เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไม่พลิกโผ ! กยศ. ประกาศแต่งตั้ง “พิมพ์เพ็ญ ลัดพลี” ผู้จัดการกองทุนฯ คนใหม่
Finance ไม่พลิกโผ ! กยศ. ประกาศแต่งตั้ง “พิมพ์เพ็ญ ลัดพลี” ผู้จัดการกองทุนฯ คนใหม่
จ้างผู้พิการไม่ใช่แค่ CSR ธุรกิจชี้เป็นกลยุทธ์สู้วิกฤตแรงงาน
HR จ้างผู้พิการไม่ใช่แค่ CSR ธุรกิจชี้เป็นกลยุทธ์สู้วิกฤตแรงงาน
ไทยพีบีเอส ประกาศนโยบาย AI ยึด 7 หลัก ย้ำ “AI เป็นผู้ช่วย มนุษย์ตัดสินใจ”
Tech ไทยพีบีเอส ประกาศนโยบาย AI ยึด 7 หลัก ย้ำ “AI เป็นผู้ช่วย มนุษย์ตัดสินใจ”
สำรวจ ‘บัตรเครดิตหรู’ อยากดูแพง ติดแกลม ต้องรวยเบอร์ไหน?
Finance สำรวจ ‘บัตรเครดิตหรู’ อยากดูแพง ติดแกลม ต้องรวยเบอร์ไหน?
DEX จัดนิทรรศการโคนัน 30 ปี ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
Business DEX จัดนิทรรศการโคนัน 30 ปี ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
กรมศุลกากร ยึด ‘LSD แสตมป์เมา’ ยาเสพติดแบบสติกเกอร์การ์ตูน ป้องกันระบาดในกลุ่มเยาวชน
Finance กรมศุลกากร ยึด ‘LSD แสตมป์เมา’ ยาเสพติดแบบสติกเกอร์การ์ตูน ป้องกันระบาดในกลุ่มเยาวชน
บริดจสโตน ส่ง “POTENZA SPORT EVO” เจาะตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถอีวี
Automotive บริดจสโตน ส่ง “POTENZA SPORT EVO” เจาะตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถอีวี
ส่องโปรเจ็กต์พันล้าน “สะพานคนเดินข้าม” แม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กใหม่ “ชัชชาติ 2”
Real Estate ส่องโปรเจ็กต์พันล้าน “สะพานคนเดินข้าม” แม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กใหม่ “ชัชชาติ 2”
ย้อนดูเศรษฐกิจกัมพูชา หลังปิดด่านชายแดนทางบกกับไทย ครบ 1 ปี
World ย้อนดูเศรษฐกิจกัมพูชา หลังปิดด่านชายแดนทางบกกับไทย ครบ 1 ปี
บีโอไอ เคลียร์ชัดส่งเสริมลงทุนยึดคุณภาพโครงการไม่ใช่สัญชาติผู้ลงทุน หนุนร่วมทุนปรับตัวสู่ EV
Economic บีโอไอ เคลียร์ชัดส่งเสริมลงทุนยึดคุณภาพโครงการไม่ใช่สัญชาติผู้ลงทุน หนุนร่วมทุนปรับตัวสู่ EV
ดูทั้งหมด

TDRI จี้แก้กฎหมายคุมเหล้าเบียร์ แก้ไม่ตรงจุด-เด็กเข้าถึงง่าย

14 เม.ย. 2567 | 09:19น.
TDRI จี้แก้กฎหมายคุมเหล้าเบียร์ แก้ไม่ตรงจุด-เด็กเข้าถึงง่าย

“ทีดีอาร์ไอ” กางผลวิจัย ฟันตรงประเด็น กม.ควบคุมเหล้า-เบียร์ใช้มา 15 ปี แก้ไม่ตรงจุด อุบัติเหตุไม่ลด เมาแล้วขับ ต้นเหตุ เด็ก-เยาวชนหาซื้อง่าย แนะปรับปรุงกฎหมาย-กำกับควบคุม ย้ำต้องป้องกันเด็กเยาวชนอันดับแรก ชี้ควบคุมการโฆษณาได้ผลน้อยที่สุด จี้ยกเลิกสินบนรางวัล ห่วงใช้ประโยชน์ในทางที่ผิด

ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาการเกียรติคุณ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยในงานสัมมนาสาธารณะ “ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จุดสมดุลเพื่อสังคมและเศรษฐกิจ” ที่จัดโดย ทีดีอาร์ไอ และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ว่าที่ผ่านมาอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สร้างรายได้จากการขายให้กับเศรษฐกิจเกือบ 6 แสนล้านบาท และภาครัฐมีรายได้จากภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปีละ 1.5 แสนล้านบาท แต่อีกด้านหนึ่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็ได้สร้างต้นทุนทางสังคมไม่ต่ำกว่า 1.7 แสนล้านบาท

จากการประเมินต้นทุนทางเศรษฐศาสตร์จากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทยปี 2564 พบว่าส่งผลกระทบต่อต้นทุนด้านสุขภาพมากที่สุด ในสัดส่วนถึง 55% คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ 9.4 หมื่นล้านบาท รองลงมาคือ ผลกระทบจากปัญหาอุบัติเหตุทางถนน 31% กว่า 5.3 หมื่นล้านบาท ตามด้วยผลกระทบจากปัญหาการบาดเจ็บต่าง ๆ 10% คิดเป็น 1.7 หมื่นล้านบาท และผลกระทบจากปัญหาอาชญากรรม 4% คิดเป็น 7 พันล้านบาท

“รัฐบาลมีกฎหมายควบคุมเรื่องเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ใช้มา 15 ปี เพื่อต้องการลดผลกระทบ โดยใช้มาตรการทั้งด้านราคาและมาตรการที่ไม่ใช่ราคา แต่ความเห็นของคณะวิจัยเชื่อว่าการกำกับดูแลยังแก้ไม่ตรงจุด เนื่องจากสัดส่วนของกลุ่มเด็กและเยาวชนอายุ 15-19 ปี ที่เข้าถึงสุราไม่ได้ลดลง อีกเรื่องคือจำนวนผู้เสียชีวิตจากเมาแล้วขับยังไม่มีแนวโน้มที่จะลดลงยกเว้นในช่วงโควิด ซึ่งตรงนี้เป็นตัวที่ยากมากที่จะพิสูจน์ให้ชัดเจน ว่ามาตรการการกำกับควบคุมมีผลทำให้สามารถลดอุบัติเหตุทางรถยนต์ได้มากน้อยแค่ไหน”

ดร.นิพนธ์ยังระบุด้วยว่า จากการที่ทีมวิจัยได้ลงพื้นที่สำรวจร้านค้าและผู้บริโภคในกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมทั้งเมืองใหญ่อย่างขอนแก่น เชียงใหม่ และภูเก็ต พบว่ามีร้านค้าถึง 30% ที่ขายเหล้า-เบียร์ให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี และยังพบด้วยว่ามีการขายเหล้า-เบียร์ใกล้สถานศึกษากว่า 23% ขณะเดียวกัน พบข้อมูลที่น่าสนใจ ว่าเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ร้านของชำมากที่สุด คิดเป็น 36% ตามมาติด ๆ คือร้านสะดวกซื้อ 35% ซื้อที่ร้านอาหาร 26% และซื้อทางออนไลน์ 3%

ทีมวิจัยคิดว่าจากประเด็นดังกล่าวจึงมีความจำเป็นต้องปรับปรุงกฎหมายและกำกับควบคุม โดยเฉพาะเรื่องการกำกับควบคุมจะต้องมีประสิทธิภาพ มีประสิทธิผล และมีธรรมาภิบาลควบคู่กันไป ซึ่งผลการวิจัยทั้งในต่างประเทศและในประเทศให้ข้อสรุปที่ตรงกันเรื่องลำดับความสำคัญของการกำกับควบคุมเป็นเรื่องใหญ่ที่สุด โดยเฉพาะการควบคุมการเข้าถึงสุราของเด็กและเยาวชน อันนี้ทุกประเทศไม่มีใครปฏิเสธ

เรื่องที่ 2 ก็คือการลดความเสี่ยง หรือความสูญเสีย หรือความเสียหายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดื่มสุราโดยมาตรการแทรกแซงที่มีประสิทธิผลสูงสุด ที่จะสามารถลดการบริโภคและลดความเสี่ยงจากโรค NCDs (Noncommunicable diseases) ที่เกี่ยวข้องกับการดื่มสุราได้มากสุด งานวิจัยต่าง ๆ เชื่อว่ามาตรการทางภาษีมาอันดับ 1 แต่ภาษีมีข้อจำกัด เนื่องจากตัวเลขรายได้จากภาษี ที่ผ่านมารายได้จากภาษีสุราเป็นรายได้หลักของกรมสรรพสามิต

แต่มาวันนี้เจ้าหน้าที่กรมสรรพสามิตเริ่มกังวล ว่ารายได้จากภาษีสุราจะไม่ใช่รายได้หลักของรัฐอีกต่อไป เพราะว่าภาษีสุราไม่เข้าเป้า และมีแนวโน้มว่ายอดขายสุราเริ่มมีแนวโน้มลดลง ถัดมาเป็นมาตรการทางด้านจิตวิทยา โดยเฉพาะกับคนที่ติดสุราแล้ว และมาตรการควบคุมการเข้าถึงสุรา ส่วนมาตรการเรื่องการควบคุมการโฆษณาน่าจะได้ผลน้อยที่สุด

ทั้งนี้ ข้อเสนอหลักของคณะวิจัยคือ การมุ่งเน้นการปกป้องและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ซึ่งที่ผ่านมาผมคิดว่าตรงนี้เรายังทำได้ไม่ดีพอ ส่วนเรื่องที่ 2 คือ การเพิ่มมาตรการการลดผลกระทบทางลบต่อสังคม ที่ควรจะมีมาตรการต่าง ๆ ที่เข้มงวด และใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในเรื่องนี้ให้มากขึ้น

เพราะว่าเวลานี้สังคมไทยมีประชากรน้อยมาก เชื่อมั้ยประชากรไทยลดลงแล้วครั้งแรกเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ลดลงก่อนประเทศจีน แล้วยังจะต้องมีคนมาตายเพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์เพิ่มอีกหรือ ไม่คุ้มค่าเลย เพราะฉะนั้น ต้องมีมาตรการลดผลกระทบตรงนี้ให้มากที่สุด ทั้งเรื่องการที่มีปัญหาเรื่อง Alcoholism มีปัญหาเรื่องประสิทธิภาพในการทำงาน อันนี้จำเป็นต้องมีมาตรการตรงนี้เพิ่มขึ้น ซึ่งตอนนี้ยังไม่เห็นตัวตนที่ชัดเจน

“ประเด็นต่อไปคือ ในกรณีของไทยมีความจำเป็นต้องลดหรือเลี่ยงการใช้ดุลพินิจในการบังคับใช้กฎหมาย ใช้ดุลพินิจเกินขอบเขต มันมีพระราชบัญญัติวิธีการจัดทำร่างกฎหมาย ซึ่งออกตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ บอกว่าในการที่จะจัดทำร่างกฎหมายใหม่นั้น การใช้ดุลพินิจต้องมีขอบเขต ต้องมีกฎเกณฑ์ในการใช้ดุลพินิจ แต่บ้านเราข้อมูลที่เรามีอยู่มีการใช้ดุลพินิจที่เกินขอบเขต และมันไม่มีความชัดเจนเรื่องนี้ แล้วผมคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องมีการบังคับใช้กฎหมาย ต้องเป็นเรื่องสำคัญ” ดร.นิพนธ์ย้ำในตอนท้าย