ปราศรัยใหญ่เพื่อไทย จาตุรนต์ ถาม “ประยุทธ์” อย่ายอมแพ้ใคร ป้อมหรือแป้ง 

จาตุรนต์ ชี้ ประยุทธ์ ขาลอยอยู่ได้แค่พฤษภาคม ถาม ร้องเพลงอย่ายอมแพ้ ป้อม หรือ แป้ง ปลุกชาวหลักสี่ จตุจักร ช่วยพลังประชารัฐทำแฮททริก แพ้เลือกตั้ง 3 สนาม 

วันที่ 28 มกราคม 2565 พรรคเพื่อไทย เปิดการปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้าย เลือกตั้งซ่อมเขต 9 เขตหลักสี่-จตุจักร พรรคเพื่อไทย ช่วยนายสุรชาติ เทียนทอง ผู้สมัครหมายเลข 3 พรรคเพื่อไทย ณ สวนสาธารณะ เคหะทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ 

นายจาตุรนต์ ฉายแสง สมาชิกพรรคเพื่อไทย ปราศรัยว่า การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้มีความหมายต่อประเทศนี้ทั้งประเทศ มีความหมายต่อเสถียรภาพของรัฐบาลนี้ว่าได้เป็นรัฐบาลอีกนานๆ หรือ ลงจากเวทีไปแล้วให้ฝ่ายประชาธิปไตยมาเป็นรัฐบาลแทน ความหมายนี้ชัดเจนมากขึ้นหลังจากเหตุการณ์การเมืองเพียงช่วง 2 อาทิตย์นี้

อีก 2 วันหลังวันเลือกตั้ง เป็นวันตรุษจีน ของจะแพงขึ้นมาก แต่การจับจ่ายใช้สอยจะน้อยลงมาก ยอมอด ยอมลำบาก ของแพงเวลานี้เป็นปัญหาใหญ่มาก หลายประเทศทั่วโลกเจอปัญหาเงินเฟ้อ หาทางลดความร้อนของเศรษฐกิจ เพราะต้นทุนสูงขึ้น คนไปซื้อของมากขึ้น เขาต้องลดความร้อนเศรษฐกิจ แต่ประเทศไทยของแพงขึ้นมหาศาล แต่เศรษฐกิจไม่ฟื้น คนไม่มีงานทำ ค้าขายไม่ได้

แล้วเวลานี้จะแก้ไขปัญหาของแพง แก้ปัญหาเงินเฟ้อ แก้ยาก ถ้าไม่มีความรู้อะไรเลย แก้ไม่ได้ เศรษฐกิจเสียหายอย่างไรไม่ต้องอธิบาย เพราะทุกคนรู้ดี อยากให้ทีมงานของ พล.อ.ประยุทธ์ ไปอธิบายให้พล.อ.ประยุทธ์ฟัง เศรษฐกิจประเทศไทยกับต่างประเทศต่างกันอย่างไร และรับรองได้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ บอกว่าไม่เข้าใจเลยที่พูดมา และไม่รู้เลยว่าจะแก้อย่างไร



นายจาตุรนต์ กล่าวต่อว่า ปัญหาเศรษฐกิจวันนี้ซับซ้อนมากกว่าที่ผ่านมา คนอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ ที่ไม่มีทีมเศรษฐกิจด้วย ไม่มีทางแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจประเทศได้ แต่ขณะนี้ไม่ใช่แค่ไม่มีความรู้ ไม่มีความสามารถ แต่ทุกวันนี้คิดอย่างเดียวว่าทำอย่างไรจะรักษาเก้าอี้ให้ได้นานที่สุด ทำอย่างไรลงจากหลังเสือแล้วไม่โดนสหบาทา แค่นี้ไม่มีเวลามาคิดแก้ปัญหาประเทศชาติแล้ว และนี่เกี่ยวกับการเมืองในช่วง 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา  

พรรคพลังประชารัฐ มี ส.ส.ออกไป 21 คน จะไปตั้งพรรคใหม่ นำโดยคนที่ขึ้นกับ พล.อ.ประวิตร พรรคพลังประชารัฐหัวหน้าพรรคก็ พล.อ.ประวิตร หมายความว่า พล.อ.ประยุทธ์ ขาลอยเรียบร้อยแล้ว ที่ยังอยู่ได้ทุกวันนี้คือรอกฎหมายลูกให้เสร็จ กับถ้าบีบให้ พล.อ.ประยุทธ์ ยุบสภาเร็วๆ ก็หมายความว่าเจ๊งไปด้วยกัน เพราะหาผู้สมัครไม่ทัน ก็อยู่กันไปก่อน ไม่ได้เพื่อแก้ปัญหาประเทศ แต่เพื่อเอาตัวรอด และ พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ต่อเพื่อรักษาเก้าอี้เอาไว้เท่านั้น


“ที่พล.อ.ประยุทธ์ เปิดเพลงในที่ประชุม ขออย่ายอมแพ้ คนเป็นผู้นำประเทศแล้วเจอปัญหาของประเทศชาติ ปลุกใจคนร่วมงานว่าอย่ายอมแพ้ ถือว่าเป็นผู้นำที่ใช้ได้ แต่นี่มันอย่ายอมแพ้อะไร อย่ายอมแพ้ใคร อย่ายอมแพ้ป้อมกับอย่ายอมแพ้แป้ง ไม่เกี่ยวกับประชาชนเลย มาถึงวันนี้ การเลือกตั้งซ่อมจึงเป็นการเลือกตั้งเพื่อบอกว่า พอแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ ที่ไม่รู้อะไรเลย ไม่มีความสามารถ และไม่มีจิตใจที่จะทำงานเพื่อประเทศชาติแล้ว พอกันที พล.อ.ประยุทธ์ พอกันทีรัฐบาลที่ล้มเหลวในการบริหารประเทศ รัฐบาลที่บริหารอะไรไม่ได้เลย” นายจาตุรนต์ กล่าว 

ถ้าพรรคพลังประชารัฐชนะเลือกตั้ง เขาจะบอกว่าประชาชนยังนิยมพลังประชารัฐ ยังนิยมพล.อ.ประยุทธ์อยู่ เขาจะอวดอ้างแบบนี้และจะบอกกับพวกเขาทั้งหมดว่า ในการเลือกตั้งไม่ต้องกลัว ในการเลือกตั้งมีอำนาจ มีเงินก็จะชนะการเลือกตั้งได้ ดังนั้น ต้องช่วยกันบอกว่าพรรคพลังประชารัฐที่ประกาศนโยบายไว้เยอะแยะ แล้วไม่เคยทำอะไรได้เลย

นายจาตุรนต์ กล่าวว่า พรรคพลังประชารัฐที่ทำลายระบบพรรคการเมืองไปอย่างยับเยิน ประชาชนไม่เอาแล้ว พรรคพลังประชารัฐที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ และทำความเสียหายให้กับบ้านเมืองมา 7-8 ปี ประชาชนไม่เอาแล้ว ให้พลังประชารัฐทำแฮททริก ในการเลือกตั้ง จ.ชุมพร และ จ.สงขลา มาถึงการเลือกตั้งซ่อมหลักสี่จตุจักร ให้แพ้ไปทั้ง 3 เขต เรามาช่วยกันกลบหลุมฝังพลังประชารัฐในการเลือกตั้งครั้งนี้ 

พรรคพลังประชารัฐ ยังไม่สำนึกเลยว่า พล.อ.ประยุทธ์ทำให้ประเทศชาติเสียหายขนาดนี้ ทำอะไรก็ไม่ได้แล้ว ยังจะบอกว่ารักลุงตู่ เลือกพลังประชารัฐ รักสงบจบที่ลุงตู่ เป็นสโลแกนเมื่อ 2 ปีก่อน ผ่านมา 2 ปีกว่าเป็นอย่างไร สงบราบคาบ ทำมาค้าขาย ทำมาหากินไม่ได้เลย

แต่มาวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยิ่งจะทำความเสียหายให้กับประเทศชาติมากกว่าที่ผ่านมา ถ้าเขาบอกว่ารักลุงตู่ ก็บอกเลยว่าไม่รักแล้วตู่ ไม่เอาแล้วตู่ รัฐบาลที่ทำความเสียหายมากที่สุดประชาชนไม่เอาแล้ว ถ้านายสุรชาติ ชนะการเลือกตั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จะอยู่ได้น้อยลง สั้นลง และที่สำคัญเป็นจุดเริ่มต้นว่าในการเลือกตั้งที่จะมาถึง เพราะตอนนี้ พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ไม่ถึงพฤษภาคมแล้ว เพราะฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ และ พล.อ.ประยุทธ์จะถูกคว่ำกลางสภา 

แต่ที่สำคัญกว่านั้น จะเป็นจุดเริ่มต้นของประชาชนทั่วประเทศว่า จากนี้ไปจะไม่ยอมให้พวกสืบทอดอำนาจเป็นรัฐบาลอีกแล้ว แต่จะเลือกฝ่ายประชาธิปไตย และที่สำคัญคือจะเลือกพรรคการเมืองที่พร้อมและมีผลงานทำมาให้เห็นแล้วตั้งแต่ไทยรักไทยถึงพรรคเพื่อไทย จากนี้ไปเป็นการเดินหน้าไปสู่การเปลี่ยนรัฐบาล เพื่อให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ