อาคารย่านพระราม 9 ทรุด ถอดบทเรียน-แนวทางแก้ปัญหาเหตุตึกถล่ม

อาคารย่านพระราม 9 ทรุด

ถอดบทเรียนทางวิศวกรรม กรณีอาคารย่านพระราม 9 ทรุดระหว่างการก่อสร้าง พร้อมมองแนวทางแก้ปัญหาจากเหตุตึกถล่มซ้ำซาก

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2566 จากกรณีเหตุอาคาร 5 ชั้นถล่มระหว่างก่อสร้างชั้นดาดฟ้า (ชั้นที่ 5) ของอาคาร ย่านพระราม 9 จนทำให้มีผู้บาดเจ็บหลายรายเมื่อวันที่ 12 ก.พ. 2566 ที่ผ่านมา อาคารหรือโครงสร้างถล่มระหว่างก่อสร้างไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นครั้งแรก แต่เคยเกิดขึ้นแล้วหลายครั้ง จนเรียกได้ว่าเป็นปัญหาที่ซ้ำซาก เช่น การพังถล่มของนั่งร้านก่อสร้างโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่แห่งหนึ่งแถวถนนพระราม 4 ในเดือน ก.พ. 2565 หรือชิ้นส่วนสะพานกลับรถถนนพระราม 2 หล่นลงมาในเดือน ก.ค. 2565 ซึ่งมีทั้งผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต

ศ.ดร.อมร พิมานมาศ ศาสตราจารย์สาขาวิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และนายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์อาคารถล่มนี้ว่า การก่อสร้างอาคารข้างเคียงในโครงการเดียวกันพบว่า ระบบโครงสร้างอาคารเป็นพื้นไร้คาน

ซึ่งจุดอ่อนของโครงสร้างระบบนี้มักอยู่ตรงที่ข้อต่อระหว่างพื้นกับเสา สังเกตได้จากการพังถล่มที่เกิดขึ้น พื้นหลุดแยกจากเสาแล้วถล่มลงมากองข้างล่าง การพังถล่มเกิดขึ้นในระหว่างที่เทคอนกรีตชั้นที่ 5 จึงมีข้อสันนิษฐานสาเหตุทางวิศวกรรมได้หลายปัจจัย เช่น

  1. จำนวนนั่งร้านและค้ำยันไม่เพียงพอ ทำให้ไม่สามารถรองรับน้ำหนักคอนกรีตได้
  2. การติดตั้งหรือประกอบค้ำยันไม่ครบทุกชิ้นส่วนหรือไม่ถูกต้องตามมาตรฐาน
  3. ประเภทของค้ำยันไม่เหมาะสมต่อการรับน้ำหนักคอนกรีต
  4. ฐานรองรับค้ำยัน (พื้นที่อยู่ชั้นถัดลงไป) ยังไม่แข็งแรง หรือยังไม่ได้อายุ
  5. การเทคอนกรีตกระจุกตัว คนงานเกลี่ยกระจายน้ำหนักคอนกรีตไม่ทัน
  6. ขั้นตอนการก่อสร้างถูกต้องตามแบบหรือการก่อสร้างลัดขั้นตอนหรือไม่
  7. การออกแบบและการใช้วัสดุที่เป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่

ดังนั้นสาเหตุที่ทำให้อาคารถล่มจะเกิดจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งหรือหลายสาเหตุร่วมกัน จะต้องรวบรวมข้อมูลหลักฐานทั้งหมดที่เกี่ยวข้องเพื่อนำไปสู่ข้อสรุปที่ชัดเจนต่อไป

Advertisment

ในทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การออกแบบและการก่อสร้างอาคารที่สูง 5 ชั้นเข้าข่ายเป็นวิศวกรรมควบคุม จะต้องดำเนินการตามพระราชบัญญัติวิศวกร พ.ศ. 2542 และกฎกระทรวงกำหนดวิชาชีพวิศวกรรมและวิขาชีพวิศวกรรมควบคุม พ.ศ. 2565

ซึ่งกำหนดว่า สำหรับการก่อสร้างอาคารที่มีความสูงตั้งแต่ 3 ชั้นขึ้นไปหรือโครงสร้างของอาคารที่ชั้นหนึ่งชั้นใดมีความสูงตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป หรืออาคารที่มีช่วงคานตั้งแต่ 5 เมตรขึ้นไป จะต้องมีวิศวกรที่ได้รับใบอนุญาตจากสภาวิศวกรมาทำการออกแบบและควบคุมการก่อสร้าง โดยวิศวกรออกแบบจะต้องได้รับใบอนุญาตระดับสามัญวิศวกรขึ้นไป และวิศวกรคุมงานจะต้องได้รับใบอนุญาตระดับภาคีวิศวกรขึ้นไป

หากวิศวกรละเลยในการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักวิชาการก็อาจมีความผิดทางจรรยาบรรณ และอาจได้รับโทษสูงสุดคือเพิกถอนใบอนุญาต นอกเหนือการได้รับโทษทางแพ่งและอาญา

สำหรับแนวทางแก้ไขปัญหา จริง ๆ แล้วการก่อสร้างย่อมมีมาตรฐานในทำงาน และการก่อสร้างอาคาร 5 ชั้นในระบบพื้นไร้คาน ก็ไม่ได้ถือว่าซับซ้อนมาก และที่ผ่านมามีการก่อสร้างอาคารลักษณะนี้มาแล้วเป็นจำนวนมาก ดังนั้นปัญหาที่เกิดขึ้นจึงเป็นเรื่องที่แก้ไขได้ โดย

Advertisment
  1. วิศวกรที่เกี่ยวข้องจะต้องบังคับใช้มาตรฐานทางวิศวกรรมอย่างเคร่งครัด
  2. ผู้ประกอบการจะต้องจัดหาทรัพยากรเช่น นั่งร้าน และค้ำยันให้เพียงพอ และควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับแรก
  3. หน่วยงานภาครัฐจะต้องตรวจตราหรือจัดนายตรวจสุ่มตรวจสถานที่ก่อสร้างที่เสี่ยงจะไม่ปลอดภัยและสั่งระงับการก่อสร้างหากตรวจพบ
  4. องค์กรทางวิชาชีพ จะต้องกำกับการทำงานของวิศวกร และดำเนินการทางจรรยาบรรณแก่ผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามหลักวิชาชีพหรือละเลยต่อการทำหน้าที่อย่างเคร่งครัด