‘ไออาตา’ ชี้ ห้าม ‘737 แม็กซ์’ บินต่ออีก 3-4 เดือน

นายอเล็กซองด์ เดอ ฌุนเนียค ผู้อำนวยการสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (ไออาตา) กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคมนี้ถึงกรณีการห้ามไม่ให้นำเครื่องบินโดยสารแบบ 737 รุ่นแม็กซ์ ของบริษัทโบอิ้ง มาให้บริการโดยสารนับตั้งแต่เกิดเหตุเครื่องบินรุ่นดังกล่าวของสายการบินเอธิโอเปียน แอร์ไลน์ ประสบอุบัติเหตุตกขณะทะยานขึ้นจากท่าอากาศยานกรุงแอดดิสอะบาบา ได้ไม่นานจนคนบนเครื่อง 157 คนเสียชีวิตทั้งลำ เมื่อเดือนมีนาคมนี้ คล้ายคลึงกับเหตุเครื่องบินรุ่นเดียวกันของสายการบินไลออน แอร์ตกและเจ้าหน้าที่การบินกับผู้โดยสาร 189 คนเสียชีวิตทั้งหมดเมื่อ 5 เดือนก่อนว่า เป็นเรื่องยากที่จะระบุวันเวลาที่แน่ชัดได้ว่าเมื่อใดคำสั่งห้ามดังกล่าวจึงจะถูกยกเลิก เท่าที่ไออาตาเข้าใจจากข้อมูลที่ได้รับจากบรรดาหน่วยงานควบคุมการบินต่างๆ ในตอนนี้ก็คือ โบอิ้ง 737 แม็กซ์จะต้องถูกห้ามบินต่อไปอีกอย่างน้อยที่สุด 10-12 สัปดาห์

ผู้อำนวยการไออาตาระบุว่า การตัดสินใจว่าจะยินยอมให้นำเครื่องรุ่นนี้มาให้บริการการบินได้อีกเมื่อใดขึ้นอยู่กับการตัดสินของหน่วยงานกำกับดูแลทางการบินและหน่วยงานอื่นๆ ซึ่งรับผิดชอบในการให้การรับรอง โดยเปิดเผยด้วยว่าในอีกราว 5-7 สัปดาห์หลังจากนี้จะมีการประชุมร่วมกันระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลกับผู้ผลิตเครื่องบิน เพื่อประเมินว่า มีอะไรที่ดำเนินการไปแล้วและยังมีสิ่งที่ต้องดำเนินการอีกหรือไม่เพื่อเตรียมการให้การกลับมาให้บริการอีกครั้งมีความสมบูรณ์พร้อม แต่ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นถึงการจ่ายค่าชดเชยจากทางผู้ผลิตโดยย้ำว่าสิ่งเร่งด่วนที่สุดในเวลานี้คือการกู้คืนศรัทธาต่อการรับรองประสิทธิภาพเครื่องบินเท่านั้น

ส่วนที่นครนิวยอร์ก ในวันเดียวกัน นาย เดนนิส มุลเลนเบิร์ก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) บริษัทโบอิ้ง ยอมรับในระหว่างการให้สัมภาษณ์ต่อสถานีโทรทัศน์ซีบีเอส ซึ่งเป็นการให้สัมภาษณ์ครั้งแรกหลัโศกนาฏกรรมดังกล่าว ยอมรับว่า โบอิ้ง บกพร่องอย่างชัดเจนในการจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นกับเครื่องบินรุ่น 737 แม็กซ์ ทั้งยังยอมรับด้วยว่า บริษัทยังขาดการติดต่อสื่อสารกับหน่วยงานกำกับดูแลต่างๆ อีกด้วย โดยเป็นการยอมรับหลังจากถูกซักถามกดดันเรื่องที่ทางโบอิ้ง ไม่ได้ติดต่อแจ้งข้อมูลที่บริษัทได้ตัดระบบสัญญาณเตือนซึ่งออกแบบมาเพื่อเตือนนักบินถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดการอ่านค่าผิดพลาดจนขัดแย้งกันของอุปกรณ์เซนเซอร์วัดค่ามุมปะทะ หรือ แองเกิล ออฟ แอทแทค 2 ตัว ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นตัววัดมุมบินของตัวเครื่องเพื่อใช้เตือนนักบินว่าเครื่องบินกำลังจะชะงักกลางอากาศเพราะมุมบินชันเกินไป

อุปกรณ์ดังกล่าวทำหน้าที่ป้อนข้อมูลเพื่อให้ระบบปรับมุมบินอัตโนมัติ ที่เรียกว่า เอ็มแคส ของเครื่องบินทำงานทันทีที่เซนเซอร์แจ้งว่าเครื่องกำลังชะงักกลางอากาศ ซึ่งเป็นกลไกของเครื่องที่เชื่อมโยงกับอุบัติเหตุทั้งสองครั้ง แต่ สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติ (เอฟเอเอ) ของสหรัฐอเมริกาไม่รู้เรื่องนี้ จนกระทั่งเกิดเหตุเครื่องบินไลออน แอร์ ตกที่อินโดนีเซีย หลังจากที่ โบอิ้ง ตัดสัญญาณเตือนภัยดังกล่าวไปถึง 13 เดือน
นายมุลเลนเบิร์ก ยอมรับว่า การใช้เซนเซอร์วัดมุมทะปะถือเป็นความผิดพลาด แต่บอกด้วยว่าการสื่อสารของบริษัทในเรื่องนี้ก็ไม่เป็นไปอย่างที่ควรจะเป็น แต่ไม่ยอมรับว่า 737 แม็กซ์ ไม่มีความปลอดภัย โดยยืนยันว่าเชื่อถือในความปลอดภัยพื้นฐานของแม็กซ์ ถึงขนาดยินดีให้ครอบครัวของตนขึ้นบินกับเครื่องรุ่นนี้โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ

ทั้งนี้ หลังจากที่นายมุลเลนเบิร์กกล่าวขอโทษต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตจากเหตุทั้งสองแล้ว ซีอีโอของโบอิ้ง กล่าวในระหว่างการประชุมนักลงทุนในช่วงเช้าวันเดียวกัน ระบุว่า ทางโบอิ้งจะตรวจสอบเพื่อจัดทำข้อเสนอจ่ายค่าชดเชยให้กับสายการบินที่ได้รับผลกระทบจากการห้ามแม็กซ์ขึ้นบินเป็นรายสายการบินต่อไป และตั้งความหวังว่า หน่วยงานกำกับดูแลการบินระหว่างประเทศทั้งหลายจะมีทัศนะต่อการดำเนินการของโบอิ้งในกรณีนี้เหมือนกับเอฟเอเอของสหรัฐอเมริกาที่พร้อมรับรองให้ขึ้นบินได้อีกครั้งแล้ว

 

 


ที่มา : มติชนออนไลน์