เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ขยับผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการ น้องพายุ ถูกตัดสิทธิ DQ น้องแมคลาเรน คว้าอันดับ 1
Biz Movement ขยับผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการ น้องพายุ ถูกตัดสิทธิ DQ น้องแมคลาเรน คว้าอันดับ 1
เปิดเบื้องหลัง 2 ล่ามไทยบนเวทีโลก ทำไมงานประชุม IMF–World Bank 2026 ยังต้องใช้มนุษย์ ?
Interview เปิดเบื้องหลัง 2 ล่ามไทยบนเวทีโลก ทำไมงานประชุม IMF–World Bank 2026 ยังต้องใช้มนุษย์ ?
แมริออทฯ เผยอนาคตวงการอาหาร รสชาติท้องถิ่นครองใจนักชิมทั่วเอเชียแปซิฟิก
Biz Movement แมริออทฯ เผยอนาคตวงการอาหาร รสชาติท้องถิ่นครองใจนักชิมทั่วเอเชียแปซิฟิก
ธนาคารโลกให้ไทยกู้ 200 ล้านดอลล่าร์ ลุย “เมืองคาร์บอนต่ำ” ลดพึ่งพานำเข้าเชื้อเพลิง
World ธนาคารโลกให้ไทยกู้ 200 ล้านดอลล่าร์ ลุย “เมืองคาร์บอนต่ำ” ลดพึ่งพานำเข้าเชื้อเพลิง
กรุงศรีฯ ชี้คนไทย ‘คิดก่อนใช้’ กลุ่มไฮเอนด์โตช้าลง ส่ง JCB Ultimate เจาะรายได้ 7 หมื่นบาท
Finance กรุงศรีฯ ชี้คนไทย ‘คิดก่อนใช้’ กลุ่มไฮเอนด์โตช้าลง ส่ง JCB Ultimate เจาะรายได้ 7 หมื่นบาท
SAM ช่วยลูกค้าน้ำท่วม 22 จังหวัด พักหนี้ 3 เดือน ผ่อนตามกำลังอีก 6 เดือน
Finance SAM ช่วยลูกค้าน้ำท่วม 22 จังหวัด พักหนี้ 3 เดือน ผ่อนตามกำลังอีก 6 เดือน
ศุลกากร สกัดลักลอบส่งออกมือถือเก่า 1,000 เครื่อง มูลค่ากว่า 7 ล้านบาท
Finance ศุลกากร สกัดลักลอบส่งออกมือถือเก่า 1,000 เครื่อง มูลค่ากว่า 7 ล้านบาท
กลุ่มบริษัทSMS จัดงานมันดี มีคุณภาพฯ อบรมเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง จ.ชัยภูมิ
เศรษฐกิจภูมิภาค กลุ่มบริษัทSMS จัดงานมันดี มีคุณภาพฯ อบรมเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง จ.ชัยภูมิ
ราคาทองวันนี้ (19 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 250 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 67,150 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (19 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 250 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 67,150 บาท
สยามพิวรรธน์ ร่วมต้อนรับคู่สมรสรัฐมนตรีและผู้ว่าการธนาคารกลาง งาน IMF & World Bank
Biz Movement สยามพิวรรธน์ ร่วมต้อนรับคู่สมรสรัฐมนตรีและผู้ว่าการธนาคารกลาง งาน IMF & World Bank
ดูทั้งหมด

3 โซนอันตราย รัฐบาลเพื่อไทย จังหวะคดีทักษิณ-เกม สว.ทิ้งทวน

10 ม.ค. 2567 | 09:44น.
เศรษฐา
คอลัมน์ : Politics policy people forum

นับจากนี้ 3 เดือนข้างหน้า เป็นห้วงเวลาอันตราย หัวเลี้ยวหัวต่อของรัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน

เพราะศึกการเมืองในประเด็นหลัก จะย้ายสมรภูมิไปอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร หลังที่ประชุมสภา ลงมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567

ประการแรก การพิจารณางบประมาณจะถูกจับตาหลาย ๆ ประเด็น โดยเฉพาะ “งบฯกองทัพ”

ประการที่สอง ร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้าน จะเข้าสู่สภา หลังคณะกรรมการกฤษฎีกา “ไฟเขียว” ให้รัฐบาลทำได้

ประการที่สาม การอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ โดย สว. และการอภิปรายไม่ไว้วางใจของ สส.ที่เจาะคดีและกระบวนการราชฑันท์ของ ทักษิณ ชินวัตร

ประการที่สี่ การพิจารณาทำประชามติ แก้รัฐธรรมนูญ ยกเว้นหมวด 1 หมวด 2 ก็เป็นอีกหนึ่งด่านอันตราย

ทั้งสี่ประการ จะเกิดขึ้นภายใน 3 เดือนนี้ เพราะสมัยประชุมสภานี้จะสิ้นสุดภายในวันที่ 9 เมษายน 2567

เป็นศึก “รับน้อง” ในสภาที่ต้องฝ่าไปให้ได้ แม้ว่าจะมีเสียงในสภาผู้แทนราษฎรเด็ดขาด 314 เสียง แต่ถ้าตั้งหลักไม่ดี อาจเสียหลัก พลิกคว่ำ พลิกหงายได้

ศึกงบประมาณ

งบประมาณที่ถูก “จับตา” มากที่สุดในการพิจารณางบประมาณในชั้น “กรรมาธิการ” คืองบประมาณของ “กระทรวงกลาโหม” ย้อนกลับไปในยุคที่พรรคเพื่อไทยเป็นฝ่ายค้าน มักอภิปราย “งบฯกองทัพ” เป็นวาระใหญ่ทุกครั้ง และการจัดซื้อยุทโธปกรณ์โดยเฉพาะ “เรือดำน้ำ” ก็อยู่ในวาระต้น ๆ ที่ถูกอภิปราย

ดังนั้น เมื่อพรรคเพื่อไทยพลิกกลับมาเป็นฝ่ายรัฐบาล “งบฯเรือดำน้ำ” จึงกลายเป็นประเด็นร้อนอีกครั้ง เพราะรัฐบาลจะเปลี่ยนเป็นเรือฟริเกตก็ติดปัญหา จะเดินหน้าซื้อเรือดำน้ำก็ไปต่อยาก จะยกเลิกก็จ่ายเงินไปแล้วกว่า 6 พันล้าน จึงกลายเป็นวาระใหญ่ ที่รวมอยู่ในวาระงบประมาณ

การพิจารณาวาระที่ 2 และ 3 จะเกิดขึ้นอีกครั้งในช่วงต้นเดือนเมษายน พรรคก้าวไกล เตรียมจัดเวทีถล่มอีกรอบแน่นอน

แหล่งข่าวใน ครม. กล่าวว่า รัฐบาลมีเวลาหายใจหายคอแค่ 1 เดือน คือเดือนเมษายน แต่หลังจากนั้นก็ต้องเริ่มพิจารณากรอบงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 อีกแล้ว เพื่อส่งให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติ ก่อนชงเข้าสู่ที่ประชุมสภา ในสมัยประชุมต่อไปที่จะเริ่มวันที่ 3 กรกฎาคม 2567

ระทึก พ.ร.บ.เงินกู้ 5 แสนล้าน

รัฐบาลเพื่อไทย คาดหวังสูงกับโครงการเรือธง แจก “เงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท” ใช้งบประมาณ 5 แสนล้าน ผ่านการออกกฎหมายกู้เงินมาดำเนินโครงการ

หลังจากคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่งคำตอบมายังรัฐบาล โดยตีตรา “ลับ” อธิบายข้อกฎหมายว่า หากจะออกเป็นกฎหมายกู้เงิน จะต้องไม่ขัดกับมาตรา 53 ของ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ และต้องฟังความเห็นรอบด้าน

เมื่อคณะกรรมการกฤษฎีกาไม่ได้ขัดข้อง-ขัดขวาง พรรคเพื่อไทย จากนี้พรรคเพื่อไทย งัดหลักฐาน-ความจำเป็นต้องกู้เงินออกมาแสดง ก่อนนำเข้าสู่บอร์ดดิจิทัลวอลเลตชุดใหญ่ ก่อนส่งต่อให้คณะรัฐมนตรี และส่งให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา

พรรคก้าวไกล-สว.เตรียมรับมีดไว้รอชำแหละแล้ว

สส.-สว.ซักฟอกรัฐบาล

เพราะ สว. เตรียมใช้เงื่อนไขตามรัฐธรรมนูญมาตรา 153 ขอเปิดอภิปรายรัฐบาลแบบไม่ลงมติ

ตัวทำเกมอย่าง “สมชาย แสวงการ” สว. ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา ยกตัวอย่าง เรื่องที่เตรียมนำมา “ซักฟอก” รัฐบาล ประกอบด้วย

การดำเนินนโยบายดิจิทัลวอลเลต เพราะที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้เสียเวลาไป 4 เดือนแต่รัฐบาลไม่ได้ทำนโยบายดังกล่าวออกมาอย่างที่เคยหาเสียงไว้ จะอ้างว่าเป็นเรื่องเร่งด่วน ก็ไม่เข้าข่าย เพราะหากเร่งด่วนจริง ก็ต้องออกพระราชกำหนดแต่รัฐบาลไม่กล้าทำเพราะรู้ดีว่าทำไม่ได้

กรณีของนายทักษิณ ชินวัตร นักโทษที่ตอนนี้อยู่ที่ รพ.ตำรวจ ซึ่งกรณีของทักษิณ เป็นปัญหาและท้าทายกระบวนการยุติธรรม

ขณะที่ สส.ฝ่ายค้าน ชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล ผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวว่า นอกจากจับตาร่างพระราชบัญญัติเงินกู้ จะมาทำดิจิทัลวอลเลตถ้ามีการเสนอเข้าสู่สภาจริง จะเป็นวาระสำคัญแล้ว ยังติดตามตรวจสอบ เก็บข้อมูลเบื้องต้นเพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจ หรืออภิปรายไม่ลงมติ

เพราะรัฐบาล เพิ่งจะทำงานได้ประมาณสัก 3 เดือน ยังไม่มีความชัดเจนในหลายเรื่อง ไม่ว่าความชัดเจนในการผลักดันนโยบายของรัฐบาลเองรวมถึงข้อมูลที่ชัดเจนว่ามีพฤติการณ์ที่เข้าข่ายใช้อำนาจโดยมิชอบหรือว่าทุจริตคอร์รัปชั่นจนต้องอภิปรายไว้วางใจหรือไม่ คิดว่าในช่วงเปิดมาต้นปี ก็คงเป็นช่วงที่พรรคฝ่ายค้านต้องตัดสินใจว่าจะยื่นอภิปรายไว้วางใจหรือไม่

“เรื่อง ‘ตั๋วตำรวจ’ เราติดตามอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งอาจจะเข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมาย พ.ร.บ.ตำรวจฉบับใหม่ เรื่องตั๋วผู้กำกับก็ติดตามอยู่ อาจจะมีไฮไลต์มากกว่านั้นก็ได้”

อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่า พรรคก้าวไกลจะเลือกใช้วิธี อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 หรือเลือกใช้อภิปรายแบบไม่ลงมติ หรือที่ศัพท์การเมืองเรียกว่า อภิปรายแบบ “ด่าฟรี” ซึ่งเส้นตายการอภิปรายซักฟอกรัฐบาลจะต้องเกิดขึ้น ก่อนปิดสมัยประชุมสภา 9 เมษายน 2567

ตัดเชือกรัฐธรรมนูญ

ในช่วงเดือนมกราคม 2567 “ภูมิธรรม เวชยชัย” รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ หัวเรือใหญ่ในการทำประชามติรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในฐานะประธานคณะกรรมการศึกษาแนวทางจัดทำประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยังยืนยันว่า จะเสนอวาระใหญ่ คือการทำ “ประชามติ” แก้รัฐธรรมนูญ ยกเว้นหมวด 1 หมวด 2 เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้อนุมัติ

เป็นการชงการทำประชามติ “ครั้งแรก” จากทั้งหมดที่คณะกรรมการศึกษาฯ มีข้อสรุปให้ทำถึง 3 ครั้ง

โดยการทำประชามติครั้งแรกจะเกิดขึ้นภายใน 90-120 วัน ไม่หนีไปจากเดือนเมษายน โดยคำถามประชามติครั้งแรกมีว่า

“ท่านเห็นชอบหรือไม่ที่จะมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยไม่แก้ไขหมวด 1 บททั่วไป หมวด 2 พระมหากษัตริย์”

สมมุติว่าการทำประชามติครั้งแรกผ่านไปได้ด้วยดี รัฐบาลก็จะชงร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเข้าสู่สภา โดยเป็นการแก้ไขมาตรา 256 ของรัฐธรรมนูญ เพื่อเปิดทางให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.)

เกมรัฐธรรมนูญจะกลายเป็นเกมใหญ่ในสภา อีกประมาณ 3-4 เดือนข้างหน้า

วาระร้อนกำลังรอรัฐบาล โดยมีสภาเป็น “สมรภูมิใหญ่”