เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
Real Estate ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
มธ. เปิดสมัครแข่งล่ามระดับชาติ “TNIC 2027” สมัครฟรี! เฟ้นตัวแทนไทยลุยศึกมาเลเซีย
Biz Movement มธ. เปิดสมัครแข่งล่ามระดับชาติ “TNIC 2027” สมัครฟรี! เฟ้นตัวแทนไทยลุยศึกมาเลเซีย
พระราชินี ทอดพระเนตร การแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งระหว่างญี่ปุ่น-เกาหลี
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี ทอดพระเนตร การแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งระหว่างญี่ปุ่น-เกาหลี
5 คำถามเปลี่ยนมุมคิด ช่วย SMEs มองเห็นโอกาสเติบโต
Finance 5 คำถามเปลี่ยนมุมคิด ช่วย SMEs มองเห็นโอกาสเติบโต
MJets ชี้ความสำเร็จ มาจาก ‘คนเบื้องหลัง’
Business MJets ชี้ความสำเร็จ มาจาก ‘คนเบื้องหลัง’
ททท. บูมเที่ยวในประเทศรับ Q4 7 แอร์ไลน์ลดค่าตั๋ว 500-เปย์บัสละ 4 หมื่น
Business ททท. บูมเที่ยวในประเทศรับ Q4 7 แอร์ไลน์ลดค่าตั๋ว 500-เปย์บัสละ 4 หมื่น
140 ปีสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น 40 บริษัทปักฐานแน่น ชู ‘เชียงใหม่ ลำพูน’ ฐานผลิตอิเล็กทรอนิกส์
เศรษฐกิจภูมิภาค 140 ปีสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น 40 บริษัทปักฐานแน่น ชู ‘เชียงใหม่ ลำพูน’ ฐานผลิตอิเล็กทรอนิกส์
‘ฟิตเนสเฟิรส์ท’ ลงทุนใหญ่รอบ 7 ปี ทุ่ม 330 ล้านลุยปักธง-รีโนเวตสาขา
Business ‘ฟิตเนสเฟิรส์ท’ ลงทุนใหญ่รอบ 7 ปี ทุ่ม 330 ล้านลุยปักธง-รีโนเวตสาขา
กระทรวงเกษตรฯ ถก ธนาคารโลก-เอดีบี บริหารน้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก
Economic กระทรวงเกษตรฯ ถก ธนาคารโลก-เอดีบี บริหารน้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก
Bangkok Blueprint in Action ตกผลึกต้านภัยการเงินดิจิทัลสู่พิมพ์เขียว
Finance Bangkok Blueprint in Action ตกผลึกต้านภัยการเงินดิจิทัลสู่พิมพ์เขียว
ดูทั้งหมด

‘ทองคำ’ ผันผวนตามปัจจัยระยะสั้น

05 เม.ย. 2566 | 08:31น.
ทองคำ
คอลัมน์​ : สถานีลงทุน
ผู้เขียน : ธนรัชต์ พสวงศ์ ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส

ราคาทองคำ Spot ตลอดเดือนมีนาคม มีช่วงการเคลื่อนไหวระหว่าง 1,809-2,009 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เป็นการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจากระดับราคาปิด ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ 1,829 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยทะยานสูงจนทะลุ 2,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จึงนับได้ว่าในเวลาเพียงไม่ถึงเดือน ราคาทองคำ Spot ก็ทะยานขึ้นมาเกือบ 200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือคิดเป็น +10% โดยประมาณ ก่อนจะย่อตัวต่ำลงมายืนใกล้ระดับ 1,950 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ในขณะที่กองทุนทองคำ SPDR Gold Trust ซื้อสุทธิ 14.17 ตัน เพิ่มปริมาณการถือครองทองคำขึ้นจาก 915.3 ตัน ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ มาเป็น 929.47 ตัน ณ สิ้นวันที่ 29 มีนาคม

สำหรับสถานการณ์ตลาดทองคำเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา เรายังคาดการณ์กันว่าเฟดจะปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้นอีกราว 2-3 ครั้ง จากนั้นจะคงไว้ตลอดระยะเวลาที่เหลือของปี โดยมีโอกาสอยู่พอสมควรที่เฟดจะพิจารณาเริ่มต้นวงจรดอกเบี้ยขาลงในไตรมาสแรกของปีหน้า เพื่อให้สอดรับกับการถอยตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯที่คาดว่ากำลังจะเกิดขึ้นในช่วงที่เฟดบรรลุเป้าหมายกดอัตราเงินเฟ้อลงสู่ระดับ 2% แล้ว ท่ามกลางความวิตกกังวลว่าการขึ้นดอกเบี้ยมากเกินไปจะนำมาซึ่งภาวะถดถอยแบบ Hard Landing แทนที่จะเป็น Soft Landing ตามที่เฟดต้องการ

อย่างไรก็ดี ในช่วงเวลานั้น ตลาดมีมุมมองเชิงบวกต่ออัตราเงินเฟ้อที่ต่ำและศักยภาพในการกลับมาขยายตัวในปีนี้ของเศรษฐกิจจีน ทำให้ราคาทองคำ Spot ได้แรงบวกถึงสองแรงด้วยกัน ทั้งจากความกังวลว่าเศรษฐกิจโลกจะถูกฉุดรั้งให้ตกต่ำตามสหรัฐฯ และจากความต้องการทองคำจากประเทศจีนที่มีแนวโน้มจะกลับมาสูงขึ้นตามการเติบโตทางเศรษฐกิจ ให้ปรับขึ้นได้ราว 50 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนทิ้งตัวต่ำลงไปยืนใกล้ระดับ 1,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อีกครั้ง

แต่แล้วในช่วงกลางเดือน ข่าวธนาคารซิลิคอนแวลลีย์เกิดปัญหาขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรงจนทางการต้องรีบเข้ามาตัดจบด้วยการออกคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์สินทั้งหมดพร้อมกับบังคับให้ปิดกิจการทันที ทำให้ผู้คนนึกย้อนกลับไปยังข่าวการล้มละลายของธนาคารซิลเวอร์เกตเมื่อสัปดาห์ก่อนหน้า

ตลาดจึงหันมาพิจารณาท่าทีของเฟดอีกครั้งว่า การปรับขึ้นดอกเบี้ยไม่หยุดจะเป็นการสร้างความเสี่ยงอย่างร้ายแรงต่อระบบเศรษฐกิจ เพราะแม้แต่พันธบัตรรัฐบาลหรือตราสารหนี้เกรดเอยังมีมูลค่าด้อยลงอย่างมากเมื่อเทียบกับราคา ณ วันแรกจำหน่าย ทำให้ในสภาพการณ์ปัจจุบัน สินทรัพย์สภาพคล่องสูงดังกล่าวไม่สามารถเป็นสินทรัพย์สภาพคล่องสูงที่จะมาหนุนหลังธุรกิจและภาคธนาคารได้อย่างแท้จริงเมื่อถึงคราวจำเป็น ซึ่งธนาคารทุกแห่งทั่วสหรัฐฯต่างก็มีพันธบัตรและตราสารหนี้ไว้ในครอบครองอยู่กันไม่มากก็น้อย

ปัญหาใหม่ที่เกิดขึ้นนี้ได้สร้างความหวั่นวิตกอย่างมากในหมู่ประชาชน แต่เหมือนเป็นการซ้ำเติมปัญหาการขาดสภาพคล่องให้กับภาคธนาคาร เพราะเมื่อผู้คนขาดความเชื่อมั่น พวกเขาเหล่านั้นจึงพากันถอนเงินจากธนาคารที่ไม่ใหญ่พอจะสร้างความมั่นใจได้ว่าเงินฝากของพวกเขาจะไม่สูญหาย ปรากฏการณ์ Bank Run จึงแพร่กระจายไปทั่วในกลุ่มธนาคารขนาดกลางและขนาดเล็ก

จากนั้นเพียงไม่กี่วัน เครดิตสวิส หนึ่งในกลุ่มสถาบันการเงินขนาดยักษ์ ซึ่งเป็นชื่อที่ทั่วโลกรู้จักกันดี ก็ต้องขอให้ใครสักคนมาเพิ่มทุนแทนผู้ถือหุ้นใหญ่ทีติดข้อกฎหมายไม่สามารถถือหุ้นเกินกว่า 10% ได้ ปัญหานี้แม้จบลงด้วยการเข้าซื้อทั้งกิจการโดยธนาคารยูบีเอส แต่ก็ต้องอาศัยการหนุนหลังทางการเงินอย่างมากเพื่อสร้างความเชื่อมั่นจากธนาคารแห่งชาติสวิส

นักลงทุนในตลาดจึงยิ่งตื่นตระหนกว่า แม้แต่ธนาคารเก่าแก่ระดับโลกยังไปไม่รอด และเหตุการณ์ต่อเนื่องที่ดูคล้ายจะสอดคล้องกันนี้ได้ลามไปยังทวีปยุโรปแล้ว นี่จึงอาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของวิกฤติเศรษฐกิจขนาดใหญ่ก็เป็นได้ ราคาสินทรัพย์ปลอดภัยทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นทองคำ พันธบัตร หรือแม้แต่สกุลเงินคริปโต จึงพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว สวนทางกับมุมมองของนักลงทุนในตลาดที่คาดว่าเฟดอาจจะไม่กล้าปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก และมีโอกาสที่จะเริ่มพิจารณาถึงแนวทางการปรับดอกเบี้ยลงอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม เฟดประกาศผลการประชุมนโยบายการเงินเมื่อวันที่ 22 มีนาคม ออกมาว่า ยังคงปรับขึ้นเป็นหนที่ 9 ติดต่อกันอีก 0.25% เพื่อควบคุมภาวะเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด อันเป็นภารกิจหลักที่สำคัญเหนือสิ่งใดในเวลานี้ แต่ก็ทิ้งคำใบ้ผ่าน Dot Plot ว่าน่าจะขึ้นดอกเบี้ยอีกเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ทำให้ตลาดมองในแง่บวกว่า วัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้นกำลังจะจบลงแล้ว แม้จะยังไม่เห็นช่วงเวลาเริ่มต้นของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยก็ตาม ซึ่งก่อให้เกิดมุมมองทางลบในหมู่นักลงทุนเช่นกันว่า การประวิงเวลาปรับลดดอกเบี้ยของเฟดมีแนวโน้มจะก่อให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจที่สร้างผลกระทบมากยิ่งกว่าที่คาดการณ์กันไว้

เราจึงได้เห็นราคาทองคำ Spot ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายนี้ย่อลงจากระดับ 2,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ที่ปรับขึ้นทดสอบและพยายามจะฝ่าขึ้นไปยืนเหนือให้ได้ แต่ก็ทำไม่สำเร็จถึง 2 ครั้ง จึงนับว่าราคาทองคำได้เข้าสู่การปรับฐานแบบแกว่งตัวออกข้างระหว่าง 1,935-2,010 ดอลลาร์ต่อออนซ์

โดยที่ทางเทคนิคมองว่า หากราคาทองคำ Spot หลุดช่วง 1,935-1,940 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จะถือว่าหลุดระดับ Neckline ของรูปแบบ Double Top ที่มีเป้าหมายการร่วงลงมาบริเวณ 1,860-1,880 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และการจะไต่ระดับสู่ 2,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อีกครั้ง ก็ต้องรอโอกาสและปัจจัยที่เหมาะสม

แต่ถ้าราคาทองคำ Spot สามารถยืนได้โดยไม่หลุดช่วง 1,935-1,940 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จะให้ภาพบวกสำหรับระยะถัดไปมากกว่าว่ามีแนวโน้มที่ราคาจะแกว่งขึ้นทดสอบระดับ 2,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อีกครั้ง เพื่อแสดงความพร้อมที่จะทะลุขึ้นไปได้เมื่อเฟดยืนยันชัดเจนว่าจะหยุดขึ้นดอกเบี้ย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ทองคำ ราคาทองคำ