำไร ผู้ค้ายิ่งขายยิ่งเจ๊ง
ราคาน้ำมันวันนี้ (4 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์
Business ราคาน้ำมันวันนี้ (4 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์
ล้างไพ่ประมูลใหม่ไฮสปีด EEC รื้อสัมปทาน PPP-รัฐลงทุนแสนล้าน
Economic ล้างไพ่ประมูลใหม่ไฮสปีด EEC รื้อสัมปทาน PPP-รัฐลงทุนแสนล้าน
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (4 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 1.99% อยู่ที่ 62,626 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (4 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 1.99% อยู่ที่ 62,626 เหรียญสหรัฐ
นายกฯ เผยคุยยาว ป.ป.ส. กำชับออกนโยบายกัญชา ไม่ต้องเอาใจรัฐบาล ย้ำดูทุกมิติ
Politics นายกฯ เผยคุยยาว ป.ป.ส. กำชับออกนโยบายกัญชา ไม่ต้องเอาใจรัฐบาล ย้ำดูทุกมิติ
‘แอร์สาว’ กระทบภาพลักษณ์การบินไทย หวั่นออสเตรเลียแบนทุบ ‘ฮับการบิน’
Business ‘แอร์สาว’ กระทบภาพลักษณ์การบินไทย หวั่นออสเตรเลียแบนทุบ ‘ฮับการบิน’
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2569 เปิดแก้ข้อมูลลงทะเบียนถึง 15 ก.ค.นี้ เช็กเงื่อนไข 4 กรณี
HR เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2569 เปิดแก้ข้อมูลลงทะเบียนถึง 15 ก.ค.นี้ เช็กเงื่อนไข 4 กรณี
“ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ดันยอดผู้โดยสาร MRT 4 สายเพิ่มขึ้น ‘สีชมพู’ มากสุด
Economic “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ดันยอดผู้โดยสาร MRT 4 สายเพิ่มขึ้น ‘สีชมพู’ มากสุด
ไทม์ไลน์ความขัดแย้ง ‘ทราย สมุทร’ ถึงจุดเปลี่ยน แม่ยื่นถอนฟ้องเปิดทางเจรจา
News ไทม์ไลน์ความขัดแย้ง ‘ทราย สมุทร’ ถึงจุดเปลี่ยน แม่ยื่นถอนฟ้องเปิดทางเจรจา
ดูทั้งหมด

IMF เพิ่มคาดการณ์จีดีพีโลก เศรษฐกิจสหรัฐโต-นโยบายการคลังจีนเป็นแรงหนุน

31 ม.ค. 2567 | 10:44น.
เศรษฐกิจสหรัฐ

เศรษฐกิจสหรัฐ

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของจีดีพีโลกในปี 2024 เป็น 3.1% จากคาดการณ์ครั้งก่อนหน้าที่คาดว่าจะโต 2.9% โดยระบุว่ามีแรงหนุนจากเศรษฐกิจสหรัฐที่จะโตมากกว่าที่คาด บวกกับการสนับสนุนเศรษฐกิจด้วยนโยบายการคลังของจีน

เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2024 กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เผยแพร่รายงานคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจโลกฉบับอัพเดตเดือนมกราคม 2024 ซึ่งในการคาดการณ์ครั้งใหม่นี้ IMF ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2024 เป็นโต 3.1% และปี 2025 โต 3.2% จากการคาดการณ์ครั้งก่อนหน้านี้ในเดือนตุลาคม 2023 ที่คาดว่าเศรษฐกิจโลกในปี 2024 จะโต 2.9% และปี 2025 จะโต 3.0% 

IMF ให้เหตุผลการปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์การเติบของเศรษฐกิจโลกว่า มีแรงหนุนมาจากเศรษฐกิจในสหรัฐอเมริกา และอีกหลายประเทศตลาดเกิดใหม่ และประเทศกำลังพัฒนามีความสามารถในการฟื้นตัวได้ดีกว่าที่คาดไว้ บวกกับการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยนโยบายการคลังของจีน 

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขคาดการณ์สำหรับปี 2024-2025 นั้นต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตระหว่างปี 2000-2019 ที่เติบโตเฉลี่ยปีละ 3.8% 

“เศรษฐกิจโลกยังคงแสดงความยืดหยุ่นอย่างน่าทึ่ง และตอนนี้เราอยู่ในขั้นสุดท้ายสู่การลงจอดอย่างนุ่มนวล โดยอัตราเงินเฟ้อลดลงอย่างต่อเนื่อง และการเติบโตยังคงอยู่ … แต่การขยายตัวยังคงเป็นไปอย่างช้า ๆ และอาจมีความวุ่นวายรออยู่ข้างหน้า” ปิแอร์-โอลิวิเยร์ กูรินชาส (Pierre-Olivier Gourinchas) หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ IMF กล่าว

สำหรับสหรัฐอเมริกาในปี 2024 นี้ IMF ได้เพิ่มการคาดการณ์การเติบโตเป็น 2.1% จากการคาดการณ์ครั้งก่อนหน้านี้ที่ 1.5% โดยอิงจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้เมื่อปลายปีที่แล้ว แต่ยังคงเป็นอัตราการเติบโตที่ชะลอตัวลงจากการเติบโต 2.5% ในปี 2023 เนื่องจากผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ความเข้มงวดทางการคลังอย่างค่อยเป็นค่อยไป และตลาดแรงงานที่อ่อนแอลงเป็นตัวฉุดรั้งอุปสงค์ 

สำหรับการค้าโลก IMF คาดการณ์การเติบโตที่ 3.3% ในปี 2024 และ 3.6% ในปี 2025 ซึ่งต่ำกว่าอัตราเฉลี่ยในอดีตที่โต 4.9% และกล่าวย้ำเตือนอีกครั้งเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่การค้าโลกจะแตกแยกเป็นกลุ่มคู่แข่ง โดยประเทศต่าง ๆ กำหนดข้อจำกัดทางการค้าใหม่ประมาณ 3,000 รายการในปีที่แล้ว ซึ่งเป็นเกือบ 3 เท่าของจำนวนที่มีในปี 2019 

สำหรับภาวะเงินเฟ้อที่ส่งผลสำคัญต่อเศรษฐกิจทั่วโลก IMF กล่าวว่าอัตราเงินเฟ้อลดลงเร็วกว่าที่คาดในภูมิภาคต่าง ๆ ส่วนใหญ่ของโลก ท่ามกลางการคลี่คล้ายของปัญหาด้านอุปทาน และการผ่อนคลายลงของนโยบายการเงินที่เข้มงวด อัตราเงินเฟ้อทั่วไปทั่วโลกคาดว่าจะลดลงเป็น 5.8% ในปี 2024 และลดลงเหลือ 4.4% ในปี 2025 โดยคาดการณ์ของปี 2025 ลดลงจากการคาดการณ์ครั้งก่อนหน้านี้ 

ด้วยภาวะเงินเฟ้อที่ลดต่ำลงและการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แนวโน้มที่จะเกิด Hard Landing หรือแรงกระแทกต่อเศรษฐกิจจากการขึ้นดอกเบี้ยปราบเงินเฟ้อได้ลดน้อยลง และความเสี่ยงต่อการเติบโตของเศรษฐกิจทั่วโลกก็มีความสมดุลในวงกว้าง

ในทางกลับกัน การลดเงินเฟ้อได้เร็วขึ้นอาจส่งผลภาวะทางการเงินผ่อนคลายลง นโยบายการคลังที่ผ่อนคลายเกินความจำเป็นและเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ในการคาดการณ์อาจบ่งบอกถึงการที่เศรษฐกิจจะเติบโตสูงขึ้นชั่วคราว แต่เสี่ยงที่จะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าในภายหลัง โมเมนตัมการปฏิรูปโครงสร้างที่แข็งแกร่งขึ้นอาจช่วยเสริมประสิทธิภาพการผลิตด้วยผลกระทบข้ามพรมแดนเชิงบวก 

ส่วนปัจจัยในด้านลบที่ IMF กล่าวถึงคือ ราคาสินค้าโภคภัณฑ์พุ่งสูงขึ้นจากภาวะช็อกทางภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงการโจมตีเรือในทะเลแดงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการหยุดชะงักของอุปทาน หรืออัตราเงินเฟ้อพื้นฐานที่คงอยู่อาจทำให้ภาวะการเงินตึงตัวยาวนานขึ้น ปัญหาภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ทวีความรุนแรงขึ้นในประเทศจีน หรือที่อื่น ๆ และการขึ้นภาษี และการลดค่าใช้จ่ายก็อาจทำให้เกิดความผิดหวังในการเติบโตอีกด้วย

IMF แนะผู้กำหนดนโยบายว่า ความท้าทายในระยะสั้นของผู้กำหนดนโยบาย คือ การจัดการอัตราเงินเฟ้อขั้นสุดท้ายให้บรรลุเป้าหมาย โดยปรับเทียบนโยบายการเงินเพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของอัตราเงินเฟ้อ และเมื่อแรงกดดันด้านค่าจ้างและราคาค่อย ๆ หายไปอย่างเห็นได้ชัด จะต้องปรับจุดยืนนโยบายให้มีความเข้มงวดน้อยลง

ในขณะเดียวกัน สำหรับหลาย ๆ กรณี ด้วยอัตราเงินเฟ้อที่ลดลงและเศรษฐกิจสามารถดูดซับผลกระทบของการเข้มงวดทางการคลังได้ดีขึ้นแล้ว สิ่งจำเป็นที่ผู้กำหนดนโยบายต้องทำคือ การมุ่งเน้นไปที่การใช้มาตรการรัดเข็มขัดทางการคลัง เพื่อที่จะสร้างขีดความสามารถด้านงบประมาณขึ้นใหม่ เพื่อให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต การเพิ่มรายได้ของรัฐ การจัดลำดับความสำคัญในการใช้จ่ายใหม่ และการลดหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้น

การปฏิรูปโครงสร้างที่กำหนดเป้าหมายและจัดเรียงลำดับอย่างระมัดระวัง จะช่วยเสริมการเติบโตของผลิตภาพและความยั่งยืนของหนี้ และเร่งการยกระดับไปสู่ระดับรายได้ที่สูงขึ้น การประสานงานพหุภาคีที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการแก้ปัญหาหนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาหนี้สิน และสร้างพื้นที่สำหรับการลงทุนที่จำเป็น รวมทั้งบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ