บอร์ด กนอ. นัดแรก “ยุทธศักดิ์” ต้องเห็นเม็ดเงินลงทุนในประเทศ 3.05 ล้านล้านบาท

ยุทธศักดิ์ สุภสร
ยุทธศักดิ์ สุภสร

“ยุทธศักดิ์” ประธานบอร์ดการนิคมอุตสาหกรรมคนใหม่ ประชุมนัดแรกประกาศปี 2569 ต้องการเห็นเม็ดเงินลงทุนในประเทศไม่น้อยกว่า 3.05 ล้านล้านบาท โตอีก 4% หวังเพิ่มสัดส่วนการเงินทันให้ได้ 27% ของ GDP ประเทศ ปรับบทบาท กนอ.ให้เป็น “Investment Enhancer” ผู้ส่งเสริมการลงทุน พัฒนานิคมอุตสาหกรรมให้พร้อมรับนักลงทุนระลอกใหม่ทันที

วันที่ 22 มกราคม 2567 นายยุทธศักดิ์ สุภสร ประธานคณะกรรมการ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (บอร์ด กนอ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมบอร์ด กนอ.นัดแรก เมื่อวันที่ 17 ม.ค. 2567 ที่ผ่านมาว่า คณะกรรมการ กนอ.ชุดใหม่มีความมุ่งมั่นและตั้งใจที่จะพลิกฟื้นการลงทุน เพราะมองว่าเศรษฐกิจไทยเติบโตต่ำกว่าศักยภาพที่มี เห็นได้จากตัวเลขการลงทุนในช่วงที่ผ่านมาค่อนข้างต่ำ โดยจากการสำรวจพบว่าเม็ดเงินลงทุนที่เข้าประเทศเกือบจะไม่เพิ่มขึ้นเลยในรอบ 20 ปี

ดังนั้น คณะกรรมการจึงมอบนโยบายให้ กนอ.ปรับเปลี่ยนการดำเนินงานเพื่อให้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศโดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรม ด้วยการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมที่ช่วยเพิ่มมูลค่าการลงทุนของภาคอุตสาหกรรม และรองรับการประกอบกิจการโรงงานอุตสาหกรรมให้อยู่ร่วมกันอย่างเป็นระบบ เพื่อสนับสนุนความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนควบคู่กับการจัดการสิ่งแวดล้อม เพื่อให้บรรลุเป้าหมายเพิ่มการลงทุนในประเทศ

กนอ.จึงต้องปรับบทบาทให้มีหน้าที่ในเชิงรุก โดยแนวทางการขับเคลื่อนภายใต้ “WISH” จะประกอบด้วย การฟื้นการลงทุน หนุนผู้ประกอบการ และสร้างความยั่งยืน เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมแข็งแกร่ง มีศักยภาพเพียงพอ พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทั้งภูมิรัฐศาสตร์ สภาพภูมิอากาศ และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาประยุกต์ใช้ในทุกมิติของการดำเนินธุรกิจ (Digital Transformation)

“ถ้าต้องการจะให้ประเทศไทยเติบโตตามศักยภาพ เม็ดเงินการลงทุนเมื่อเทียบกับสัดส่วนของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP : Gross Domestic Product) ต้องเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 4% นั่นหมายความว่า ต้องเพิ่มจาก 23% เป็น 27% ถ้าหากการลงทุนในประเทศเท่ากับ 2.6 ล้านล้านบาท นั่นหมายความว่าภายในปี 2569 ซึ่งเป็นไปตามวาระของคณะกรรมการ เราต้องการเห็นเม็ดเงินลงทุนในประเทศไม่น้อยกว่า 3.05 ล้านล้านบาท ถึงจะทำให้สัดส่วนการลงทุนเมื่อเทียบกับ GDP ของประเทศจะไม่น้อยกว่า 27%

นอกจากนี้ คณะกรรมการต้องการปรับภาพลักษณ์ใหม่ เราต้องการให้ประเทศไทยเป็นจุดมุ่งหมายของการลงทุนของโลก และของภูมิภาค ผมใช้คำว่า “WISH” ซึ่งหมายถึงความปรารถนาที่จะเห็นการลงทุนขับเคลื่อนสร้างความมั่งคั่งของประเทศ ต้องการให้ กนอ.เป็น “Investment Enhancer” ผู้ส่งเสริมการลงทุน และต้องการเห็น กนอ.เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการ และต้องไม่เป็นเพียงแค่นิคมอุตสาหกรรมเพียงอย่างเดียว แต่อยากให้เป็นนิคมอุตสาหกรรมที่ประกอบความมั่งคั่งสำหรับผู้ประกอบการและนักลงทุนต่อไป”

นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการ กนอ. กล่าวเสริมว่า ความปรารถนา “WISH” ของคณะกรรมการ กนอ.ชุดใหม่ สอดคล้องกับวิสัยทัศน์กรอบแนวคิด INSPIRE ของ กนอ. ทั้งในด้านสร้างการเติบโตและส่งเสริมการลงทุน การยกระดับ การบริการองค์กรด้วยเทคโนโลยีนวัตกรรมและดิจิทัล รวมถึงการเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การดูแลชุมชนและสิ่งแวดล้อม

โดย กนอ.ใช้ INSPIRE เป็นแรงบันดาลใจนำพาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมไทยมุ่งสู่สากล ดึงดูดการลงทุนจากนักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ ส่งเสริมการสร้างงาน สร้างรายได้ และความพร้อมในการเป็นฐานการผลิตที่สำคัญ สร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ให้เข้ามาลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมของประเทศไทย

“กนอ.พร้อมรับนโยบายและผลักดันให้นิคมอุตสาหกรรมของไทยเป็นเป้าหมายการลงทุนของภูมิภาคและของโลก ตามคำแนะนำของคณะกรรมการ กนอ. และตามแนวคิดที่ว่า นิคมอุตสาหกรรมต้องเป็นแบรนด์ที่ดีของประเทศไทยด้านการลงทุน เพื่อให้ประเทศไทยเป็น “Land of Infinite Prosperity and Opportunities : ดินแดนแห่งความรุ่งเรือง ความมั่งคั่ง และโอกาสที่ไร้ขีดจำกัด” จะสร้างแบรนด์ กนอ.ให้ดี เข้มแข็ง และเป็นที่ยอมรับ เพื่อให้พร้อมรับการลงทุนใหม่ ๆ ทุกรูปแบบอย่างไร้ขีดจำกัดต่อไปในอนาคต”


สำหรับการประชุมคณะกรรมการ กนอ.ชุดใหม่นัดแรกนั้น ผู้เข้าร่วมการประชุมประกอบด้วย กรรมการ กนอ.ทั้งคณะ อาทิ พลเอกกนิษฐ์ ชาญปรีชา นายทศพล กฤตวงศ์วิมาน นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ นายธนวัฒน์ ปัญญาสกุลวงศ์ นายเสกสกล อัตถาวงศ์ รองศาสตรจารย์อนามัย ดำเนตร นายเอกภัทร วังสุวรรณ ผู้แทนจากกระทรวงอุตสาหกรรม นางนันท์ฐิตา ศิริคุปต์ ผู้แทนจากกระทรวงการคลัง และคณะผู้บริหารระดับสูงของ กนอ.