เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (25 ก.ย. 69) ปรับลง 0.06% อยู่ที่ 84,427 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (25 ก.ย. 69) ปรับลง 0.06% อยู่ที่ 84,427 เหรียญสหรัฐ
ผังเมือง กทม.ใหม่ เปิดพื้นที่พัฒนาเมือง บูมทำเลทอง “กรมที่ดิน” เบรกลดขนาดบ้าน-เพิ่มโควตาต่างชาติ
Real Estate ผังเมือง กทม.ใหม่ เปิดพื้นที่พัฒนาเมือง บูมทำเลทอง “กรมที่ดิน” เบรกลดขนาดบ้าน-เพิ่มโควตาต่างชาติ
ราคาน้ำมันวันนี้ (25 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (25 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
อนุทิน ดีใจ ‘เนเน่’ คว้าแชมป์ AGT ขอบคุณสร้างชื่อให้ประเทศ ทำให้คนไทยมีความสุข
Politics อนุทิน ดีใจ ‘เนเน่’ คว้าแชมป์ AGT ขอบคุณสร้างชื่อให้ประเทศ ทำให้คนไทยมีความสุข
อนุทิน ลั่นระฆัง NYSE เชื่อมตลาดหุ้นไทย-สหรัฐฯ 
Politics อนุทิน ลั่นระฆัง NYSE เชื่อมตลาดหุ้นไทย-สหรัฐฯ 
สรุปเหรียญเอเชียนเกมส์ 2026 วันที่ 24 ก.ย.69 
Sport สรุปเหรียญเอเชียนเกมส์ 2026 วันที่ 24 ก.ย.69 
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2569 วิธีลงคะแนน 7 หมายเลข เช็กบัตรดี-บัตรเสีย
HR เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2569 วิธีลงคะแนน 7 หมายเลข เช็กบัตรดี-บัตรเสีย
อยุธยาท่วมแล้ว 6 อำเภอ ผู้ว่าฯ เร่งรับมือน้ำเจ้าพระยาระบายเพิ่ม เสริมบังเกอร์ป้องกันโบราณสถาน
เศรษฐกิจภูมิภาค อยุธยาท่วมแล้ว 6 อำเภอ ผู้ว่าฯ เร่งรับมือน้ำเจ้าพระยาระบายเพิ่ม เสริมบังเกอร์ป้องกันโบราณสถาน
ภูเก็ตเปิดเวที Greenest Cities Phuket ดันภาคใต้สู่เมืองเขียว
เศรษฐกิจภูมิภาค ภูเก็ตเปิดเวที Greenest Cities Phuket ดันภาคใต้สู่เมืองเขียว
กสิกรไทย ปรับขึ้นค่ารักษาพนักงาน เบิกได้สูงสุดปีละ 300,000 บาท จัดเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ช่วยค่าครองชีพ
Finance กสิกรไทย ปรับขึ้นค่ารักษาพนักงาน เบิกได้สูงสุดปีละ 300,000 บาท จัดเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ช่วยค่าครองชีพ
ดูทั้งหมด

เบื้องหลังปฏิบัติการข่าวสาร-การยึดอำนาจของ “กองทัพเมียนมา”

01 ก.พ. 2564 | 18:02น.
เมียนมาทำไมต้องยึดอำนาจเวลานี้

เช้าวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นอีกหนึ่งเช้าที่ชาวเอเชียตื่นมาพร้อมกับข่าวใหญ่ “กองทัพเมียนมา” ยึดอำนาจและควบคุมตัว “อองซาน ซูจี” กับนักการเมืองอีกหลายคน ก่อนที่กองทัพจะประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน และแต่งตั้ง “ประธานาธิบดีรักษาการ” ท่ามกลางเสียงประณามจากฝั่งประเทศประชาธิปไตย 

ซีเอ็นเอ็น รายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมียนมาว่า ประชาชนทั้งประเทศตื่นมาเจอกับการปิดข่าวสาร, การปิดธนาคาร ขณะที่ทหารในกองทัพต่างเหนื่อยล้าจากการลาดตระเวนตามถนนสายต่าง ๆ ในเมืองใหญ่อย่างนครย่างกุ้ง ประชาชนทำได้เพียงเปิดโทรทัศน์ เพื่อติดตามข่าวสารจากช่องเมียวดี ซึ่งเป็นช่องของกองทัพ ส่วนช่องอื่น ๆ นั้น ถูกปิดกั้น

มีข่าวว่าผู้นำที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยถูกควบคุมตัวในเมืองหลวง หลายชั่วโมงก่อนการเปิดประชุมสภาชุดใหม่ครั้งแรก ผู้ประกาศข่าวช่องเมียวดีประกาศว่า มีการส่งมอบอำนาจให้กับ “พลเอก มิน อ่อง ลาย” ผู้บัญชาการทหารสูงสุดแห่งกองทัพเมียนมา แล้ว

ในคำแถลงการณ์ของกองทัพยืนยันว่า กองทัพได้ควบคุมตัว “ซูจี” ที่ปรึกษาแห่งรัฐ พร้อมด้วยผู้นำระดับสูงอีกหลายคนของพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) โดยอ้างว่าเป็นการตอบสนองต่อความผิดปกติในการลงคะแนนเลือกตั้ง เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

การรัฐประหารครั้งนี้มีขึ้นหลังจากหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เมียนมาเผชิญความตึงเครียดทางการเมือง กรณีการเลือกตั้งที่มีข้อพิพาท rพร้อมกับข่าวลือในช่วงไม่กี่วันมานี้ว่ากองทัพอาจเข้ายึดครองประเทศ

การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งเพียงครั้งที่ 2 ที่เกิดขึ้นตามระบอบประชาธิปไตย นับตั้งแต่เมียนมาหลุดพ้นจาก 50 ปี ของการปกครองโดยทหาร เมื่อปี 2554 โดยพรรคเอ็นแอลดีของ “ซูจี” ได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลาย ด้วยคะแนนเสียงร้อยละ 83 ได้กุมอำนาจในรัฐบาลถึง 5 ปี ส่วนพรรคสหภาพเพื่อเอกภาพและการพัฒนา ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทัพ ได้ที่นั่งในสภา 33 ที่นั่ง จาก 476 ที่นั่ง ซึ่งน้อยกว่าที่พรรคคาดเอาไว้มาก

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันจันทร์ได้รับการประณามอย่างกว้างขวางในระดับสากล โดยสหรัฐอเมริกาเรียกร้องให้ผู้นำกองทัพเมียนมาปล่อยตัวเจ้าหน้าที่รัฐบาลทั้งหมด รวมถึงผู้นำภาคประชาสังคม และแสดงความเคารพต่อเจตจำนงของประชาชน

“สหรัฐฯ กังวลและตื่นตระหนกอย่างมากกับรายงานที่ว่ากองทัพเมียนมาได้จับกุมผู้นำรัฐบาลพลเรือนหลายคน ซึ่งรวมถึง “อองซาน ซูจี” ที่ปรึกษาแห่งรัฐ และผู้นำภาคประชาสังคม” ตามคำแถลงของ “แอนโทนี บลิงเคน” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐฯ ซึ่งกล่าวด้วยว่า “กองทัพเมียนมาต้องยกเลิกการกระทำเหล่านี้ทันที”

สำหรับ “พลเอก มิน อ่อง ลาย” ซึ่งบริหารประเทศอยู่ในขณะนี้ ได้ถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตร ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2562 เนื่องจากถูกตัดสินว่าละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง กรณีการสังหารโหดที่กระทำต่อชุมชนชาวมุสลิมโรฮีนจา

“ถั่นมินต์อู” นักประวัติศาสตร์และนักเขียนชื่อดังชาวเมียนมา ทวีตข้อความว่า ประตูเพิ่งเปิดสู่อนาคตที่แตกต่างไปจากเดิม ผมรู้สึกว่าไม่มีใครสามารถควบคุมสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป และจำไว้ว่าเมียนมาเป็นประเทศที่จมอยู่ใต้กองอาวุธ ด้วยความแตกแยกอย่างลึกซึ้งต่อประเด็นเรื่องชาติพันธุ์และศาสนา ซึ่งผู้คนนับล้านแทบไม่สามารถหาเลี้ยงตัวเองได้

สิ่งที่นำมาสู่การรัฐประหาร

ในการประกาศ ซึ่งลงนามโดย “พลเอก มินต์ ส่วย” อดีตนายพล ที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งเป็น “ประธานาธิบดีรักษาการ” กองทัพอ้างว่า มีการโกงการเลือกตั้งในวันที่ 8 ธันวาคม 2563 พร้อมระบุว่า พวกเขาได้จับกุมผู้นำนักการเมืองเนื่องจากล้มเหลวในการดำเนินการ และไม่ปฏิบัติตามคำขอให้เลื่อนการประชุมสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โฆษกกองทัพเผยว่า กองทัพจะไม่ก่อรัฐประหาร แม้ว่าข้อกล่าวหาเรื่องโกงเลือกตั้ง เมื่อเดือนธันวาคม 2563 ของกองทัพจะไม่ได้รับการตรวจสอบ

วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา คณะกรรมการเลือกตั้งของเมียนมา ปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องโกงเลือกตั้ง โดยระบุว่า ทุกข้อผิดพลาด เช่น รายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่ซ้ำกัน ไม่มีน้ำหนักมากพอที่จะส่งผลต่อการลงคะแนน

เจ้าของรางวัลโนเบลอย่าง “ซูจี” ได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางว่าเป็นวีรสตรีแห่งประชาธิปไตยในเมียนมา โดยเธอถูกกักบริเวณให้อยู่แต่ในบ้านเป็นเวลา 15 ปี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการต่อสู้กับการปกครองของทหาร

หลังได้รับการปล่อยตัว “ซูจี” นำพรรคของเธอคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งเมื่อปี 2558 พร้อมจัดตั้งรัฐบาลพลเรือนเป็นครั้งแรก หลังเมียนมาถูกปกครองโดยทหารมานานหลายทศวรรษ

ทว่าชื่อเสียงในระดับนานาชาติของเธอต้องเสื่อมเสียในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จากข้อกล่าวหาเรื่องการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวมุสลิมโรฮีนจาในเมียนมา อย่างไรก็ตาม เมียนมาปฏิเสธข้อกล่าวหาเหล่านี้ โดยอ้างว่าประเทศตกเป็นเป้าหมายของผู้ก่อการร้ายต่างหาก

REUTERS/Athit Perawongmetha

เมื่อวันจันทร์ องค์กรด้านสิทธิมนุษยชน “เบอร์มา ไรท์ส ยูเค” โพสต์ข้อความทางทวิตเตอร์ว่า ข่าวการควบคุมตัว “ซูจี” นั้น สร้างความเสียหายอย่างร้ายแรง

“สิ่งนี้จะต้องได้รับการตอบสนองอย่างรุนแรงจากนานาชาติ กองทัพเมียนมาจำเป็นต้องตระหนักว่า พวกเขาได้ทำผิดพลาดครั้งใหญ่ และหยุดคิดว่าตัวเองจะสามารถหนีรอดจากเรื่องนี้ได้” ทางกลุ่มกล่าว

ปิดกั้นการสื่อสาร

ในขณะที่ผู้นำกองทัพเข้ายึดอำนาจ เครือข่ายอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์มีปัญหาทั่วประเทศ ซึ่งอาจส่งผลต่อความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลของประชาชน หรือการตอบสนองผ่านสื่อโซเชียล

“เน็ตบล็อกส์” ซึ่งตรวจสอบการใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วโลก เผยว่า ข้อมูลเครือข่ายแบบเรียลไทม์แสดงให้เห็นว่าการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตลดลงอย่างมาก ในช่วงไม่กี่ชั่วโมงก่อนเข้าสู่รุ่งเช้าวันจันทร์ โดย “ดูก์ มาดอรี” นักวิเคราะห์จากคีเนติก บริษัทตรวจสอบเครือข่าย แสดงความคิดเห็นทางทวิตเตอร์ว่า เกิดเหตุอินเทอร์เน็ตมีปัญหาครั้งใหญ่

“มีการตรวจพบการตัดการเชื่อมต่ออย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้การเชื่อมต่อทั่วเมียนมาลดลงในตอนแรก 75% และต่อมา 50% ของระดับปกติ ในเวลา 08.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น” ตามข้อมูลจากเน็ตบล็อกส์

รอยเตอร์สรายงานว่า เอ็มอาร์ทีวี สื่อทางการเมียนมามีปัญหาทางเทคนิคและไม่สามารถออกอากาศได้ โดยทางเอ็มอาร์ทีวีระบุทางเพจเฟซบุ๊กว่า เนื่องจากปัญหาการสื่อสารในขณะนี้ เราจึงขอแจ้งให้คุณทราบด้วยความเคารพว่า รายการปกติของเอ็มอาร์ทีวีและเมียนมาเรดิโอ ไม่สามารถออกอากาศได้”

ต่อมา เอ็มอาร์ทีวีเริ่มแพร่ภาพโฆษณาชวนเชื่อของกองทัพ ด้วยภาพทหารโบกธงบนกระสอบทราย, เฮลิคอปเตอร์บินโฉบไปมาเหนือเจ้าหน้าที่ทหารและแพทย์ถือเปลหาม

เน็ตบล็อกส์ รายงานว่า ข้อมูลทางเทคนิคแสดงให้เห็นการตัดการเชื่อมต่อ ที่ส่งผลกระทบต่อผู้ให้บริการเครือข่าย ซึ่งรวมถึงสื่อทางการอย่าง เมียนมาโพสต์ และเทเลคอมมิวนิเคชั่น (เอ็มพีที) รวมถึงผู้ให้บริการระหว่างประเทศอย่าง เทเลนอร์ ซึ่งข้อมูลเบื้องต้นชี้ว่า กลไกที่ได้รับคำสั่งจากส่วนกลาง พุ่งเป้าไปที่บริการโทรศัพท์มือถือและบริการโทรศัพท์ขั้นพื้นฐาน

ธนาคารหลายแห่งในเมียนมาก็ปิดให้บริการชั่วคราว เนื่องจากปัญหาด้านอินเทอร์เน็ต ตามแถลงการณ์จากสมาคมธนาคารเมียนมา ขณะที่ประธานและคณะทำงานกลางสมาคมธนาคารเมียนมาได้จัดประชุมฉุกเฉินในช่วงเช้าวันจันทร์ และตัดสินใจว่าธนาคารต่าง ๆ ต้องหยุดดำเนินการ จนกว่าการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตจะดีขึ้น

ธนาคารในเมียนมาปิด
ชาวเมียนมาเข้าแถวรอธนาคารเปิด (REUTERS/Stringer)

ปฏิกิริยาจากนานาชาติ

การกระทำของกองทัพเมียนมาได้ทำให้เกิดความกังวลและเรียกเสียงประณามจากประชาคมระหว่างประเทศ

“โจ ไบเดน” ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้รับฟังข้อมูลสรุปสถานการณ์ในเมียนมาจากที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ “เจค ซัลลิแวน” ตามข้อมูลจากแถลงการณ์ของ “เจน ซากี” เลขาธิการทำเนียบขาว

แถลงการณ์ทำเนียบขาวระบุด้วยว่า “สหรัฐฯ คัดค้านความพยายามใด ๆ ที่จะเปลี่ยนแปลงผลการเลือกตั้งที่ผ่านมา หรือการเปลี่ยนผ่านประชาธิปไตยของเมียนมา และจะดำเนินการต่อต้านผู้ที่รับผิดชอบ หากไม่มีการยกเลิกการกระทำเหล่านี้” นอกจากนี้ยังระบุว่า “เรากำลังจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด”

ด้านออสเตรเลียได้ออกมาเรียกร้องให้ปล่อยตัว “ซูจี” และผู้นำอาวุโสคนอื่น ๆ ที่ถูกกองทัพควบคุมตัว โดยทันที

ในแถลงการณ์จากกระทรวงต่างประเทศและการค้าออสเตรเลีย “มาริส เพย์น” รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศและการค้า กล่าวว่า รัฐบาลออสเตรเลียมีความกังวลเป็นอย่างยิ่งต่อรายงานที่กองทัพเมียนมา พยายามยึดอำนาจควบคุมเมียนมาอีกครั้ง

“เราขอเรียกร้องให้กองทัพเมียนมาเคารพหลักนิติธรรม เพื่อยุติข้อพิพาทผ่านกลไกที่ชอบด้วยกฎหมาย และปล่อยตัวผู้นำพลเรือนและคนอื่น ๆ ที่ถูกควบคุมตัวโดยมิชอบด้วยกฎหมายทันที” ข้อความบางส่วนจากแถลงการณ์

ด้านกระทรวงต่างประเทศอินโดนีเซียได้แสดงความกังวลต่อสถานการณ์ในเมียนมา ระบุผ่านแถลงการณ์โดยเน้นย้ำว่า ผลต่างทั้งหมดในการเลือกตั้งจะต้องได้รับการแก้ไขตามกลไกทางกฎหมายที่มีอยู่ พร้อมกับเรียกร้องให้ทุกฝ่ายในเมียนมาใช้ความยับยั้งชั่งใจและหันหน้าพูดคุยกันเพื่อหาทางออก ไม่ให้สถานการณ์เลวร้ายลง

ทำไมต้องรัฐประหารตอนนี้?

การรัฐประหารอย่างกระทันหันได้สร้างความประหลาดใจแก่ผู้สังเกตการณ์หลายคน ซึ่งมองว่ากองทัพมีอำนาจล้นฟ้าอยู่แล้ว

เมื่อปี 2551 คณะผู้นำการปกครองได้ร่างรัฐธรรมนูญโดยจัดสรรที่นั่งในสภานิติบัญญัติ 25% ให้แก่กองทัพ รวมทั้งควบคุมกระทรวงหลัก ๆ อย่างกระทรวงกลาโหมและกระทรวงมหาดไทย ทั้งยังสามารถใช้อำนาจยับยั้งหรือวีโต้การแก้ไขบทบัญญัติใด ๆ ในรัฐธรรมนูญ

“ทอม แอนดรูส์” ผู้รายงานพิเศษด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ กล่าวกับซีเอ็นเอ็นว่า การรัฐประหารครั้งนี้เป็นปริศนาอย่างแท้จริง

“พวกเขาเขียนรัฐธรรมนูญ ที่พวกเขาเพิ่งล้มล้าง มันทำให้พวกเขามีอำนาจมหาศาล ทั้งอำนาจเศรษฐกิจและอำนาจทางการเมือง” เขากล่าวและว่า นี่เป็นเหตุผลที่การคว่ำรัฐธรรมนูญของกองทัพเป็นเรื่องเหลือเชื่อมาก

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กองทัพพยายามที่จะคลายความกังวลเรื่องการยึดอำนาจ โดยกล่าวว่า กองทัพจะปกป้องและปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ตามการรายงานของรอยเตอร์ส

“แอนดรูส์” กล่าวว่า การกระทำของกองทัพได้สร้างความเสียหายอย่างยิ่ง และเกิดขึ้นในเวลาที่ประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศกำลังเผชิญความยากลำบากอย่างมากจากการระบาดของโควิด

“ผู้คนในเมียนมาต้องผ่านอะไรมากมาย พวกเขาใช้ชีวิตภายใต้การปกครองที่โหดร้ายของทหารมานานหลายทศวรรษ พวกเขากำลังเผชิญกับโรคระบาด เศรษฐกิจในประเทศก็อยู่ในสภาพที่ย่ำแย่ จึงเป็นเรื่องไม่ยุติธรรมอย่างเหลือเชื่อที่พวกเขาจะต้องเจอเรื่องนี้อีก”

 

 

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

รัฐประหาร เมียนมา