ลพบุรีชวนเที่ยวชม “กัลปพฤกษ์” ดอกไม้สวรรค์จากไตรภูมิพระร่วง

กัลปพฤกษ์
ภาพจาก สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี

กัลปพฤกษ์ จ.ลพบุรี ออกดอกทุกปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตอนนี้ริมถนนเส้นวัดถ้ำบ่อทอง ต.ช่องสาริกา อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี เข้าสู่ฤดูที่ต้นกัลปพฤกษ์กำลังออกดอกบานสะพรั่งตลอดริม 2 ฝั่งถนนความยาวกว่า 2 กิโลเมตร โดยชาวบ้านเล่าว่า ต้นกัลปพฤกษ์จะออกดอกทุกปี ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ไปจนถึงปลายเดือนมีนาคม ก่อนดอกจะร่วงโรยไป

สำหรับต้นกัลปพฤกษ์ เป็นพรรณไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูงได้ประมาณ 5-15 เมตร มีความสูงโดยเฉลี่ยประมาณ 12 เมตร เรือนยอดแผ่กว้าง แต่ไม่หนาแน่นทึบ แตกกิ่งต่ำ และทอดกิ่งยาวขึ้นสู่ด้านบน สามารถขึ้นได้ในพื้นที่ที่ดินไม่ค่อยสมบูรณ์ ชอบความชื้นปานกลาง แสงแดดแบบเต็มวัน พรรณไม้ชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดในแถบประเทศพม่า ไทย ลาว เขมร เวียดนาม ในประเทศไทย

เมื่อออกดอกเป็นช่อกระจายตามกิ่งพร้อมกับแตกใบอ่อน ช่อดอกไม่แตกแขนง ยาวได้ประมาณ 5-10 เซนติเมตร มีขนสีเหลืองขึ้นปกคลุม ช่อดอกจะออกแน่นเป็นกลุ่มตลอดกิ่ง เมื่อเริ่มบานดอกจะเป็นสีชมพู แล้วจะเปลี่ยนเป็นสีชมพูเรื่อ ๆ จนถึงสีขาวเมื่อใกล้ร่วงโรย

ดอกกัลปพฤกษ์
ภาพจาก สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี

เรื่องเล่ากัลปพฤกษ์ เปรียบเหมือนแก้วสารพัดนึก

ปัจจุบันกัลปพฤกษ์นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ โดยส่วนใหญ่จะปลูกไว้ประดับอาคารบ้านเรือน ปลูกในสวนสาธารณะ และริมถนนทั่วไป เพราะสามารถทนดินและอากาศแห้งได้เป็นอย่างดี คนไทยในอดีตเชื่อกันว่า ต้นกัลปพฤกษ์มีอยู่ในแดนสวรรค์ เปรียบเหมือนแก้วสารพัดนึก หากปรารถนาสิ่งใดจะขอได้จากต้นไม้นี้ อีกทั้งต้นกัลปพฤกษ์ยังถือเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะ มีโชคมีชัย

ในคัมภีร์ไตรภูมิกถา (ไตรภูมิพระร่วง) กล่าวถึงต้นกัลปพฤกษ์ว่า เป็นต้นไม้สารพัดนึก เป็นต้นไม้อยู่บนสวรรค์ สำหรับโลกมนุษย์ ต้นกัลปพฤกษ์จะมาบังเกิดเมื่อพระศรีอาริยเมตไตรยมาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าองค์ต่อไป โดยต้นกัลปพฤกษ์จะขึ้นอยู่ที่ประตูเมืองทั้ง ๔ ด้าน ใครต้องการสิ่งของอะไรก็ไปอธิษฐานขอเอาจากต้นกัลปพฤกษ์ดังกล่าวนั้นได้ทุกคน นอกจากนี้ ยังมีคำบรรยายถึงต้นกัลปพฤกษ์ตอนหนึ่งว่า

“แลในแผ่นดินอุตตกุรุทวีปนั้น มีต้นกัลปพฤกษ์ต้นหนึ่ง โดยสูงได้ ๑๐๐ โยชน์ โดยกว้างได้ ๑๐๐ โยชน์ โดยรอบบริเวณมณฑลได้ ๓๐๐ โยชน์ แลต้นกัลปพฤกษ์นั้นผู้ใดจะปรารถนาหาทุนทรัพย์ สรรพเหตุใด ๆ ก็ดี ย่อมได้สำเร็จในต้นไม้นั้นทุกประการแล…”

ในคัมภีร์โลกสัณฐานกล่าวว่า ท้าวจาตุมหาราช หรือจตุโลกบาล ทั้ง ๔ พระองค์ คือท้าวธตรฐ จอมภูต รักษาทิศตะวันออก ท้าววิรุฬหก จอมเทวดารักษาทิศใต้ ท้าววิรูปักษ์ จอมนาค รักษาทิศตะวันตก และท้าวกุเวร จอมยักษ์ รักษาทิศเหนือ ทั้ง ๔ พระองค์นี้ล้วนทรงด้วยพระภูษา อันเกิดแต่ต้นกัลปพฤกษ์ทุกพระองค์


คนไทยในอดีตถือว่าต้นกัลปพฤกษ์ เปรียบได้กับแก้วสารพัดนึก จึงทำให้เกิดความใฝ่ฝันจะได้ไปเกิดในสมัยพระศรีอาริย์กันอย่างกว้างขวาง จนมีผู้นำเอาอุดมการณ์ทางการเมืองมาผูกโยงกับความเชื่อเรื่องยุคพระศรีอาริย์ ดังเช่นกรณี “กบฏผีบุญ” ในภาคอีสาน ช่วงรัชสมัยสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อกว่าร้อยปีมาแล้ว เป็นต้น

ดอกกัลปพฤกษ์
ภาพจาก สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี