คำสั่งทช.เข้ม! ห้ามสูบ-ทิ้งบุหรี่นำร่อง 24 ชายหาด ฝ่าฝืนเจอปรับ 1 แสน จำคุก 1 ปี ดีเดย์กุมภาฯ 61

วันที่ 31 ตุลาคม 2560 พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานและสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพในด้านการป้องกันภัยคุกคามทรัพยากรทางทะเลและขายฝั่ง และ ภัยสุขภาพจากบุหรี่บริเวณพื้นที่ชายหาด โดยการลงนามบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้เป็นความร่วมมือจากหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งส่วนกลางและภูมิภาค โดยมีโต้โผใหญ่ คือ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) นอกจากนี้ยังเป็นความร่วมมือจาก 24 หาด 15 จังหวัด เข้าร่วมนำร่องโครงการดังกล่าว

สำหรับ 24 หาด ใน 15 จังหวัด ประกอบไปด้วยชายหาดบานชื่น อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด ชายหาดแหลมเสด็จ อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี ชายหาดแสงจันทร์ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง ชายหาดบางแสน อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ชายหาดถ้ำพัง อำเภอเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี ชายหาดทรายแก้ว อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ชายหาดดงตาล พัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ชายหาดชะอำ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ชายหาดหัวหิน ชายหาดเขาตะเกียบ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชายหาดทรายรี อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร ชายหาดบ่อผุด อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ชายหาดโฉลกบ้านเก่า เกาะเต่า อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ชายหาดปลายทราย อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช


ชายหาดชลาทัศน์ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ชายหาดวาสุกรี อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ชายหาดป่าตอง อำเภอกระทู้ จังหวัดภูเก็ต ชายหาดเกาะไข่นอก ชายหาดเกาะไข่ใน อำเภอเกาะยาว จังหวัดพังงา ชายหาดเขาหลัก อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ชายหาดพระแอะ อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ชายหาดคลองดาว ชายหาดคอกวาง อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ชายหาดสำราญ อำเภอสำราญ จังหวัดตรัง และในอนาคตจะมีการประกาศให้ทุกชายหาดในประเทศเป็นพื้นที่ปลอดบุหรี่ด้วย

โดยมาตรการครั้งนี้ ทช.ได้ออกคำสั่งกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ที่ 1064/2560 เรื่อง มาตรการคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งบริเวณชายหาดออกมาก้วย ซึ่งภายหลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช.) จะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรณรงค์ทำการประชาสัมพันธ์สร้างความรู้ความเข้าใจ กับผู้ประกอบการ นักท่องเที่ยว และประชาชนในพื้นที่รับทราบเป็นเวลา 90 วัน พร้อมทั้งติดตั้งตู้สูบบุหรี่ไว้เป็นสัดส่วน ก่อนจะมีผลบังคับใช้ทางกฎหมายต่อไปในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561

สำหรับการออกประกาศคำสั่ง เรื่อง มาตรการคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งบริเวณชายหาด ในครั้งนี้ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 17 ประกอบมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ.2558 สำหรับบทกำหนดโทษผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งที่ออกตามมาตรา 17 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ข้อ 2 ห้ามมิให้บุคคลหรือนิติบุคคลใด กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดในบริเวณชายหาด ดังต่อไปนี้

(1) สูบบุหรี่หรือทอ้งก้นบุหรี่บริเวณชายหาด เว้นแต่เป็นการสูบบุหรี่หรือทิ้งก้นบุหรี่ในบริเวณพื้นที่หรือในสถานที่ที่เจ้าหน้าที่ หรือหน่วยงานราชการได้จัดไว้

(2) เท ทิ้ง ระบายของเสีย ขยะมูลฝอย หรือวัสดุที่มีลักษณะเป็นพลาสติก โฟม ของเสีย กระดาษ เศษอาหาร หรือผ้า น้ำเสีย สิ่งปฏิกูล สารแขวนลอย คราบน้ำมัน สารปนเปื้อน มูลสัตว์ ซากสัตว์ มลภาวะ หรือสิ่งต่างๆ เว้นแต่ได้ดำเนินการ เท ทิ้ง หรือระบายในบริเวณพื้นที่ หรือในสถานที่ที่เจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานราชการได้จัดไว้เพื่อการนั้น หรือได้ดำเนินการตามกระบวนการหรือมาตรฐานที่ทางราชการกำหนด

(3) กระทำการใดๆ อันส่งผลหรืออาจส่งผลให้ชายหาดได้รับความเสียหาย

Previous article“บิ๊กตู่” สั่งศึกษาโปรเจ็กต์ “ช็อปช่วยชาติ” เล็งขยายเวลาซื้อของให้นานขึ้น หวังกระตุ้นเงินหมุนเวียนเศรษฐกิจ
Next article“ประยุทธ์” แจงเเนวคิดให้นักโทษไปช่วยงานกองทัพ ชี้เพื่อสร้างอาชีพไม่ให้กลับไปวงจรเดิม