Tech Times : ข้อครหา TikTok หากินกับภัยสงครามซีเรีย

tiktok
คอลัมน์​ : Tech Times
ผู้เขียน : มัชฌิมา จันทร์สว่างภูวนะ

กลางสัปดาห์ที่ผ่านมา บีบีซีรายงานข่าวพิเศษเรื่องหนึ่งที่น่าจะทำให้หลายคนสะเทือนใจ นั่นคือข่าวที่ TikTok มาหากินกับเงินบริจาคให้ผู้ประสบภัยจากพิษสงครามในซีเรีย

ต้องถือว่าเป็นสกู๊ปข่าวที่สร้างความไม่สบายใจให้กับผู้ใช้งาน TikTok ทั่วโลกมากที่สุดชิ้นหนึ่ง โดยเฉพาะคนที่ซื้อ Gift ใน TikTok เพื่อส่งให้กับครอบครัวชาวซีเรียที่ได้รับผลกระทบจากสงครามที่ยืดเยื้อมากว่าทศวรรษ

บีบีซีรายงานว่า คลิปชาวซีเรียเรี่ยไรขอรับบริจาค Gift บน TikTok ปรากฏขึ้นจำนวนมากตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ซึ่ง Gift ที่ผู้บริจาคซื้อจากแพลตฟอร์มจะถูกแปรเป็นเงินตามมูลค่าของ Gift นั้น ๆ ก่อนส่งให้ผู้ประสบภัยต่อไป

ปัญหาคือ เงินพวกนี้จะถูก TikTok และผู้ร่วมขบวนการหักหัวคิวไปเกือบหมด ทำให้เหลือมาถึงมือผู้ประสบภัยจริง ๆ เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

จากการลงพื้นที่ของบีบีซีพบว่า มีขบวนการรับเงินบริจาคอย่างเป็นระบบ โดยมี “คนกลาง” เป็นผู้ประสานงานระหว่างครอบครัวผู้ประสบภัย (ซึ่งรับหน้าที่เป็น “ผู้ผลิตคอนเทนต์” หรือ content creator) กับ “เอเยนซี่” ของ TikTok ทั้งที่อยู่ในตะวันออกกลางและเมืองจีน

หน้าที่ของ “คนกลาง” คือ จัดหาซิมและมือถือให้ผู้ประสบภัย รวมทั้งประสานงานกับ “เอเยนซี่” ให้อำนวยความสะดวกในการเปิดบัญชีผู้ใช้งานให้

ทั้งนี้ TikTok มีเครือข่าย “เอเยนซี่” อยู่ทั่วโลก เพื่อทำหน้าที่เป็นแมวมองเสาะหาและเทรน “ผู้ผลิตคอนเทนต์” หน้าใหม่ป้อนแพลตฟอร์ม โดยเอเยนซี่จะได้ค่าคอมมิชชั่นคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของมูลค่า Gift ทั้งหมด และตามความยาวของการไลฟ์แต่ละครั้ง

หญิงประสบภัยรายหนึ่งบอกบีบีซีว่า เธอและลูกสาวอีกหกคนจะไลฟ์ขอให้คน “ช่วยไลก์ ช่วยแชร์ และช่วยซื้อ Gift” ทุกวัน วันละหลายชั่วโมง โดยหวังว่าจะได้เงินบริจาคมาเป็นค่าผ่าตัดตาให้ลูกสาวคนหนึ่งที่ตาบอด

Gift บน TikTok นั้นมีตั้งแต่ราคาไม่กี่เหรียญ ไปจนถึง 500 เหรียญ จากการมอนิเตอร์บัญชีผู้ใช้ที่เป็นผู้ประสบภัยในซีเรีย 30 ราย เป็นเวลา 5 เดือน บีบีซีพบว่าจะมีผู้บริจาค Gift ให้แต่ละบัญชีเฉลี่ยชั่วโมงละ 1 พันเหรียญ แต่ผู้ประสบภัยจะได้เพียงเศษเสี้ยวของเงินทั้งหมดเท่านั้น

Advertisement

TikTok ไม่ยอมเปิดเผยกับบีบีซีว่าหักหัวคิวไปทั้งหมดเท่าไหร่ ทำให้นักข่าวต้องลงทุนปลอมตัวเป็นผู้ประสบภัยแล้วติดต่อ “เอเยนซี่” แห่งหนึ่งเพื่อขอเปิดบัญชี จากนั้นก็ให้ทีมงานที่อังกฤษซื้อ Gift มูลค่า 106 เหรียญส่งมาให้

แต่กลับพบว่าเงินที่เข้าบัญชีจริง ๆ มีแค่ 33 เหรียญเท่านั้น ซึ่งเท่ากับว่า TikTok หักหัวคิวไปทั้งหมด 69%

เมื่อไปขึ้นเงินที่ร้านรับโอนเงินแห่งหนึ่งในซีเรีย เขายังถูกหักค่าธรรมเนียมไปอีก 10% แถมถูก “คนกลาง” หักค่าดำเนินการอีก 35% ทำให้สุดท้ายเหลือเงินอยู่แค่ 19 เหรียญเท่านั้น

หนึ่งใน “คนกลาง” ในแคมป์อพยพบอกนักข่าวว่า เขาช่วยครอบครัวผู้อพยพในแคมป์ถึง 12 ครอบครัวให้มี “รายได้” ผ่านการไลฟ์ทุกวัน ซึ่งตัวเขาจะเป็นคนออกค่าซิม โทรศัพท์ และค่าไวไฟให้ล่วงหน้า และหากมีปัญหาทางเทคนิคเขาสามารถขอความช่วยเหลือจาก “เอเยนซี่” ในจีนได้ทันที ซึ่งรวมไปถึงการขอให้ช่วยปลดล็อกบัญชีที่โดนบล็อกด้วย

มาร์วา ฟาทาฟต้า เอ็นจีโอจากกลุ่ม “Access Now” บอกบีบีซีว่า การไลฟ์ลักษณะนี้สวนทางกับนโยบายของ TikTok ในส่วนที่เกี่ยวกับการคุ้มครองเด็ก และนโยบายที่ไม่อนุญาตให้มีการเรี่ยไรขอ Gift อย่างโจ๋งครึ่ม

ทั้งนี้ ตามกฎของ TikTok ผู้ที่สามารถ “ไลฟ์” ได้ต้องมีผู้ติดตามมากกว่า 1 พันคน และต้องไม่ขอให้ผู้ชมซื้อ Gift ให้อย่างโจ่งแจ้ง

แต่พอบีบีซี รีพอร์ตบัญชีผู้ประสบภัยซีเรียทั้ง 30 บัญชีที่น่าจะเข้าข่ายการทำผิดกฎ ผ่านช่องทางการ “รีพอร์ต” บนแพลตฟอร์ม กลับได้คำตอบว่า บัญชีพวกนี้ไม่ได้ฝ่าฝืนระเบียบใด ๆ

ต้องรอจนบีบีซีติดต่อบริษัทโดยตรง บริษัทถึงจะ “แบน” บัญชีเหล่านี้ พร้อมเขียนตอบสื่อมาว่า บริษัทมีความกังวลอย่างมากต่อข้อมูลที่ได้รับ และจะรีบจัดการอย่างเร่งด่วน อีกทั้งยืนยันว่าจะปรับนโยบายที่เกี่ยวข้องให้มีความเข้มงวดขึ้น

ที่น่าเศร้าคือ เมื่อบีบีซีพยายามสัมภาษณ์องค์กรช่วยเหลือผู้ประสบภัยในซีเรีย ถึงแนวทางการช่วยเหลือแบบอื่น นอกเหนือไปจากการไลฟ์ขอรับเงินบริจาคก็พบว่า แม้จะมีเอ็นจีโอบางแห่งที่พร้อมบริจาคสิ่งของยังชีพให้คนที่อยู่ในแคมป์ผู้อพยพ แต่ความช่วยเหลือยังค่อนข้างจำกัด

ทำให้ชาวซีเรียที่ประสบภัยจำนวนมากยังต้อง “ไลฟ์” ขอความช่วยเหลือต่อไป และทำให้ส่วนหนึ่งของเงินบริจาคยังคงหลั่งไหลเข้ากระเป๋า TikTok ทุกวันเช่นกัน