ศาลเลื่อนไต่สวน เหยื่อหุ้นกู้ STARK ฟ้องคดีกลุ่ม เป็น 29 ม.ค.67

เหยื่อหุ้นกู้ STARK ฟ้องคดีแบบกลุ่ม

ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ เลื่อนไต่สวน เหยื่อหุ้นกู้ STARK ฟ้องคดีแบบกลุ่ม เป็นวันที่ 29 ม.ค.67 และ 19 ก.พ.67 หลังทนายจำเลยไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อได้ ติดว่าความ-มีนัดพบแพทย์ ศาลฯ แจ้งให้ทุกฝ่ายเตรียมพยานมาให้พร้อม

วันที่ 27 พฤศจิกายน 2566 แหล่งข่าวผู้เสียหายจากการลงทุนหุ้นกู้ บมจ.สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น (STARK) เปิดเผยว่า วันนี้เวลา 12.00 น. มีการพิจารณาคดีของผู้เสียหายหุ้นกู้ STARK เพื่อขอดำเนินคดีแบบกลุ่ม (Class Action) ที่ศาลกรุงเทพใต้ ถนนเจริญกรุง

เบื้องต้นสำหรับสถานการณ์ก่อนเริ่มพิจารณาคดีนั้น ทางผู้รับมอบอำนาจผู้ร้องสอดยื่นคำร้องขอถอนคำร้องสอด

และช่วงการไต่สวนพยานโจทก์ กลุ่มห้องตัวจริงทั้ง 3 คน ยังไม่ทันจบคำซักค้านของทนายจำเลยที่ 1 เวลาได้ล่วงเลยจนประมาณเวลา 13.00 น. ทางทนายจำเลยที่ 1 แจ้งว่าช่วงบ่ายไม่ว่างมีนัดพบแพทย์ในเวลา 14.00 น. ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อได้

ส่วนทนายจำเลยที่ 4 แถลงว่าติดว่าความออนไลน์กับศาลแขวงชลบุรีในช่วงบ่ายไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อได้เช่นเดียวกัน จึงขออนุญาตเลื่อนคดีออกไป

ด้วยเหตุนี้ศาลฯ จึงเห็นควรให้เลื่อนไปไต่สวนพยานโจทก์ทั้ง 3 และพยานจำเลยทั้ง 5 ใหม่ในวันที่ 29 มกราคม 2567 และวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 9.00-16.30 น.และให้ทุกฝ่ายเตรียมพยานมาให้พร้อม

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 4 ก.ย.2566 ที่ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ กลุ่มผู้เสียหายจากการร่วมลงทุนหุ้นกู้ STARK ได้มีการนัดรวมตัวกันเพื่อรับฟังการไต่สวนคำร้องการดำเนินคดีแบบกลุ่มกับนายวนรัชต์ ตั้งคารวคุณ ผู้บริหารและกรรมการ STARK กับพวกอีก 5 คน หลังจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้มีการกล่าวโทษในความผิดฐาน “ชี้ชวนซื้อขายหลักทรัพย์ด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จหรือไม่เป็นความจริง ปกปิดข้อมูลอันเป็นสาระสำคัญ”

จากนั้นกลุ่มผู้เสียหายได้ร้องต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้ เพื่อเอาผิดต่อกรรมการและผู้บริหารบริษัทดังกล่าวให้ชดใช้ค่าเสียหาย จ่ายเงินลงทุนคืนให้กับเจ้าหนี้ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นกู้ทุกคน มูลค่าความเสียหายกว่า 9,200 ล้านบาท

ที่ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ นัดไต่สวนคำร้องการดำเนินคดีแบบกลุ่ม เพื่อพิจารณารับฟ้อง กรณีที่ร่วมกันยื่นฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกับกรรมการบริษัท STARK จำนวน 5 คน โดยการไต่สวนครั้งนั้นมีผู้เสียหายในคดีหุ้นกู้ STARK กว่า 200 คน นัดรวมตัวกันมารับฟังการไต่สวน

แต่เนื่องด้วยมีผู้เสียหายจำนวนมาก ทางเจ้าหน้าที่ศาลฯ จึงจัดพื้นที่ใช้ห้องประชุมชั้น 10 เพื่อรองรับผู้เสียหายที่มาร่วมฟังการไต่สวน แต่เนื่องด้วยวันนี้ศาลนัดพิจารณาหลายคดี และการไต่สวนคดี STARK อยู่เป็นลำดับสุดท้าย โดยการไต่สวนได้เริ่มขึ้นในเวลา 10 นาฬิกาเศษ

แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นของกลุ่มผู้เสียหายก็คือ เดิมทีมีกลุ่มผู้เสียหายรวมตัวสร้างกลุ่มแอปพลิเคชันไลน์ได้ 5 กลุ่ม ซึ่งทุกกลุ่มมีความเห็นตรงกันว่าควรยื่นฟ้องสู้คดีเรียกค่าเสียหายกว่า 9,000 ล้านบาท ให้แก่ผู้ถือหุ้นกว่า 4,500 คน ผู้เสียหายจึงตั้งทนายความยื่นฟ้องผู้บริหาร STARK โดยวันนั้นศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องเพื่อพิจารณาว่าจะรับฟ้องหรือไม่

ต่อมาเมื่อวันที่ 17 ก.ย.2566 มีผู้เสียหายรายหนึ่ง มอบอำนาจให้บุตรชายไปร่วมฟ้องกับกลุ่มผู้เสียหายส่วนใหญ่ที่ยื่นฟ้องไปก่อนหน้านี้ จึงขอศาลว่าขอกลับไปพูดคุยหารือกับกลุ่มผู้เสียหายทั้งหมดก่อน ทำให้กลุ่มผู้เสียหายส่วนใหญ่ไม่พอใจและไม่เห็นด้วยกับการเข้ามาร่วมฟ้องดังกล่าว เพราะยิ่งทำให้เสียเวลาในกระบวนการฟ้องร้อง ทั้งที่ผู้เสียหายส่วนใหญ่ได้หารือตกลงกันมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงไม่ทราบถึงเหตุผลที่แท้จริงของการร่วมฟ้องครั้งนี้


อย่างไรก็ตาม ทนายความจำเลยที่ 3 ขอเลื่อนการไต่สวน โดยให้เหตุผลว่า เพิ่งได้รับคำร้อง จึงขอขยายระยะเวลายื่นคำคัดค้าน และทนายความจำเลยที่  5 ได้ให้ตัวแทนมายื่นหนังสือต่อศาลขอให้เลื่อนการไต่สวนมูลฟ้องออกไป เนื่องจากไม่สะดวกเดินทางมาร่วมไต่สวนที่ศาลในวันนั้นได้ เนื่องจากติดว่าความคดีที่ศาลจังหวัดสมุทรสาคร