เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
จับตาแผน PDP 2026 ฉบับ ‘เอกนัฏ’ ผุดทางเลือกที่ 5 ดันไฟสะอาดเกิน 70% ชั่งใจต้นทุน CCS
Economic จับตาแผน PDP 2026 ฉบับ ‘เอกนัฏ’ ผุดทางเลือกที่ 5 ดันไฟสะอาดเกิน 70% ชั่งใจต้นทุน CCS
ปาเจราจาบัลย์ พาผู้อ่านสำรวจความตายและความสัมพันธ์ในครอบครัว
Biz Movement ปาเจราจาบัลย์ พาผู้อ่านสำรวจความตายและความสัมพันธ์ในครอบครัว
80 ปี IMF : จากโรงแรมกลางหุบเขา สู่เวทีโลกที่กรุงเทพฯ
Columns 80 ปี IMF : จากโรงแรมกลางหุบเขา สู่เวทีโลกที่กรุงเทพฯ
ออมสินชู AI ปล่อยสินเชื่อรีเจ็กต์เรตต่ำ-ช่วยคนลืมตาอ้าปาก
Finance ออมสินชู AI ปล่อยสินเชื่อรีเจ็กต์เรตต่ำ-ช่วยคนลืมตาอ้าปาก
ราคาทองวันนี้ (22 ต.ค. 69) ร่วงลง 300 บาท รูปพรรณขายออก 66,100 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (22 ต.ค. 69) ร่วงลง 300 บาท รูปพรรณขายออก 66,100 บาท
โลกคู่ขนาน…ข้างเวที IMF-World Bank
Columns โลกคู่ขนาน…ข้างเวที IMF-World Bank
‘สุริยะ’ แจงคุ้มครองพันธุ์กะเพรา ปลูกกินได้ปกติ ห้ามขยายพันธุ์ขายโดยไม่ได้รับอนุญาต
Economic ‘สุริยะ’ แจงคุ้มครองพันธุ์กะเพรา ปลูกกินได้ปกติ ห้ามขยายพันธุ์ขายโดยไม่ได้รับอนุญาต
ก.ล.ต. รื้อเกณฑ์ Crowdfunding จ่อเปิดทางปิดขายก่อนกำหนด ลดภาระผู้ลงทุน
Finance ก.ล.ต. รื้อเกณฑ์ Crowdfunding จ่อเปิดทางปิดขายก่อนกำหนด ลดภาระผู้ลงทุน
ปชน.ย้ำซักฟอก ’18 รมต.’ ต้องได้เวลาเหมาะสม พร้อมเลื่อนไป พ.ย.ได้
Politics ปชน.ย้ำซักฟอก ’18 รมต.’ ต้องได้เวลาเหมาะสม พร้อมเลื่อนไป พ.ย.ได้
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (22 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (22 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ดูทั้งหมด

BITE SIZE : ดอกเบี้ยขาขึ้น-ลอยตัว ทุบคนผ่อนบ้านอ่วม

11 พ.ย. 2566 | 11:00น.
Prachachat BITE SIZE ผ่อนบ้าน สินเชื่อบ้าน ดอกเบี้ย
Prachachat BITE SIZE
โดย พฤฒินันท์ สุดประเสริฐ

ช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา มีการพูดถึงเรื่องการผ่อนบ้านเป็นจำนวนมาก โดยหนึ่งในเคสที่ได้รับความสนใจอย่างมาก คือ เคสที่ชำระค่างวดบ้านไปเป็นหลักหมื่นบาท แต่หักเงินต้นเพียง 5 บาท นอกนั้นเป็นดอกเบี้ยหมดเลย

และด้วยสถานการณ์ในภาพรวม ที่คนผ่อนบ้านเจอพิษดอกเบี้ย 2 เด้ง ทั้งดอกเบี้ยนโยบายขาขึ้น และอัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัว จนทำให้ตัดสินใจรีไฟแนนซ์-ขอแก้สัญญา-ขอลดดอกเบี้ย

หลายคนต่างกังวล ในภาวะที่ดอกเบี้ยนโยบายขาขึ้นแบบนี้ บวกกับสินเชื่อของแต่ละคน เริ่มใช้อัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัวด้วย จะทำยังไงดี จะรอดจากสถานการณ์นี้ได้อย่างไร

Prachachat BITE SIZE ชวนเข้าใจสถานการณ์นี้ไปด้วยกัน

ดอกเบี้ยนโยบายขาขึ้น เขย่าคนผ่อนบ้าน

ปี 2565-2566 ดอกเบี้ยนโยบายขึ้นไปทั้งหมด 8 ครั้ง จาก 0.50% ที่ตรึงไว้ตั้งแต่พฤษภาคมปี 2563 ขึ้นมาเป็น 0.75% เมื่อสิงหาคม 2565 จนขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 2.50% เมื่อกันยายน 2566

และการขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย ย่อมกระทบต่อลูกค้าสินเชื่อทุกรูปแบบ โดยเฉพาะลูกค้าสินเชื่อบ้าน

ผลกระทบจากดอกเบี้ยขาขึ้นต่อลูกค้าสินเชื่อที่อยู่อาศัย ส่วนใหญ่จะกระทบในกลุ่มผู้ขอกู้สินเชื่อบ้าน รายใหม่ ที่จะได้รับอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ส่วนลูกค้าสินเชื่อรายเดิม แต่ละธนาคารจะคำนวณค่างวดเผื่อไว้ (buffer) เฉลี่ย 1-2% รองรับในทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น ทำให้ผลกระทบอาจจะไม่มากนัก

ขณะเดียวกัน กลุ่มที่เริ่มกระทบ คือกลุ่มที่ครบกำหนดเปลี่ยนไปเป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัว เช่น ดอกเบี้ยเดิม 3% ต่อปี ปรับเป็น 4% ต่อปี ทำให้เวลาลูกค้าจ่ายค่างวดจะตัดเงินต้นน้อยลง

“ลดดอกเบี้ย-แก้สัญญา” ทางออกแก้หนี้บ้าน

จากสถานการณ์ดอกเบี้ยที่มีการปรับขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ธนาคารก็พยายามหาทางออกให้ลูกค้าในการผ่อนบ้าน ทั้งลูกค้าเดิม และลูกค้าที่ต้องการรีไฟแนนซ์

ดร.ศศิมา ทองสมัคร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผลิตภัณฑ์ธุรกิจรายย่อย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า มีลูกค้าสินเชื่อที่อยู่อาศัยเข้ามาเจรจาขอลดดอกเบี้ย (retention) กับธนาคารเพิ่มขึ้น 2 เท่า จากเดิมเฉลี่ยอยู่ที่ 400 ล้านบาทต่อเดือน เพิ่มขึ้นเป็น 800 ล้านบาทต่อเดือน และคาดว่าแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอีก

โดยสาเหตุหลักมาจากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในตลาดที่สูงขึ้น รวมถึงลูกค้าผ่อนชำระครบ 3 ปี ครบกำหนดดอกเบี้ยช่วงโปรโมชั่นพอดี ทำให้เป็นดอกเบี้ยลอยตัว

ทั้งนี้ การปรับลดอัตราดอกเบี้ยในแต่ละรายจะไม่เท่ากัน ซึ่งจะพิจารณาตามประเภทของทรัพย์ และกลุ่มลูกค้าเป็นหลัก

ขณะที่ นายชัยยศ ตันพิสุทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ปกติสถาบันการเงินจะมีการคำนวณดอกเบี้ยเผื่อไว้เฉลี่ย 1% เพื่อรองรับดอกเบี้ยขาขึ้น แต่ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 1.3% ทำให้ภาระการผ่อนไม่คุมเงินต้น ซึ่งกระทบลูกค้าสินเชื่อที่อยู่อาศัยแน่นอน

โดยเบื้องต้นธนาคารจะมีการแจ้งเตือนไปยังลูกค้าที่เข้าข่ายได้รับผลกระทบจากค่างวดผ่อนชำระไม่เหลือตัดเงินต้น ซึ่งลูกค้าสามารถปรับเปลี่ยนเงื่อนไขชำระผ่านแอปพลิเคชั่น หรือเลือกเข้ามาเปลี่ยนสัญญาได้ จะจ่ายเท่าเดิม แต่ขยายเวลาออกไป หรือเลือกเพิ่มวงเงินชำระค่างวดเพื่อให้เพียงพอในการตัดชำระเงินต้น ซึ่งลูกค้าสินเชื่อบ้านจะนิยมนำเงินมาโปะเมื่อมีเงินก้อน

ส่วนตลาดรีไฟแนนซ์นั้น นายจเร เจียรธนะกานนท์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้าผลิตภัณฑ์สินเชื่อรายย่อย ธนาคารทหารไทยธนชาต หรือทีทีบี เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดรีไฟแนนซ์สินเชื่อที่อยู่อาศัยในช่วงที่เหลือยังคงขยายตัวต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น ทำให้ลูกค้าต้องการลดภาระดอกเบี้ยและค่างวดในการผ่อนชำระลง เพื่อรักษาสภาพคล่องไว้

แก้หนี้บ้าน ไปทางไหนดี ?

กลับมาที่คำถามเบสิกที่หลาย ๆ คนอาจกำลังคิดไม่ตก คือ จะ Refinance หรือจะ Retention กันดี แล้วแตกต่างกันอย่างไร

การรีไฟแนนซ์ (Refinance) คือการที่เราเปลี่ยนธนาคารเพื่อผ่อนสินเชื่อบ้าน ส่วนการรีเทนชั่น (Retention) คือการคุยกับธนาคารเดิมที่ผ่อนบ้านอยู่ เพื่อเจรจาลดดอกเบี้ย โดยรูปแบบการจัดการหนี้บ้าน ทั้ง 2 แบบ ก็มีข้อดีต่างกัน

การรีไฟแนนซ์ ทำให้เราได้เลือกอัตราดอกเบี้ยที่ตอบโจทย์เรามากที่สุด ได้ดอกเบี้ยที่ถูกลงและผ่อนต่อเดือนน้อยลงด้วย แต่ก็ต้องแลกด้วยการยื่นเอกสาร รอเวลาดำเนินการ และต้องเสียค่าธรรมเนียมต่าง ๆ คล้ายการยื่นสินเชื่อใหม่

ขณะที่การรีเทนชั่น เพียงติดต่อธนาคาร เตรียมเอกสารไม่กี่อย่าง และรออนุมัติไม่นาน เพราะธนาคารเดิม มีประวัติการชำระอยู่แล้ว และค่าใช้จ่ายมีเพียงแค่ค่าธรรมเนียมสินเชื่อ 1-2% ของวงเงินกู้ แต่ดอกเบี้ยหลังรีเทนชั่น อาจลดไม่มากเท่ากับการไป Refinance เลย

ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความสะดวกของแต่ละคนในการเลือกรูปแบบการลดดอกเบี้ย และความคุ้มค่าที่เกิดขึ้น

อีกคำแนะนำหนึ่ง คือ การโปะหนี้ อาจจะโปะหนี้ด้วยเงินโบนัส เงินพิเศษในแต่ละปีก็ได้ หรือจ่ายเกินในทุก ๆ งวดก็ได้ เพื่อให้เงินต้นลดลงเร็วขึ้น ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายก็ลดลงตามมา และทุก ๆ 3 ปี ควรติดต่อสถาบันการเงิน เพื่อขอลดดอกเบี้ยหรือรีไฟแนนซ์ เพื่อลดภาระดอกเบี้ยให้น้อยลง

ส่วนคนที่จะกู้บ้านในช่วงนี้ อาจจะต้องดูความสามารถในการผ่อน รวมถึงแผนการผ่อน และอัตราดอกเบี้ยในแต่ละช่วง เพื่อให้เราสามารถผ่อนได้สบายใจ ไม่ต้องกังวลเรื่องภาระในอนาคต

ติดตาม Prachachat BITE SIZE EP.28 ได้ที่ https://youtu.be/vunRoheeV3w