“ภูเก็ต” สั่งปิดรอยต่อทุกตำบลค้นหาโรค “โควิด-19” ฉีดฆ่าเชื้อทุกหลัง

แฟ้มภาพ

ภูเก็ตออกประกาศคำสั่งปิดพื้นที่รอยต่อทุกตำบลตั้งแต่ 13-26 เม.ย.นี้ เข้าตรวจค้นโรคโควิด-19 ฉีดฆ่าเชื้อทุกหลังคาเรือน

เมื่อวันที่ 9 เม.ย.63 นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ลงนามคำสั่งจังหวัดภูเก็ต ที่ 1908/2563 เรื่อง ปิดสถานที่และกำหนดมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จังหวัดภูเก็ต

สาระสำคัญ คำสั่งฉบับนี้ ระบุว่า จากการติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดในจังหวัดภูเก็ต พบว่ายังคงมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และกระจายเป็นวงกว้างทั่วบริเวณจังหวัดภูเก็ต คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต ขอยกเลิกคำสั่งปิดพื้นที่ตำบลป่าตอง พื้นที้ตำบลกะรน พื้นที่ตำบลราไวย์ พื้นที่ตำบลกะทู้ พื้นที่ตำบลฉลอง พื้นที่ตำบลศรีสุนทร

ให้ใช้ข้อความดังนี้แทน ให้ปิดพื้นที่รอยต่อระหว่างตำบลทุกตำบลเพื่อควบคุมให้มีการเคลื่อนย้ายบุคคลและยานพาหนะให้น้อยที่สุด ให้พิจารณากำหนดจุดตรวจคัดกรองให้เกิดความเหมาะสมไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อยานพาหนะที่สัญจรไปมา ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่ 13 เมษายน 2563 ถึงเวลา 23.59 น. ของวันที่ 26 เมษายน 2563 รวมทั้งสิ้น 14 วัน หรือจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ขอความร่วมมือให้ประชาชนพักอยู่ในเคหสถานหรือที่พำนักของตน โดยให้มีการเดินทางออกนอกเขตเคหสถานให้น้อยที่สุด เพื่อลดการแพร่กระจายของโรคโควิด-19 มอบหมายให้อำเภอร่วมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดเตรียมความพร้อมเพื่อการดำเนินการตาม

มาตรการดังกล่าว โดยให้ประชาชนมีผลกระทบน้อยที่สุด ห้ามมิให้มีการกักตุนสินค้าอุปโภคบริโภคหรือสินค้าที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีพ หากพบผู้กระทำผิดให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการตามกฎหมายโดยเคร่งครัด

ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร่วมอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดบุคลากรเข้าตรวจวัดไข้ประชาชนในพื้นที่ตำบลทุกคน หากพบผู้ใดมึอาการเข้าข่ายที่ต้องเฝ้าระวังโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จะต้องถูกส่งไปแยกกัก กักกัน หรือคุมไว้สังเกตอาการ ยังสถานที่ที่จังหวัดกำหนด

ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่รับผิดชอบทำความสะอาดสถานที่สาธารณะ ถนน บ้านพักอาศัย ร้านค้าในเขตพื้นที่รับผิดชอบโดยฉีดฆ่าเชื้อทั้งหมดทุกหลังคาเรือน ให้อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่ทราบและจัดเตรียมเครื่องอุปโภคบริโภค ที่จำเป็นต่อการดำรงชีพในระยะเวลาประมาณ 14 วัน โดยให้ชี้แจงทำความเข้าใจถึงเหตุผลความจำเป็นที่ต้องขอความร่วมมือใหัประชาชนอาศัยอยู่ในเคหสถาน หรือที่พำนักของตนอย่าให้เกิดความตระหนกต่อการดำเนินการในครั้งนี้

การดำเนินการตามคำสั่งฉบับนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตทุกคนเพื่อให้การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ยุติลงโดยเร็วที่สุด

หากผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งฉบับนี้ อาจเป็นความผิดตามมาตรา 52 แห่ง พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 : ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจได้รับโทษตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ตามข้อกำหนดตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 1) ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน พ.ศ.2563 ถึงวันที่ 26 เมษายน 2563 หรือจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
…….

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ