เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (5 พ.ย.) ขยับขึ้น 3.19% อยู่ที่ 80,236 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (5 พ.ย.) ขยับขึ้น 3.19% อยู่ที่ 80,236 เหรียญสหรัฐ
พยากรณ์อากาศ (5 พ.ย.) มีฝนตกหนักบางแห่ง ภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคใต้ กทม.และปริมณฑล 
Economic พยากรณ์อากาศ (5 พ.ย.) มีฝนตกหนักบางแห่ง ภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคใต้ กทม.และปริมณฑล 
อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
World อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
ราคาน้ำมันวันนี้ (5 พ.ย.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (5 พ.ย.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
S&P คงเรตติ้งไทย BBB+ ด้าน Outlook มีเสถียรภาพ คาดเศรษฐกิจไทยปี’69 ขยายตัว 2.3%
Economic S&P คงเรตติ้งไทย BBB+ ด้าน Outlook มีเสถียรภาพ คาดเศรษฐกิจไทยปี’69 ขยายตัว 2.3%
ปรากฏการณ์ Night Ride ฟีเวอร์ จุดกระแส Bike Sharing ยอดใช้งานโต 60%
News ปรากฏการณ์ Night Ride ฟีเวอร์ จุดกระแส Bike Sharing ยอดใช้งานโต 60%
ROH ไม่ถอย! ยืนกรานสิทธิซื้อคืน “รอยัล ออคิดฯ” สู้คดีถึงที่สุด แม้ GROREIT โหวตขาย
Finance ROH ไม่ถอย! ยืนกรานสิทธิซื้อคืน “รอยัล ออคิดฯ” สู้คดีถึงที่สุด แม้ GROREIT โหวตขาย
กบน. เคาะลดราคาน้ำมันกลุ่มเบนซิน 70 สต. ยกเว้น E85 มีผล 5 พ.ย. 69
Economic กบน. เคาะลดราคาน้ำมันกลุ่มเบนซิน 70 สต. ยกเว้น E85 มีผล 5 พ.ย. 69
“พิพัฒน์” แจ้งข่าวดี 25 ธ.ค. M6 วิ่งฟรีตลอดสาย เร่งเปิดด่วนพระราม 3 บางช่วง แก้คอขวด M82
News “พิพัฒน์” แจ้งข่าวดี 25 ธ.ค. M6 วิ่งฟรีตลอดสาย เร่งเปิดด่วนพระราม 3 บางช่วง แก้คอขวด M82
ลุ้นชี้ชะตาหุ้นกู้ GRAND พรุ่งนี้ โหวตยกเว้นผิดนัดจ่ายดอกเบี้ย-ปลดล็อกเงื่อนไขการเงิน
Finance ลุ้นชี้ชะตาหุ้นกู้ GRAND พรุ่งนี้ โหวตยกเว้นผิดนัดจ่ายดอกเบี้ย-ปลดล็อกเงื่อนไขการเงิน
ดูทั้งหมด

อภิปรายไม่ไว้วางใจดีเดย์กันยา จี้จุดตาย รัฐมนตรีสีเทา-ประโยชน์ทับซ้อน

22 ก.ค. 2562 | 09:00น.

รายงานพิเศษ

7 พรรคฝ่ายค้านนำโดยพรรคเพื่อไทย เตรียมเปิดศักราชซักฟอกรัฐบาลเต็มอัตราศึกในฐานะฝ่ายค้านเสียงมากที่สุดในประวัติศาสตร์ 246 เสียง (รวมนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่)

หลังจาก “ลับมีด” รอสับรัฐบาลในสภาตั้งแต่ 22 พ.ค. ที่มีการเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร ประกาศตัวเป็น “ฝ่ายค้านคุณภาพ”

ในจังหวะที่พี่คนกลาง สายแข็งบูรพาพยัคฆ์ ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ 2/1 “พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา” รมว.มหาดไทย ยินดีให้ฝ่ายค้านตรวจสอบ “เป็นเรื่องดีอย่างมากในระบอบประชาธิปไตย ผู้ใช้อำนาจต้องถูกตรวจสอบและถ่วงดุล ทั้งในเรื่องความโปร่งใส แผนงานโครงการต้องมีการติติงกัน ถ้าเป็นในลักษณะนี้ คนที่ได้ประโยชน์คือประเทศชาติและประชาชน สามารถชี้ให้เห็นได้ว่าดี ไม่ดีอย่างไร”

“เท่ากับว่าเติมเต็มให้กันและกัน มีคนคอยร่วมพิจารณาให้ข้อเสนอแนะก็คงจะดี และไม่คิดว่าจะทำให้การทำงานของรัฐบาลยากขึ้น เพราะฝ่ายบริหารใช้อำนาจไปทุกหย่อมหญ้าทั้งประเทศ ถ้ามีฝ่ายการเมืองช่วยตรวจสอบและถ่วงดุลก็ทำให้เกิดประโยชน์”

เพื่อไทยขันนอตอย่ายั้งมือ

การทำงานของฝ่ายค้าน 7 พรรค ที่เตรียมตัวเผด็จศึกรัฐบาล จึงต้องทำงานอย่าง “เร่งรัด” ปั่นกระแส “ยี้” รัฐบาลประยุทธ์ 2/1 ให้จุดติดในสังคมจริงและสังคมโซเชียล หวังให้ทัน “เส้นตาย” ปิดประชุมสมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1 ในวันที่ 18 ก.ย.นี้

ดังนั้น “ปลอดประสพ สุรัสวดี” รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย วิเคราะห์สถานการณ์การเมือง สั่ง ส.ส.ในพรรคเตรียมพร้อมการเป็น “รัฐบาล” ตลอดเวลา เพราะในยามที่เสียงฝ่ายรัฐบาลมากกว่าฝ่ายค้านไม่ถึง 10 เสียง โอกาสการเมืองพลิกขั้วอยู่แค่พริบตา และขอให้ทำหน้าที่ “ฝ่ายค้าน” อย่างเต็มที่ อย่ายั้งมือว่าเพื่อไทยที่แตกตัวไปอยู่พลังประชารัฐ “เคยเป็นพรรคพวกเดียวกัน”

เตรียมอัดรัฐบาล 16 ชั่วโมง

วาระซักฟอก-แผนเผด็จศึกรัฐบาลของ “ฝ่ายค้าน” ถูกแบ่งออกเป็น 3 ช่วง ใน 3 เหตุการณ์ ช่วงแรก ช่วงแถลงนโยบายของรัฐบาล 2 วัน ตั้งแต่ 25-26 ก.ค. แต่อาจมีแนวโน้มขยายไป 3 วัน ถึง 27 ก.ค.  “เพื่อไทย” จัดหนัก วางทีมอภิปรายไว้ 15 ทีม ใน 15 ด้าน ไม่นับรวมมืออภิปรายจากอีก 6 พรรค อนาคตใหม่ เสรีรวมไทย ประชาชาติ เพื่อชาติ เศรษฐกิจใหม่ พลังปวงชนไทย มีการแบ่งเวลาให้ “ฝ่ายค้าน” ซักฟอกรัฐบาล 16 ชั่วโมง เพื่อไทยได้เวลา 8 ชั่วโมงครึ่ง ขณะที่พรรคร่วม 6 พรรค จัดสรรเวลาที่เหลือให้ครบ 16 ชั่วโมง

“นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว” รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะวิปฝ่ายค้านระบุว่า การอภิปรายนโยบายรัฐบาล เพื่อไทยอภิปรายบุคคลที่กำกับนโยบาย 1.นายกรัฐมนตรี 2.รัฐมนตรี ว่าจะนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติได้หรือไม่ 3.ผู้ที่นำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ เช่น ข้าราชการ ที่เป็นแข้งขาของรัฐบาล ว่าเขามีความพร้อม มีศักยภาพเพียงพอหรือไม่ 4.การมีส่วนร่วมภาคประชาชน เพราะประชาชนต้องมีส่วนร่วมในการปฏิบัติ และเป็นประโยชน์กับประชาชนหรือไม่ 5.สอดคล้องตามยุทธศาสตร์ชาติที่ คสช.เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญหรือไม่ และ 6.เป็นไปตามแผนปฏิรูปหรือไม่

“จะตรวจสอบแนวทางการทำนโยบายของรัฐบาลว่ามาจากพรรคไหนอย่างไร ไปสัญญากับประชาชนไว้ เอามาทำได้จริงหรือไม่ และจะทำได้หรือไม่ มีผลกระทบอะไรหรือไม่ ต้องใช้เงินมากน้อยอย่างไร เป็นมุมที่จะดูแล้วแต่ใครจะรับมอบหมายอย่างไร ใช้รัฐธรรมนูญเป็นตัวหลัก”

นอกจากนี้ จะมีการ “เจาะ” นโยบายเป็นเรื่อง เช่น นโยบายเรื่องกัญชา การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทุจริตคอร์รัปชั่น จะมีการวางผู้อภิปรายเฉพาะเรื่อง “เหมือนกับทีมฟุตบอล ผู้เล่นเรามีความสามารถถนัดด้านไหน และมอบหมายให้ทำตรงนั้นให้ชัด” นพ.ชลน่านระบุ

และไม่ได้มีแค่ “นโยบายขายฝัน” ที่ฝ่ายค้านจองกฐินซักฟอก แต่จะหยิบ “คุณสมบัตินายกฯ” และ “รัฐมนตรี” ที่ก้ำกึ่งไม่ผ่านรอบคัดเลือกเพราะมีประวัติสีเทา อย่างน้อย 7 คน มาอภิปรายคุณสมบัติเรียงตัว

นพ.ชลน่านกล่าวว่า เรื่องพวกนี้ต้องถูกหยิบมาพูดให้ประชาชนรับทราบว่า คนที่เขากำกับดูแลแต่ละกระทรวงมีคุณสมบัติอย่างไร ถ้ามีคุณสมบัติไม่เหมาะสม มีผลประโยชน์ทับซ้อน หากเขาหลุดจากรัฐมนตรีไป นโยบายที่แถลงจะนำไปสู่ความสำเร็จในทางปฏิบัติก็ไม่มี จะต้องเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีหรือเปล่า

ยื่นศาล รธน.ปลดจากตำแหน่ง

ช่วงที่ 2 หลังอภิปรายนโยบายรัฐบาลและช่วงพิจารณากฎหมายงบประมาณปี 2563 “ทีมฝ่ายค้านกาปฏิทิน” ใช้สิทธิ ส.ส. 50 คน เข้าชื่อยื่นถอดถอนรัฐมนตรีสีเทาในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ 2/1 ใครมีคุณสมบัติไม่เหมาะสม-มีลักษณะต้องห้าม ฝ่ายค้านเตรียม 2 มาตรการ 1.ยื่นกระทู้ถาม 2.เข้าชื่อร่วมกันยื่นผ่านประธานสภาให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการขาดคุณสมบัติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 เหมือนกรณี 32 ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ถือหุ้นสื่อ

ปักหมุด ก.ย.อภิปรายไม่ไว้วางใจ

ช่วงที่ 3 เป็นมาตรการที่รุนแรงที่สุด คือ “การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล” เพราะเปิดช่องให้ “ฝ่ายค้าน” สามารถยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ทุกสมัยประชุม “สมพงษ์ อมรวิวัฒน์” ว่าที่หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และผู้นำฝ่ายค้าน จึงประกาศว่าจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลก่อนสิ้นสมัยประชุมสามัญในเดือนกันยายนนี้ ไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดลอยไป

เดือนกันยายนจะกลายเป็นช่วงเวลาที่ระทึกขวัญฝ่ายรัฐบาลอีกครั้ง

“นพ.ชลน่าน” แย้มเรื่องการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า พรรคฝ่ายค้านสามารถยื่นญัตติได้ในเดือน ส.ค. หรือ ก.ย. เวลานั้นจะเป็นช่วงที่เหมาะสม เพราะรัฐบาลทำงานได้ 1-2 เดือนจะเห็นผลงาน บางอย่างไม่ใช่เรื่องการทำงานในขณะนี้ แต่เป็นความไม่เหมาะสมตั้งแต่ต้น เป็นลักษณะต้องห้ามตั้งแต่เริ่มเข้าสู่ตำแหน่ง แม้ว่า คสช.ยุติบทบาทไปแล้ว แต่เราพูดถึงคุณสมบัติบุคคลที่มาเป็นรัฐมนตรี แม้มาจาก คสช. แต่ไม่ได้สนใจว่ามาจากไหน อย่างไร แต่เป็นคุณสมบัติที่เหมาะสม มีคุณสมบัติขัดกับรัฐธรรมนูญกำหนด

ในสภาเข้มแข็ง ไม่พึ่งขามวลชน

ย้อนกลับไปในปี 2552-2554 พรรคเพื่อไทยเคยเป็น “ฝ่ายค้าน” รุกไล่รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แห่งพรรคประชาธิปัตย์ เวลานั้น “เพื่อไทย” มี “ฝ่ายค้าน” เป็นขาในสภา และมีแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านรัฐบาลแห่งชาติ (นปช.) เป็นขานอกสภา

เมื่อพรรคเพื่อไทยเป็น “ฝ่ายค้าน” อีกรอบ ยังจำเป็นต้องมี “ขามวลชน” นอกสภาหรือไม่ “จตุพร พรหมพันธุ์” ประธาน นปช.กล่าวว่า ตนเคยอยู่ในฐานะ 2 อย่างมาพร้อม ๆ กัน เป็นทั้ง ส.ส.ในสภา และเป็นแกนนำ นปช. มีช่วงเวลาที่เป็นรัฐบาลและฝ่ายค้าน ซึ่งเห็นได้ชัดว่าถ้าในสภามีความเข้มแข็ง ข้างนอกจะเบาแรงลงไป และขณะนี้สถานการณ์ของบ้านเมืองไม่เคยพบมาก่อนที่เสียงของฝ่ายค้านกับรัฐบาลมีความปริ่มน้ำได้เพียงนี้ ดังนั้น เวทีรัฐสภาจึงมีบทบาทที่สำคัญ

“ถ้าเวทีรัฐสภามีความแข็งแรงก็ไม่ต้องเดือดร้อนประชาชน ประชาชนแค่แสดงความคิดเห็นตามที่กรอบกฎหมายกำหนด และบ้านเมืองจะได้เดินในรูปแบบปกติ เพราะเวทีประชาธิปไตยทั้งโลก คือ เวทีที่ฝ่ายค้านต้องล้มรัฐบาล ไม่ใช่ฝ่ายที่สนับสนุนรัฐบาล”

ปรับยุทธศาสตร์ก่อนล้มเหลว

อย่างไรก็ตาม “จตุพร” ใช้สิทธิ์ผู้นำขามวลชน “ท้วงติง” ฝ่ายค้านว่า “สำคัญที่สุดคือจะต้องปรึกษาหารือและวางยุทธศาสตร์ให้ชัดเจน เพราะช่วงที่ผ่านมาถูกกลบด้วยประเด็นที่เป็นเปลือก เช่น เสื้อผ้า หน้าผม ภาษา แทนที่จะพูดเรื่องความชอบธรรม เรื่องการทุจริต คอร์รัปชั่น ปัญหาปากท้อง การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งสมควรเป็นแก่น แต่ถูกกลบด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง จะทำให้ฝ่ายค้านเสียโอกาส ถ้ายังไม่ปรับยุทธศาสตร์เสียใหม่จะยิ่งถลำลึกไปเรื่อย ๆ ท้ายที่สุดจะเป็นฝ่ายค้านที่ล้มเหลว”

“ดังนั้น อะไรที่ข้ามได้ โดยเฉพาะประเด็นที่เป็นเปลือก ต้องรีบวาง และต้องมุ่งสิ่งที่เป็นแก่น ผมวาดหวังว่าฝ่ายค้านต้องรีบปรับตัวเสียใหม่ เพราะถ้าอยู่แบบเดิม อยู่ด้วยความเกรงใจกัน เปิดแต่ละประเด็นแล้วกองเชียร์หลับหูหลับตาเชียร์กันไป ก็ไปไม่รอดอยู่ดี เมื่อฝ่ายตรงข้ามรู้ทัน เขาก็ประกบแต่เรื่องเหล่านี้ ทำให้การเมืองเรื่องใหญ่ถูกกลบด้วยเรื่องปลีกย่อย เรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง”

“ดังนั้น ไม่ควรให้ประชาชนแบกภาระ ฝ่ายค้านควรจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ รัฐบาลปริ่มน้ำหายากในประวัติศาสตร์ ถ้าฝ่ายค้านมีความชอบธรรม รัฐบาลก็อยู่ไม่ได้ เพราะในอดีตเสียงข้างมากก็แพ้กับความชอบธรรม และสมัยประชุมนี้เหลือไม่กี่เดือนแล้ว เพราะรัฐบาลตั้งช้ากว่าสมัยประชุม เวลาตรวจสอบก็น้อยลง เพราะต้องปิดสมัยประชุม ดังนั้น ฝ่ายค้านต้องรีบทำเพราะเวลามีไม่มาก ถ้าติดที่เปลือกก็จบได้เท่านี้” จตุพรทิ้งท้าย