ศักดิ์สยาม ชงใช้ระเบียบกระทรวงการคลัง คลายล็อกซ่อมถนนรับสาธารณภัย

ศักดิ์สยาม ชิดชอบ

ศักดิ์สยามเผยชงใช้ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อ จัดจ้าง และบริหารพัสดุภาครัฐ แทนระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ เปิดทางเร่งซ่อมแซมถนนหนทาง

วันที่ 10 ตุลาคม 2565 เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบ 20 ปีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า การดำเนินงานของกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ในปีงบประมาณ 2565 มีการเบิกจ่ายได้สูงกว่า 90.93%

ตนได้มอบนโยบายให้กรมทางหลวงชนบทผลักดันโครงข่ายถนน โครงการที่จะทำตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี สนับสนุนกับโครงการทางหลวง ระบบรถไฟ รวมไปถึงท่าเรือสำคัญ เพื่อทำให้ประชาชนเข้าถึงภาคขนส่งได้ทุกมิติ

และได้มอบหมายให้กรมทางหลวงชนบทศึกษาดูงานจากต่างประเทศมาประยุกต์ใช้ โดยให้ดูความสำเร็จในอาเซียน ยกตัวอย่างเช่น สิงคโปร์ที่พัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว และโครงการรถไฟลาว-จีน ตอนนี้กำลังทลายสิ่งที่เป็นข้อจำกัดเปลี่ยนเป็นโอกาส จากการพัฒนาพื้นที่ Land Lock วันนี้ลาวใช้โลจิสติกส์เป็นกำลังสำคัญเปลี่ยนประเทศเป็น Land Link อีกทั้งยังพัฒนาโครงการได้สำเร็จเร็วกว่าแผนประมาณ 1 เดือน ประกอบกับใช้เทคโนโลยีในการก่อสร้าง เช่น การสร้างอุโมงค์ และภูเขา

นายศักดิ์สยามกล่าวต่อว่า การมอบนโยบายในครั้งนี้ กรมทางหลวงชนบทได้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาซ่อมทางจากอุทกภัย ที่พบว่าการเบิกจ่ายงบประมาณตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ ซึ่งมีขั้นตอนจำนวนมากและระยะเวลายาวนาน ไม่ตอบโจทย์ประชาชนที่ต้องรอใช้ทาง

“เรื่องการขอใช้ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อ จัดจ้าง และบริหารพัสดุภาครัฐ คือเรื่องนี้เราจะต้องเสนอ ครม.เพื่อขอยกเว้นการใช้ระเบียบจัดซื้อ จัดจ้าง และใช้ระเบียบของกระทรวงการคลัง คาดว่าจะเสนอให้ทันซ่อมแซมอุทกภัยรอบนี้ แต่ก่อนหน้านี้ได้งบประมาณมากว่า 1 พันล้านบาท ส่วนการขอรับจัดสรรงบซ่อมทางในรอบนี้จะเท่าไหร่นั้น ต้องรอประเมินความเสียหายจากอุทกภัยผ่านพ้นไปก่อน”

สำหรับสถานการณ์อุทกภัย พบว่าปัจจุบันประสบอุทกภัย 32 จังหวัด ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา, ชัยนาท, ลพบุรี, สิงห์บุรี, ชัยภูมิ, นครราชสีมา, บุรีรัมย์, สุรินทร์, ขอนแก่น, มหาสารคาม, ร้อยเอ็ด, ศรีสะเกษ, อำนาจเจริญ, อุบลราชธานี, กำแพงเพชร, ตาก, นครสวรรค์, พิจิตร, อุทัยธานี, พิษณุโลก, เพชรบูรณ์, สุโขทัย, อุตรดิตถ์, เชียงใหม่, แม่ฮ่องสอน, ลำพูน, ลำปาง, นครนายก, ปราจีนบุรี, หนองบัวลำภู, กาฬสินธุ์ และเชียงราย ได้รับผลกระทบ 172 สายทาง ในจำนวนนี้พบว่าสัญจรผ่านได้ 73 สายทาง และสัญจรผ่านไม่ได้ 99 สายทาง


นายศักดิ์สยามกล่าวด้วยว่า ส่วนการช่วยเหลือภายหลังสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ หากตรวจพบสายทางที่เกิดความเสียหายรุนแรง ให้ดำเนินการซ่อมแซมเบื้องต้น เพื่อให้ประชาชนสามารถสัญจรไปมาได้ภายใน 7 วัน และเข้าดำเนินการสำรวจ ออกแบบประมาณมูลค่าความเสียหาย พร้อมภาพถ่ายสภาพความเสียหายหลังน้ำลด เพื่อขอสนับสนุนงบประมาณในการฟื้นฟูต่อไป