รู้จักแร่ “Rare Earth” อาวุธหนักจีนใน “เทควอร์”

“สงครามการค้า” ที่กำลังร้อนแรงขณะนี้ กำลังขยายสู่ “สงครามชิงผู้นำเทคโนโลยีโลก” เพราะในอนาคตหากใครสามารถครองความเป็นผู้นำแห่งโลกเทคโนโลยี ทั้งเรื่อง 5 จี, ระบบปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ย่อมหมายถึงการเป็นมหาอำนาจเศรษฐกิจโลก

นับจากสหรัฐอเมริกาขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเป็น 25% ไปถึงการขึ้นบัญชีดำยักษ์โทรคมนาคมจีนอย่าง “หัวเว่ย” โดยที่ “กูเกิล” ก็ขานรับ จำกัดการใช้งานระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ของหัวเว่ย ทำให้ไม่สามารถอัพเดตเวอร์ชั่นใหม่ได้ในอนาคต ทั้งระงับการเข้าถึงแอปพลิเคชั่นบน Google Play ซึ่งสร้างความตระหนกให้กับผู้ใช้งานอุปกรณ์ของหัวเว่ยทั่วโลก และบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐอีกหลายรายก็ออกมาส่งสัญญาณตัดสัมพันธ์กับหัวเว่ยตามกูเกิล

คำถามสำคัญคือ จีนจะมีมาตรการตอบโต้สหรัฐในสงครามการค้าที่ลุกลามกลายเป็น “สงครามเทคโนโลยี” อย่างไร

“ซินหัว” สื่อทางการของจีนระบุว่า ในวันเดียวกันนั้น ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ เข้าเยี่ยมชมโรงงานผลิตแร่ธาตุหายากหรือ “แรร์เอิร์ท” ของบริษัท เจแอล แมค แรร์-เอิร์ธ จำกัด ในเมืองกานโจวของมณฑลเจียงซี

การเดินทางของประธานาธิบดีสีครั้งนี้เป็นการส่งสัญญาณถึงสหรัฐ ให้เห็นว่าจีนเป็นผู้ครอบครอง “แรร์เอิร์ท” แร่ธาตุโลหะเบา ประกอบด้วยธาตุหายาก 17 ชนิดที่เป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิต “ชิป” เทคโนโลยีสมัยใหม่สำหรับคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ อาวุธ ไปจนถึงชิ้นส่วนยานอวกาศ และ “จีน” เป็นผู้ผลิตและส่งออกแร่แรร์เอิร์ทรายใหญ่สุดของโลก รองลงมาเป็น “ออสเตรเลียและสหรัฐ” ขณะที่สหรัฐเป็นผู้นำเข้าแร่แรร์เอิร์ทจากจีนหลักถึง 80%

“ไรอัน คาสตินโญ” กรรมการผู้จัดการบริษัทอาดัมส์ อินเทลลิเจนซ์ บริษัทวิจัยและที่ปรึกษาด้านตลาดโลหะและแร่ธาตุ ในแคนาดา กล่าวว่า การเยือนโรงงานผลิตแร่แรร์เอิร์ทของ “สี จิ้นผิง” ส่งสัญญาณเตือนไปสหรัฐ แม้จีนจะไม่ยินดีที่จะตัดการส่งออกทรัพยากร แต่ท่าทีดังกล่าวเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า “เรารู้จุดอ่อนของคุณ” ดังนั้น จีนอาจจะใช้แรร์เอิร์ทเป็นอาวุธในการตอบโต้สงครามเทคโนโลยี ด้วยการ “ระงับ” ส่งออกแร่ดังกล่าวเพื่อตอบโต้สหรัฐ

ขณะเดียวกันจีนเองก็เตรียมพร้อมในการพัฒนาเทคโนโลยี “ชิป” และระบบปฏิบัติการ (โอเอส) เพื่อที่จะเลิกการพึ่งพาเทคโนโลยีของสหรัฐมาอย่างเงียบ ๆ นานแล้ว โดยมีรายงานว่าหัวเว่ยได้ซุ่มพัฒนาระบบปฏิบัติการ “HongMeng” มาตั้งแต่ปี 2012 คาดว่าจะพร้อมออกมาใช้งานได้ในอีกไม่นาน รวมถึงบริษัทลูก “ไฮซิลิคอน” (HiSilicon) ก็เร่งพัฒนาชิปเทคโนโลยีขั้นสูงของตนเอง และล่าสุดบีบีซีรายงานว่า ARM ผู้พัฒนาชิปเซตบนมือถือจากสหราชอาณาจักร ได้ประกาศยุติสัมพันธ์ทางธุรกิจกับหัวเว่ยเมื่อ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการปิดกั้นการพัฒนาเทคโนโลยีของจีนอย่างรุนแรง

ขณะที่ “เหริน เจิ้งเฟย” ผู้ก่อตั้งหัวเว่ยได้ให้สัมภาษณ์สื่อจีนระบุว่า แม้ว่าหัวเว่ยจะใช้ชิปของสหรัฐในการผลิตอุปกรณ์ของหัวเว่ยมากกว่า 50% แต่บริษัทก็พร้อมรับมือต่อมาตรการแบนของสหรัฐ พร้อมทิ้งท้ายว่า “สหรัฐประเมินศักยภาพของเราต่ำเกินไป”

Previous articleวัดพลังยกแรก ขั้วพท.เฮ เฉือนชนะขั้วพปชร. 248 – 246 ไม่เลื่อนวาระเลือกปธ.สภา
Next article5 ส.ส. ตัว อ. พลังประชารัฐ ตัวพลิกเกมศึกชิงประธานสภาฯ