“โคมัตสุ” รับตลาดแข่งเดือดยอดปี”61 รูด

“โคมัตสุ” เดินหน้ายกระดับความพึงพอใจลูกค้าต่อเนื่อง หลังพบช่วยลูกค้าลดต้นทุน พร้อมส่งรุ่นใหม่ทำตลาดอีกเพียบ

นายประณิธาน พรประภา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางกอกโคมัตสุเซลส์ จำกัด เปิดเผย
ถึงสถานการณ์ของตลาดเครื่องจักรกลอุตสาหกรรมหนักในช่วงปีที่ผ่านมาว่า ตลาดหดตัวลง 15-20% เมื่อเทียบกับยอดขายในปี 2560 ที่ผ่านมา โดยมียอดขายรวม 3,300 คัน ลดลง 3,750 คัน คิดเป็นมูลค่า 13,300 ล้านบาท จาก 15,000 ล้านบาท

ส่วนโคมัตสุนั้นมียอดขายเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับตลาด คือ มียอดขาย 700 คัน ลดลงจาก 1,100 คันในปี 2561 คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาด 20% และมีรายได้ 2,700 ล้านบาท จาก 4,200 ล้านบาท และมีรายได้จากส่วนของงานบริการหลังการขาย (อาฟเตอร์เซล) เพิ่มขึ้นเป็น 1,000 ล้านบาท
“ตลาดเครื่องจักรกลอุตสาหกรรมหนักในเมืองไทยมีการแข่งขันค่อนข้างสูงมาก เนื่องจากในครึ่งปีแรกโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ต่าง ๆ ของหน่วยงานภาครัฐที่ยังมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยเครื่องจักรกลหนักหลายแบรนด์อื่น ๆ ยังสามารถตอบโจทย์โครงการและงานก่อสร้างทุกประเภท

นอกจากนี้ บริษัทยังมองหาโอกาสทางธุรกิจจากความก้าวหน้าของการดำเนินโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งหลายโครงการยังคงมีความต้องการเครื่องจักรกลสูง โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน สุวรรณภูมิ ดอนเมือง อู่ตะเภา เป็นต้น”

แม้ว่าภาพรวมของตลาดจะมีการเติบโตลดลงอย่างต่อเนื่องรวมทั้งโคมัตสุ แต่เชื่อว่าหลังการเลือกตั้งน่าจะทำให้เศรษฐกิจโดยรวมมีการขับเคลื่อนและการเบิกจ่ายงบประมาณผ่านเมกะโปรเจ็กต์ต่าง ๆ ของภาครัฐและเอกชนน่าจะทำให้ตลาดกระเตื้องขึ้น

ส่วนในปี 2563 นั้นคาดว่าตลาดรวมน่าจะมีความต้องการอยู่ในระดับเดียวกับปีนี้ ขณะที่โคมัตสุหวังว่าจะมียอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 800-1,000 คัน ทั้งนี้ เป็นผลเนื่องจากการเปิดตัวรถขุด รุ่น PC210-10M0 ใหม่ ที่มาพร้อมนิยาม next evolution “แรงกว่า ประหยัดกว่า” เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้ารถขุดในเมืองไทยในปีนี้ด้วยการพัฒนาระบบควบคุมเครื่องยนต์ใหม่ ทำให้สามารถใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้นถึง 20% และมีการพัฒนาปั๊มไฮดรอลิกให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ทำให้อัตราการไหลของน้ำมันไฮดรอลิกดีขึ้นที่รอบเครื่องยนต์ต่ำลง พร้อมทั้งระบบพัดลมเครื่องยนต์แบบใหม่ ทำให้ลดภาระการทำงานของเครื่องยนต์ และมีการออกแบบปั๊มไฮดรอลิกที่ใหญ่ขึ้น ทำให้อัตราการไหลของน้ำมันไฮดรอลิกดีขึ้น

ด้วยแรงม้าของรถขุดโคมัตสุ รุ่น PC210-10M0 มีแรงม้าเพิ่มขึ้น 28% สูงสุด 165 แรงม้า และได้รับการออกแบบโครงสร้างตัวถังใหม่ โดยมีการเสริมความแข็งแรงอุปกรณ์ทำงานเพิ่มมากขึ้นด้วยเทคโนโลยีการเชื่อมขั้นสูงจากโคมัตสุ มีการเพิ่มน้ำหนักเคาน์เตอร์เวตเพื่อเพิ่มเสถียรภาพและสมดุลในการทำงาน มีการออกแบบรูปทรงบุ้งกี๋ใหม่และมีขนาดใหญ่ขึ้น จึงสามารถเพิ่มผลผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพการยกวัสดุ 5% บริษัทตั้งเป้ายอดขายรถขุด รุ่น “PC210-10M0 อยู่ที่ 400 คัน คิดเป็นมูลค่า 1,900 ล้านบาทสำหรับปีนี้

นอกจากนี้ โคมัตสุยังคงมุ่งมั่นที่จะนำเอานวัตกรรมใหม่ ๆ มาใช้เพื่อให้ลูกค้าของเราใช้เครื่องจักรโคมัตสุได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด โดยมีระบบ KOMTRAX ที่เป็นระบบที่ช่วยในการบริหารเครื่องจักรแล้ว พร้อมทั้งได้พัฒนาระบบ CARTE เป็นระบบฐานข้อมูลเครื่องจักรที่รวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ของเครื่องจักรตั้งแต่เริ่มใช้จนถึงปัจจุบัน เช่น KOMTRAX, PM, KOWA ข้อมูลการบำรุงรักษา ระบบนี้ ทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงข้อมูลทุก ๆ ด้านของเครื่องจักรได้สะดวกมากยิ่งขึ้น รวมถึงการวางแผนการใช้งาน การวางแผนบำรุงรักษาเครื่องจักรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

และในปีนี้บริษัทมีแผนจะเปิดตัวรถรุ่นใหม่อีก 1 รุ่น ควบคู่ไปกับการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย การดูแลและทำงานรวมกับลูกค้าในการใช้รถโคมัตสุได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลต่อต้นทุนมากที่สุด เนื่องจากสินค้าเครื่องจักรเป็นสินค้าที่ค่อนข้างเฉพาะทาง เราจึงมีการดูแลเครื่องจักรของลูกค้าตลอดอายุการใช้งาน (total life cycle support) ผ่านบริการต่าง ๆ ที่เราคิดขึ้นมาเพื่อลูกค้าโดยเฉพาะ B-connect warranty และระบบ carte

ส่วนแผนการขยายศูนย์บริการโคมัตสุนั้น นายประณิธานกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีแผนการขยายสาขาแต่อย่างใด เนื่องจากเชื่อว่าสาขาที่มีอยู่ยังสามารถรองรับและให้บริการกับลูกค้าได้อย่างเพียงพอทั้ง 23 แห่งทั่วประเทศ

“เรามีการตั้งพีเอ็มทีมเข้าไปดูแลงานหลังการขายให้กับลูกค้าถึงที่จำนวน28 ทีม เพื่อตรวจเช็กเครื่องจักรให้มีความพร้อมใช้งาน เพราะเราสามารถมอนิเตอร์รถทุกคันที่เราขายไป หากพบความผิดปกติหรือต้องได้รับการดูแลทีมของเราจะแจ้งไปยังลูกค้า ซึ่งมีลูกค้าให้ความสำคัญตรงนี้เพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เพราะเขาเห็นว่ามันได้ประโยชน์ต่อธุรกิจอย่างแท้จริง”

Previous articleห้ามเผาอ้อย! สอน.ขอชาวไร่อ้อยห้ามเผาอ้อยก่อนตัดส่งโรงงานน้ำตาลเพื่อช่วยลดปริมาณฝุ่นในอากาศ
Next article“วิษณุ” ปัดข่าวลือลาออก​ ยัน​ไม่จริง​​ จะทำงานจนสิ้นรัฐบาลชุดนี้