ประชาชาติธุรกิจ
หุ้น-การเงิน

วันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2560

"เคทีซี" ต่อยอด "อีเพย์เมนต์" ดึง "ซัมซุงเพย์-อาลีเพย์" ปั๊มยอดรูดรัว ๆ

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 21 เม.ย 2560 เวลา 06:30:00 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

สัมภาษณ์

ระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (อีเพย์เมนต์) เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันในการใช้จ่ายชำระเงินของผู้คนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกับมีผู้เล่นหน้าใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาบริหารจัดการให้บริการลูกค้าในหลากหลายรูปแบบ ผลักดันให้ผู้เล่นเดิมต้องปรับตัว รวมถึงเจ้าตลาดอย่าง "บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน)" หรือ "เคทีซี" ก็ยังต้องปรับตัวด้วยการจับมือกับพันธมิตรเพิ่มช่องทางการชำระเงินผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่และการขยายฐานลูกค้ารองรับระบบชำระเงินผ่านกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์(e-Wallet)เพิ่มขึ้น

"ประชาชาติธุรกิจ"พูดคุยกับ"ธศพงษ์ รังควร" ผู้อำนวยการ ธุรกิจบัตรเครดิต และ "เนาวรัตน์ กีรติเกษมสุข" ผู้จัดการอาวุโส การตลาดธุรกิจร้านค้า บมจ.บัตรกรุงไทย ในฐานะ 2 คีย์แมน โดยหนึ่งหนุ่มผู้ดูแลฐานลูกค้าบัตรเครดิต (รายย่อย) ที่รุกตลาดด้วยการจับมือกับ "ซัมซุงเพย์" และสาว ผู้เดินเครื่องธุรกิจร้านค้ารับบัตรและเปิดตลาดการให้บริการผู้ชำระเงินแก่ชาวจีน ผ่านความร่วมมือกับ "อาลีเพย์" เจ้าใหญ่แห่งผู้ให้บริการ e-Payment จากแดนมังกร



"ธศพงษ์" ในฐานะที่ดูแลธุรกิจด้านบัตรเครดิตที่เชื่อมโยงกับ "ซัมซุงเพย์" บอกว่า โลกเปลี่ยนไปเร็วมาก และเคทีซีก็ต้องเปลี่ยนกลยุทธ์ธุรกิจเป็น adaptive strategy คือ ต้องทดลองและปรับเปลี่ยนแผนตลอดเวลา โดยไม่ยึดติดกับแผนเดิมที่ตั้งไว้ทั้งปี โดยเฉพาะกระแสที่มากับเทคโนโลยีโทรศัพท์เคลื่อนที่ (มือถือ) ที่ติดตัวทุกคน ที่สามารถปรับมาใช้กับการชำระเงินได้อย่างปลอดภัยมากกว่าสิ่งอื่น

ดังนั้น ต้นปี 2560 เคทีซีจึงประกาศความร่วมมือกับซัมซุงเพย์ (Samsung Pay) อย่างเป็นทางการ เพื่อเปิดให้บริการบัตรเครดิตแบบไม่ต้องพกบัตร แต่สิ่งที่คนทั่วไปอาจไม่ทราบคือ เคทีซีได้นำร่องความร่วมงานกับซัมซุงเพย์มาตั้งแต่เดือน พ.ย. 2559 แล้ว และพบว่าฐานลูกค้าของเคทีซีที่มีอยู่ 2 ล้านใบ ครึ่งหนึ่งเป็นผู้ใช้โทรศัพท์มือถือยี่ห้อซัมซุง โดยขณะนี้มีลูกค้าเคทีซีที่ดาวน์โหลดแอปมาใช้แล้วประมาณ 40% และมีลูกค้าใช้บัตรผ่านแอป 45%

อย่างไรก็ดี ขณะนี้ผู้ใช้แอปซัมซุงเพย์ส่วนใหญ่จะยังจำกัดในกลุ่มผู้ใช้โทรศัพท์ซัมซุงซีรีส์ S (เอส) และโน้ต (Note) เท่านั้น แต่ "ธศพงษ์" แย้มมาว่า ทางซัมซุงเริ่มขยายบริการซัมซุงเพย์ไปสู่ผู้ใช้โทรศัพท์ซัมซุงซีรีส์เอ (A) ที่มีราคาเครื่องหมื่นบาทนิด ๆ และในอนาคตน่าจะขยายไปถึงซัมซุงซีรีส์เจ (J) ที่มีราคาเครื่องต่ำกว่า 10,000 บาท

"การขยายให้ลูกค้าทุกกลุ่มใช้ซัมซุงเพย์ ก็ถือว่าสอดคล้องกับนโยบายของเคทีซีที่จะให้บริการลูกค้าทุกเซ็กเมนต์ ด้วยจุดเด่นของแอปพลิเคชั่นที่จะสามารถนำฟีเจอร์บัตรเครดิตบรรจุเข้าไปในโทรศัพท์ได้มากถึง 10 ใบ ภายในเครื่องเดียว และมีความปลอดภัยกว่าพกบัตรตัวจริง โดยทุกครั้งที่ลูกค้าต้องการชำระเงินด้วยบัตรเครดิต ก็เพียงเปิดแอปพลิเคชั่นซัมซุงเพย์ สแกนนิ้วมือเพื่อระบุตัวตน และด้วยระบบโทเคนไนเซชั่น (Tokenization) ที่จะสร้างตัวเลขเสมือนจริงมาใช้กับการใช้จ่ายผ่านแอป ลูกค้ามั่นใจได้ว่า คนอื่นจะไม่มีใครสามารถรู้เลขหน้าบัตรเครดิตได้ เพราะระบบสามารถป้องกันการรั่วไหลของข้อมูล"

เขายังแจกแจงเพิ่มว่า เคทีซียังมีโปรโมชั่นดึงดูดให้ลูกค้าใช้งาน เช่น 1 ซื้อตั๋วหนัง 1 แถม 1 และมีแคชแบ็ก (เงินคืน) เมื่อใช้จ่ายต่อเนื่อง เป็นต้น

สำหรับเป้าหมายธุรกิจ "ธศพงษ์" บอกว่า หลัก ๆ คือการเพิ่มความถี่การใช้จ่ายผ่านซัมซุงให้มากขึ้น โดยคาดว่าในปีนี้จะมีการเติบโตทั้งในด้านความถี่และยอดการใช้จ่ายให้ได้ 15% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

ส่วนธุรกิจร้านค้ารับบัตรเคทีซีก็ไม่หยุดยั้งที่จะพัฒนาและขยายฐานลูกค้า เรื่องนี้ "เนาวรัตน์" เล่าว่า เคทีซีได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้รับบัตรอย่างเป็นทางการ (official acquirer) ของอาลีเพย์มาตั้งแต่ปลายปี 2558 แล้ว โดยมีหน้าที่ดูแลและจัดหาร้านค้ารับบัตรในประเทศไทย เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวหรือคนจีนที่เดินทางเข้ามาประเทศไทยให้มีความสะดวกในการใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชั่นอาลีเพย์เนื่องจากปัจจุบันผู้ที่จะมีบัญชีอาลีเพย์ได้จะต้องเป็นคนจีนเท่านั้น

"สำหรับอาลีเพย์จะเป็นแอปบนมือถือที่ทำให้ผู้ใช้งานไม่ต้องพกกระเป๋าเงินก็สามารถใช้อาลีเพย์จ่ายค่าแท็กซี่ กินอาหาร ช็อปปิ้งได้ ซึ่งเป็นเหมือน e-Wallet ตัวหนึ่ง ทำให้คนจีนสามารถเชื่อมต่อกับแหล่งเงินได้สะดวก ไม่ว่าจะเป็นจากบัญชีเงินฝาก บัตรเครดิต บัตรเดบิต ตัวฟีเจอร์ในแอปก็ใช้งานง่าย เช่น คนจีนที่เดินทางมาเที่ยวเมืองไทย เพียงเท้าแตะสนามบิน เขาก็สามารถเสิร์ชหาที่เที่ยวหรือร้านค้าที่รับชำระเงินผ่านอาลีเพย์ได้เลย เพราะในแอปจะมีระบุพิกัดและระบบนำทางไปที่ร้านต่าง ๆ คล้าย Google Map"



ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้