เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
น้ำท่วมทำผู้ประกอบการ 4,216 ราย เสียหายเกือบ 150 ล้านบาท เตรียมพักหนี้ให้ 1 ปี
News น้ำท่วมทำผู้ประกอบการ 4,216 ราย เสียหายเกือบ 150 ล้านบาท เตรียมพักหนี้ให้ 1 ปี
นายกฯ ชี้นครสวรรค์ยังน่าห่วง เตือนฝนหนัก 4-10 ต.ค. ย้ำพร้อมเยียวยาเต็มที่
Politics นายกฯ ชี้นครสวรรค์ยังน่าห่วง เตือนฝนหนัก 4-10 ต.ค. ย้ำพร้อมเยียวยาเต็มที่
สทนช.เร่งพร่องน้ำรับฝน 4-7 ต.ค. ทุ่งเจ้าพระยารับน้ำแล้ว 69%
Economic สทนช.เร่งพร่องน้ำรับฝน 4-7 ต.ค. ทุ่งเจ้าพระยารับน้ำแล้ว 69%
SEALECT ดึง “Butterbear” เจาะแฟนด้อม ทุ่มงบกว่า 10 ล้าน ดันยอดขาย-ฐานลูกค้าโต 13%
Business SEALECT ดึง “Butterbear” เจาะแฟนด้อม ทุ่มงบกว่า 10 ล้าน ดันยอดขาย-ฐานลูกค้าโต 13%
น้ำท่วมกระทบเกษตร 1.52 ล้านไร่ เกษตรฯ ตั้งแนวรับฝนรอบใหม่-เร่งแผนฟื้นฟูหลังน้ำลด
Economic น้ำท่วมกระทบเกษตร 1.52 ล้านไร่ เกษตรฯ ตั้งแนวรับฝนรอบใหม่-เร่งแผนฟื้นฟูหลังน้ำลด
“ศุภจี” เช็กสต๊อก CP All ยันสินค้าพอ ตั้ง War Room เร่งกระจายทั่วพื้นที่น้ำท่วม คุมเข้มราคาสินค้าจำเป็น
Economic “ศุภจี” เช็กสต๊อก CP All ยันสินค้าพอ ตั้ง War Room เร่งกระจายทั่วพื้นที่น้ำท่วม คุมเข้มราคาสินค้าจำเป็น
กทม.เปิดเยียวยาน้ำท่วม 2 ระบบ ยื่นออนไลน์แอพพ์ “ทางรัฐ–กทม.”
News กทม.เปิดเยียวยาน้ำท่วม 2 ระบบ ยื่นออนไลน์แอพพ์ “ทางรัฐ–กทม.”
เกษตรฯ เตรียมรับฝนหนัก 4-7 และ 9-12 ต.ค. แบ่ง 4 พื้นที่เสี่ยง ระดมเรือ-เครื่องสูบน้ำสแตนด์บาย 24 ชม.
Economic เกษตรฯ เตรียมรับฝนหนัก 4-7 และ 9-12 ต.ค. แบ่ง 4 พื้นที่เสี่ยง ระดมเรือ-เครื่องสูบน้ำสแตนด์บาย 24 ชม.
“ศุภจี” ส่งถุงยังชีพ 2,000 ชุดช่วยน้ำท่วมปราจีนบุรี เร่งคุมสินค้า–ราคา เตรียม “ธงฟ้า” ฟื้นฟูหลังน้ำลด
Economic “ศุภจี” ส่งถุงยังชีพ 2,000 ชุดช่วยน้ำท่วมปราจีนบุรี เร่งคุมสินค้า–ราคา เตรียม “ธงฟ้า” ฟื้นฟูหลังน้ำลด
กทม.เร่งสูบน้ำ “ฝั่งตะวันออก” โยกเครื่องช่วย“ลาดกระบัง” พร่องแก้มลิงรับฝนระลอกใหม่
News กทม.เร่งสูบน้ำ “ฝั่งตะวันออก” โยกเครื่องช่วย“ลาดกระบัง” พร่องแก้มลิงรับฝนระลอกใหม่
ดูทั้งหมด

ส่องกองทุนหุ้นปันผล 10 อันดับ รีเทิร์นเด่น

23 เม.ย. 2566 | 07:18น.
กองทุนหุ้น

ท่ามกลางความไม่แน่นอนของภาวะตลาด นักลงทุนอาจจะมองหาการลงทุนในกองทุนหุ้นที่ให้ผลตอบแทนที่ดี แต่ความเสี่ยงไม่มาก ซึ่งกองทุนหุ้นปันผลอาจจะตอบโจทย์ดังกล่าวได้

โดย “บดินทร์ พุทธอินทร์” ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ปี 2566 นี้เป็นปีที่น่าสนใจมากสำหรับการลงทุนในกองทุนหุ้นปันผล โดยเฉพาะกองทุนหุ้นปันผลที่เป็นหุ้นโลก (global equity) หลังจากในปีที่ผ่านมา จะเห็นว่าการลงทุนในกลุ่ม thematic ค่อนข้างที่จะติดลบในสภาวะที่เศรษฐกิจโลกมีความไม่แน่นอน แต่กองทุนหุ้นปันผลทั่วโลกปีที่แล้วมีการปรับตัวลงน้อยกว่า

อย่างไรก็ตาม ในมุมของหุ้นตัวที่มีอัตราการจ่ายปันผลสูงในจังหวะที่ราคาติดลบลงมา นักลงทุนมักจะมองว่าการจ่ายปันผลจะเข้ามาเป็นกระแสเงินสด (cash flow) เพราะฉะนั้นราคาหุ้นกลุ่มที่มีการจ่ายปันผล มักจะปรับตัวลง หรือผันผวนได้น้อยกว่าเมื่อเทียบกับกลุ่มอื่น ๆ

“ปีนี้ ความผันผวนและความไม่แน่นอนยังมีอยู่ ฉะนั้นกองทุนหุ้นปันผลเป็นอีกกองทุนที่ตอบโจทย์ และเป็นอีกธีมการลงทุนที่ทาง บลจ.อีสท์สปริง แนะนำนักลงทุน ซึ่งเหมาะที่จะใช้เป็นตัวช่วยกระจายความเสี่ยงในพอร์ตลงทุน” บดินทร์กล่าว

ทั้งนี้ ยังคงแนะนำลงทุนกองทุนหุ้นปันผลในต่างประเทศเป็นหลัก โดยเฉพาะกลุ่มหุ้นทั่วโลก ขณะที่กองทุนหุ้นปันผลในไทย ส่วนใหญ่อยู่ในดัชนี SET50 ซึ่งจะเป็นหุ้นขนาดใหญ่ โดยปีนี้ก็เริ่มมีความน่าสนใจขึ้นพอสมควรจากทิศทางเศรษฐกิจและการบริโภค การจับจ่ายที่จะดีขึ้น และเงินเฟ้อไทยที่ปรับตัวลดลงมาอยู่ในกรอบ ส่งผลให้ความกดดันในการเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ลดน้อยลง และปัจจุบันราคาหุ้นไทยไม่ได้แพงมาก เทรดกันอยู่ที่ประมาณ 16 เท่า ถือว่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี ส่วนกำไรบริษัทจดทะเบียนปีนี้ก็คาดว่าจะโต 13%

“แต่อุตสาหกรรมในไทยยังมีบางอุตสาหกรรมฟื้นได้ดีและบางอุตสาหกรรมยังฟื้นตัวช้า ฉะนั้นหุ้นไทยยังคงต้องเลือกลงทุนเป็นบางกลุ่มเช่น กลุ่มท่องเที่ยว, การบริโภค เป็นต้น”

“บดินทร์” กล่าวด้วยว่า การซื้อกองทุนหุ้นปันผลกับการซื้อหุ้นปันผลโดยตรง มีความแตกต่างกันพอสมควร ซึ่งเวลาที่นักลงทุนซื้อหุ้นปันผลโดยตรง ก็จะเลือกซื้อเป็นบางตัว และต้องไปรอลุ้นว่าหุ้นตัวนั้นจะมีการจ่ายปันผลได้จริงในรอบนั้นหรือไม่ ซึ่งเรียกว่าเป็นความเสี่ยงเฉพาะตัวของบริษัทนั้น ๆ แต่หากเป็นกองทุนหุ้นปันผล จะมีการกระจายการลงทุนในหลากหลายบริษัทและหลากหลายอุตสาหกรรม ซึ่งหากมีกลุ่มหนึ่งได้รับผลกระทบ ก็ยังมีกลุ่มอื่น ๆ ที่ยังจ่ายปันผลได้ตามปกติ

นอกจากนี้ ยังมีการกระจายความเสี่ยงในตัวของบริษัทที่เข้าไปลงทุนได้ดีกว่า รวมถึงผู้จัดการกองทุนยังมีการเช็กประวัติดูการจ่ายปันผลย้อนหลังของบริษัท ก็ทำให้นักลงทุนสามารถมั่นใจได้ว่าจะช่วยลดความเสี่ยงจากการที่ไม่ได้รับการจ่ายปันผลได้

ขณะที่ข้อมูลจาก บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) พบว่า กองทุนหุ้นปันผลที่มีผลตอบแทนสูงสุดตั้งแต่ต้นปีถึง ณ 17 เม.ย. 2566 (YTD) และย้อนหลัง 6 เดือน 4 อันดับแรกเป็นของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยพาณิชย์ นำโดยกองทุน SCBNEXT(SSFE) ผลตอบแทน YTD อยู่ที่ 23.73% และย้อนหลัง 6 เดือน 11.98%

กองทุน SCBSEMI (SSFE) ผลตอบแทน YTD ที่ 22.68% ย้อนหลัง 6 เดือน 40.69% กองทุน SCBEUROPE (SSFE) ผลตอบแทน YTD ที่ 19.22% และย้อนหลัง 6 เดือน 27.44% กองทุน SCBINNO (SSFE) ผลตอบแทน YTD ที่ 18.45% ย้อนหลัง 6 เดือน 4.03% และกองทุน LHSEMICON-D จาก บลจ.เเลนด์ เเอนด์ เฮ้าส์ ผลตอบแทน YTD ที่ 17.26% และย้อนหลัง 6 เดือน ที่ 30.75% (ดูตาราง)

ตร.หุ้นปันผล

ด้าน “รัชดา ตั้งหะรัฐ” กรรมการผู้จัดการอาวุโส สายพัฒนาธุรกิจ บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า โดยปกติแล้วเงินปันผลจากกองทุนรวมจะคิดภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย เท่ากับ 10% เสมือนเป็นภาษีค่าผ่านทาง ซึ่งมองว่าอาจจะเป็นกองทุนที่เหมาะกับนักลงทุนบางประเภทที่อาจจะไม่ได้มีความรู้ด้านการลงทุนมากพอที่จะลงทุนด้วยตนเอง และเหมาะกับนักลงทุนที่ไม่ได้เป็นสายเก็งกำไร แต่เป็นในลักษณะถือยาว

“กองทุนประเภทที่มีการจ่ายปันผล มีความเสี่ยงที่น้อยกว่าเมื่อเทียบกับซื้อหุ้นปันผลโดยตรง เพราะจะมีผู้เชี่ยวชาญค่อยปรับนโยบายการลงทุน ดังนั้น จึงเหมาะกับนักลงทุนที่ยังมีประสบการณ์ไม่เยอะ ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งได้ แต่หากมองในมุมของนักลงทุนที่มีประสบการณ์กองทุนประเภทนี้ก็อาจจะไม่ค่อยได้รับความนิยมมากเท่าไหร่นัก ทั้งนี้ ในมุมมองของการเลือกลงทุน ก็ยังคงแนะนำให้จัดพอร์ตแบบกระจายความเสี่ยง ไม่กระจุกตัว จะช่วยสร้างสมดุลพอร์ตลงทุนที่ดีได้” รัชดากล่าว

ไม่ว่าการลงทุนสินทรัพย์ประเภทใด ก็มีทั้งข้อเด่นและข้อด้อย ผู้ลงทุนควรเลือกลงทุนให้เหมาะกับความเสี่ยงที่ตัวเองรับได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตลาดหุ้น ปันผล หุ้นปันผล