เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘อนุทิน’ จ่อคุย ‘มิน อ่อง ลาย’ ช่วงเยือนไทย รบ.ไร้กังวลชี้ เมียนมา มีสันติภาพได้ประโยชน์
Politics ‘อนุทิน’ จ่อคุย ‘มิน อ่อง ลาย’ ช่วงเยือนไทย รบ.ไร้กังวลชี้ เมียนมา มีสันติภาพได้ประโยชน์
ราคาทองวันนี้ (22 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,250 บาท รูปพรรณขายออก 66,800 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (22 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,250 บาท รูปพรรณขายออก 66,800 บาท
‘บัตรคนจน’ ถึงขั้น ‘เผาป่า-ล่าหนู’
Columns ‘บัตรคนจน’ ถึงขั้น ‘เผาป่า-ล่าหนู’
นายกฯ ทบทวน “แลนด์บริดจ์” ปรับแผนเร่งลงทุน เชื่อมไทยสู่ฮับโลจิสติกส์อาเซียน
Politics นายกฯ ทบทวน “แลนด์บริดจ์” ปรับแผนเร่งลงทุน เชื่อมไทยสู่ฮับโลจิสติกส์อาเซียน
‘โลกเดือด’ ดันส่งออกแอร์ไทยพุ่ง 40.7% ยุโรปขึ้นแท่นตลาดดาวรุ่ง รับดีมานด์คลื่นร้อน
Economic ‘โลกเดือด’ ดันส่งออกแอร์ไทยพุ่ง 40.7% ยุโรปขึ้นแท่นตลาดดาวรุ่ง รับดีมานด์คลื่นร้อน
แป้งมันไทยปิดดีลผู้นำเข้าสหรัฐ ใช้แต้มต่อภาษี 301 เจาะอุตสาหกรรมมูลค่าสูง
Economic แป้งมันไทยปิดดีลผู้นำเข้าสหรัฐ ใช้แต้มต่อภาษี 301 เจาะอุตสาหกรรมมูลค่าสูง
ปิดฉากเวิลด์คัพ 2026 สเปน แชมป์โลกสมัยที่ 2 เมืองแห่งมรดกโลก
Biz Movement ปิดฉากเวิลด์คัพ 2026 สเปน แชมป์โลกสมัยที่ 2 เมืองแห่งมรดกโลก
เกมสิทธิบัตร AI เดือด สหรัฐ-จีนถือ 65% โลก ไทยเร่งจับโอกาส RegTech-HealthTech
Economic เกมสิทธิบัตร AI เดือด สหรัฐ-จีนถือ 65% โลก ไทยเร่งจับโอกาส RegTech-HealthTech
สช. ชู 6 มาตรการเร่งด่วน คุ้มครองสุขภาพประชาชน ลุ่มน้ำน้ำกก-สาย-รวก-โขง
SD สช. ชู 6 มาตรการเร่งด่วน คุ้มครองสุขภาพประชาชน ลุ่มน้ำน้ำกก-สาย-รวก-โขง
อาจารย์เศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ ตั้งคำถามถึงเวลาทบทวน ‘บัตรคนจน’ หรือยัง หลังมีดราม่าหนัก
Finance อาจารย์เศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ ตั้งคำถามถึงเวลาทบทวน ‘บัตรคนจน’ หรือยัง หลังมีดราม่าหนัก
ดูทั้งหมด

ตามรอยลิซ่าเที่ยว 3 วัดดังอยุธยา พร้อมรู้จักผ้าซิ่นมัดหมี่ย้อมครามหมักโคลน

06 มิ.ย. 2566 | 15:11น.
ลิซ่า

แจกพิกัดพร้อมเปิดประวัติ วัดมหาธาตุ-วัดหน้าพระเมรุ-วัดแม่นางปลื้ม 3 วัดดังอยุธยาที่ “ลิซ่า BLAKPINK” ไปเที่ยว พร้อมทำความรู้จัก “ผ้ามัดหมี่ย้อมครามหมักโคลนลายขอนาค” จากร้าน “ชานเรือน” จ.อุดรธานี ที่ตอนนี้สินค้าไม่พอขายต้องรอคิวนานกว่า 1 เดือน

วันที่ 6 มิถุนายน 2566 สร้างกระแสไปทั่วประเทศไทยและในระดับโลกตามที่คาดไว้ จากการที่ “ลิซ่า BLAKPINK” โพสต์ภาพลงอินสตาแกรมส่วนตัวที่มียอดผู้ติดตามกว่า 94.5 ล้านคน สวมผ้าไทยเที่ยวโบราณสถานและวัดดังในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังกลับบ้านและพักผ่อนในประเทศไทยจากการเล่นคอนเสิร์ต BLACKPINK WORLD TOUR [BORN PINK] BANGKOK ENCORE เมื่อวันที่ 27-28 พ.ค. ที่ผ่านมา

“ประชาชาติธุรกิจ” แจกพิกัดพร้อมเปิดประวัติ 3 วัดดัง ได้แก่ วัดแม่นางปลื้ม, วัดมหาธาตุ และวัดหน้าพระเมรุ รวมทั้งทำความรู้จัก “ผ้ามัดหมี่ย้อมครามหมักโคลนลายขอนาค” ที่ลิซ่าใส่เที่ยวจากร้าน “ชานเรือน”

วัดมหาธาตุ
ภาพจาก ayutthaya.go.th

วัดมหาธาตุ

วัดมหาธาตุ ตั้งอยู่ในตัวเมืองอยุธยา บริเวณเชิงสะพานป่าถ่าน ทางทิศตะวันออกของวัดพระศรีสรรเพชญ์ เป็นปรางค์ที่สร้างในสมัยอยุธยาตอนตั้น ซึ่งได้รับอิทธิพลจากขอม สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 และต่อมาสมเด็จพระราเมศวรโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาบรรจุไว้ใต้ฐานพระปรางค์ประธานของวัดเมื่อ พ.ศ.1927

พระปรางค์ของวัดมหาธาตุชั้นล่างสร้างด้วยศิลาแลง ส่วนที่เสริมใหม่ตอนบนมีลักษณะเป็นอิฐถือปูน โดยสมเด็จพระเจ้าปราสาททองได้ทรงปฏิสังขรณ์พระปรางค์ใหม่ให้สูงขึ้น แต่ปัจจุบันส่วนยอดพังลงมาเหลือเพียงชั้นมุขเท่านั้น

ต่อมากรมศิลปากรได้ขุดแต่งพระปรางค์องค์นี้เมื่อ พ.ศ.2499 และพบของโบราณหลายชิ้น เช่น ผอบศิลา ที่ภายในมีสถูปซ้อนกัน 7 ชั้น แบ่งออกเป็น ชิน เงิน นาก ไม้ดำ ไม้จันทร์แดง แก้วโกเมน และทองคำ ชั้นในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุและเครื่องประดับอันมีค่า โดยปัจจุบันพระบรมสารีริกธาตุถูกนำไปประดิษฐานไว้ที่พิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา

ไฮไลต์ของวัดมหาธาตุคือ “เศียรพระพุทธรูปหินทราย” ที่มีรากไม้ปกคลุม สันนิษฐานว่า เมื่อครั้งเสียกรุง เศียรพระพุทธรูปน่าจะหล่นลงมาอยู่ที่โคนต้นไม้จนรากไม้ขึ้นปกคลุม เกิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันซีนที่งามแปลกตาอีกแห่งหนึ่ง 

ลิซ่า
ภาพจาก Instagram @dianaflipo

วัดแม่นางปลื้ม

วัดแม่นางปลื้มเป็นวัดเก่าแก่อีกวัดหนึ่งของอยุธยาที่เต็มไปด้วยตำนานและเรื่องราว มีพระประธานของวัด คือ “หลวงพ่อขาว” (พระพุทธนิมิตมงคลศรีรัตนไตร) องค์สีขาวบริสุทธิ์ ศิลปะสมัยอยุธยาตอนต้นซึ่งเป็นที่ศรัทธาของชาวอยุธยา

ตามตำนานเล่าว่า แม่ปลื้มเป็นชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมน้ำชานพระนคร วันหนึ่งที่ฝนตก “สมเด็จพระนเรศวร” ทรงพายเรือมาพระองค์เดียว เมื่อทอดพระเนตรเห็นกระท่อมจึงทร’แวะขึ้นมาประทับ แม่นางปลื้มเห็นชายเปียกฝนมาจึงได้กล่าวเชื้อเชิญด้วยความมีน้ำใจโดยไม่รู้ว่าเป้นพระเจ้าแผ่นดิน

ด้วยความที่พระองค์เสียงดัง แม่ปลื้มจึงกล่าวเตือนว่าอย่าเสียงดังนักเลย เนื่องจากเป็นเวลาค่ำมากแล้วเดี๋ยวพระเจ้าแผ่นดินได้ยินจะทรงโกรธ พระนเรศวรตรัสอีกว่าอยากดื่มน้ำจันทน์ (เหล้า) เพราะทั้งเปียกและหนาว แม่ปลื้มยิ่งตกใจขึ้นมากกว่าเดิมเพราะว่าวันนี้เป็นวันพระ

แต่แม่ปลื้มได้ตอบกลับไปว่า ถ้าจะดื่มจริง ๆ ต้องสัญญาว่าจะไม่บอกใคร หากพระเจ้าแผ่นดินรู้จะเป็นอันตราย พระนเรศวรทรงรับปากแม่ปลื้มจึงได้นำน้ำจันทน์มาถวาย

สมเด็จพระนเรศวรได้ประทับค้างคืนที่บ้านของแม่ปลื้มจนเช้าก่อนเสด็จกลับ จากนั้นได้จัดขบวนมารับแม่ปลื้มไปเลี้ยงในวัง ด้วยความที่แม่ปลื้มเป็นคนมีเมตตา หลังจากแม่ปลื้มเสียชีวิตจึงโปรดให้สร้างวัด ชื่อ “วัดแม่นางปลื้ม”

อย่างไรก็ตาม “สุจิตต์ วงษ์เทศ” เคยกล่าวในมติชนว่า แม้เรื่องดังกล่าวจะเป็นนิทานไม่ใช่เรื่องจริง แต่ก็สะท้อนอายุ ความเก่าแก่ และความสำคัญของวัดได้เป็นอย่างดี

วัดแม่นางปลื้ม อยู่นอกเกาะเมือง ฝั่งตรงข้ามป้อมมหาไชย ในอดีตกองทัพอังวะเคยใช้ตั้งทัพและระดมยิงปืนใหญ่ข้ามกำแพงเข้ามาในเมือง และส่งคนข้ามคลองเมืองไปขุดรากกำแพงป้อม ฝังระเบิด จนสามารถเปิดทางเข้าเมืองได้เป็นแห่งแรก เมื่อครั้งกรุงแตก

วัดหน้าพระเมรุ
ภาพจาก ayutthaya.go.th

วัดหน้าพระเมรุ

เดิมวัดหน้าพระเมรุชื่อว่า “วัดพระเมรุราชิการาม” สันนิษฐานว่าที่ตั้งของวัดคงเป็นสถานที่สำหรับสร้างพระเมรุถวายพระเพลิงพระบรมศพของพระมหากษัตริย์พระองค์ใดพระองค์หนึ่งสมัยอยุธยาตอนต้นและต่อมาจึงได้สร้างวัดขึ้น

รูปแบบทางศิลปะสถาปัตยกรรมไทยของโบสถ์วัดหน้าพระเมรุเป็นแบบอยุธยายุคต้น มีเอกลักษณ์สำคัญคือ นิยมทำเสาร่วมในประธานเป็นเสาแปดเหลี่ยมหรือเสากลม มีบัวหัวเสาเป็นบัวโถหรือบัวกลุ่ม

วัดนี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เมื่อครั้งสมเด็จพระมหาจักรพรรดิทำศึกกับพระเจ้าบุเรงนองและสงบศึกกันเมื่อ พ.ศ.2106 ได้สร้างพลับพลาที่ประทับขึ้นระหว่างวัดหน้าพระเมรุกับวัดหัสดาวาส

พระประธานในอุโบสถสร้างปลายสมัยอยุธยาในรัชสมัยพระเจ้าปราสาททองที่ครองราชย์ระหว่าง พ.ศ. 2172-2199 เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องใหญ่ ประทับนั่งขัดสมาธิราบ ปรางมารวิชัย มีนามว่า “พระพุทธนิมิตวิชิตมารโมลีศรีสรรเพชญ์บรมไตรโลกนาถ” จัดเป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องสมัยอยุธยาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่มีปรากฏอยู่ในปัจจุบันและมีความสมบูรณ์งดงามมาก สูงประมาณ 6 เมตรหน้าตักกว้างประมาณ 4.40 เมตร

อย่างไรก็ตามหลังเสียกรุงครั้งที่ 2 พระอุโบสถวัดหน้าพระเมรุได้ถูกทิ้งร้างไป จนกระทั่งในสมัยรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ได้บูรณปฏิสังขรณ์วัดนี้ขึ้นมาใหม่และได้ผ่านการบูรณะซ่อมแซมอีกหลายครั้งจนถึงปัจจุบัน

วัดหน้าพระเมรุ ตั้งอยู่บริเวณริมคลองสระบัว เป็นวัดเดียวในกรุงศรีอยุธยาที่ไม่ถูกทัพพม่าทำลายเมื่อครั้งเสียกรุงครั้งที่ 2 จากหลักฐานและข้อมูลพงศาวดารต่าง ๆ สันนิษฐานว่าพระอุโบสถน่าจะสร้างขึ้นก่อน พ.ศ. 2106 หรืออาจสร้างก่อนสมัยอยุธยา โดยยังคงปรากฏสถาปัตยกรรมแบบอยุธยาอยู่ในสภาพสมบูรณ์มากที่สุดในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ลิซ่า
ภาพจาก Instagram @lalalalisa_m

ผ้ามัดหมี่ย้อมครามหมักโคลนลายขอนาค

นอกจากไปเที่ยววัดทั้ง 3 แห่งแล้ว ลิซ่ายังสวมชุดผ้าไทยซึ่งเป็นผ้าซิ่นจากร้าน “ชานเรือน” ข้อมูลจากมติชน ระบุว่า ร้าน ชานเรือน เปิดมานานกว่า 30 ปี อยู่ในตลาดผ้านาข่า ต.นาข่า อ.เมือง จ.อุดรธานี เป็นตลาดจำหน่ายผ้าไทยที่ใหญ่ที่สุดใน จ.อุดรธานี ซึ่งเจ้าของร้าน คือ “นางสุวิมล ไชยวงศ์” อายุ 61 ปี แม่ของ “เดียร์น่า ฟลีโป” นางเอกสาวสังกัดช่อง 3 ที่เป็นเพื่อนกับ ลิซ่า มาตั้งแต่สมัยเข้าวงการใหม่ ๆ จากการเรียนร้องเพลง

จุดเด่นของร้านชานเรือน เป็นผ้าทอมือที่เน้นลายโบราณ และย้อมสีธรรมชาติ โดยลิซ่าได้เลือก “ผ้ามัดหมี่ย้อมครามหมักโคลนลายขอนาค” ซึ่งเป็นลายโบราณ เอกลักษณ์ของชาวอีสานที่ผู้เฒ่าผู้แก่ทอไว้ใส่ไปทำบุญ

“ลูกสาว บอกว่าจะไปเที่ยววัดที่อยุธยากับเพื่อน อยากให้เราตัดผ้าถุงไทยมาให้เพื่อนได้ใส่ไปวัด จึงตัดส่งไปให้หลายลาย รู้สึกดีใจมากที่น้องลิซ่าใส่ผ้าถุง เราตัดเผื่อไปให้โดยไม่ได้คาดหวังว่าน้องจะใส่ พอน้องเลือกใส่ก็ดีใจมาก เพราะน้องเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ เผื่อเป็นแบบอย่างให้คนรุ่นใหม่ใส่ผ้าไทยเข้าวัด ขอบคุณที่น้องเลือกใส่ผ้าไทย ทำให้คุณรุ่นใหม่มองเห็นคุณค่าของผ้าไทยด้วย”

หลัง ลิซ่า ใส่ผ้าซิ่นมัดหมี่ย้อมครามหมักโคลน ก็มียอดสั่งซื้อเข้ามาเป็นจำนวนมากจนไม่พอขายและต้องพรีออเดอร์คิวยาวประมาณ 1 เดือน ถือว่าเป็นการกระจายรายได้เพราะทางร้านจะให้ชาวบ้านเป็นคนทอ นางสุวิมล กล่าวกับ มติชน

ศูนย์ข้อมูลกลางทางวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ระบุว่า ผ้าซิ่น เป็นผ้านุ่งสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ แต่ละท้องถิ่นจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งขนาด วิธีการนุ่ง การทอ และการออกแบบลวดลาย ขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมและขนาดของกี่ทอผ้าในท้องถิ่น

การทอผ้าเพื่อทำผ้าซิ่นเป็นงานหัตถกรรมในครัวเรือนมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ผ้าซิ่นสำหรับใช้ในชีวิตประจำวันมักเรียบง่ายหรือมีลวดลายบ้างเล็กน้อย ส่วนผ้าซิ่นที่ใช้ในโอกาสพิเศษ เช่น งานแต่ง งานบวช และงานบุญต่าง ๆ จะทอด้วยความประณีต ลวดลายวิจิตรบรรจง เน้นความสวยงาม อันเป็นการแสดงฝีมือของผู้ทอซึ่งใช้เวลาร่วมเดือน

ผ้าซิ่นจะเรียกชื่อตามลวดลาย วิธีการทำ หรือตามท้องถิ่น เช่น ผ้าซิ่นมัดหมี่ ผ้าซิ่นตีนจก ผ้าซิ่นลายแตงโม ผ้าซิ่นเชียงแสน ผ้าโฮลเสร็ย หรือ ผ้าซิ่นทิวมุก เป็นต้น

ปัจจุบันผ้าซิ่นเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอย่างหนึ่งที่มีผู้สนใจศึกษาอย่างกว้างกวางและยังเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมสูงทั้งในหมู่ชาวไทยและชาวต่างประเทศ

ลิซ่า
ภาพจาก Instagram @lalalalisa_m
ลิซ่า
ภาพจาก Instagram @lalalalisa_m

ประชาชนใส่ชุดไทยเที่ยววัดอยุธยา

ประชาชนใส่ชุดไทยเที่ยวอยุธยา ประชาชนใส่ชุดไทยเที่ยวอยุธยา ประชาชนใส่ชุดไทยเที่ยวอยุธยา

ข้อมูลจาก

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ผ้าไทย ลิซ่า BLACKPINK อยุธยา