“บิ๊กตู่”ฉายภาพไทย 5 ปีหน้า กระจายความเจริญชนบท รักบ้านเกิด-หันหลังให้กับการเสี่ยงโชคในเมือง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวผ่านรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ว่า ผมขอฉาย “ภาพอนาคต” ของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคม ทุกระบบของประเทศ ในภาพรวม ว่าอีก 5 ปีข้างหน้า 2565 จะมีการเปลี่ยน แปลงอะไรบ้าง ประชาชนคนไทยทั่วทุกภูมิภาค จะได้รับอานิสงจากการเปลี่ยนแปลง การลงทุนเพื่ออนาคตอย่างไร รายละเอียดตามหน้าจอ ดังนี้

(1) การขนส่งทางถนน เราจะมีทางหลวงขนาด 4 ช่องทางจราจรขึ้นไป “เพิ่มขึ้น” อีกราว 700 กิโลเมตร มีทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง “เพิ่มขึ้น” จากเดิมมีเพียง 146 กิโลเมตร เป็น 636 กิโลเมตร มีการพัฒนาทางหลวงชนบท เพื่อแก้ปัญหาการจราจรในเขตเมือง “เพิ่มขึ้น 2 เท่า” มีการสร้างสะพานข้าม อุโมงค์ลอดรถไฟ “เพิ่มขึ้น” กว่า 100 แห่ง และสร้างสะพานข้ามแม่น้ำขนาดใหญ่ อีก 5 แห่ง เป็นต้น

(2) การขนส่งทางราง เราจะมีรถไฟทางคู่ เพิ่มขึ้น 15 เท่า จาก 250 เป็น 3,500 กว่ากิโลเมตร มีการพัฒนาราง 4 เส้น ทาง กว่า 1,039 กิโลเมตร และมีรถไฟฟ้า เพิ่มเป็น 11 เส้นทาง ระยะทางรวม 439 กิโลเมตร สิ่งที่ได้จากการพัฒนา ทั้งทางถนนและทางรางนี้ จะช่วยลดปริมาณการจราจรบนถนนเช่นการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล เดินทางระหว่างเมือง จาก 59% เหลือ 40% และเพิ่มความเร็วเฉลี่ยให้กับการเดินทางโดยรถไฟ จาก 60 เป็น 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รวมทั้ง สามารถลดอุบัติเหตุ และลดความสิ้นเปลืองพลังงานลงได้ด้วย



(3) การขนส่งทางน้ำ เราจะมีท่าเรือชายฝั่งทะเล “เพิ่มขึ้น 5 แห่ง” รวมเป็น 23 แห่ง และพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ให้สามารถรองรับตู้สินค้า เพิ่มจาก 11 ล้าน เป็น 18.8 ล้านTEUs ต่อปี ทั้งนี้ ประหยัดน้ำมันเชื่อเพลิงได้มากกว่า 1 แสนล้านบาทต่อปี และลดต้นทุนโลจิสติกส์ลง มากกว่า 2% ต่อ GDP
และ (4) การขนส่งทางอากาศ เราจะมีท่าอากาศยานเบตงเพิ่มขึ้น และมีการยกระดับสนามบินอู่ตะเภา ดอนเมือง สุวรรณภูมิ ซึ่งช่วยเพิ่มขีดความ สามารถในการรองรับเที่ยวบิน “เพิ่มขึ้น” ราว 3 แสนเที่ยวบินต่อปี และรองรับผู้โดยสาร “เพิ่มขึ้น” ราว 60 ล้านคนต่อปี

ที่น่าสนใจอีกประการ คือ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งที่กล่าวมานั้น จะทำให้เกิดความต้องการทั้งบุคลากรและวัสดุก่อสร้างเป็นจำนวนมากภายในระยะ 5 ปีข้างหน้า โดยคาดการณ์ความต้องการบุคลากรในภาพรวม ราว 1 แสน 3 หมื่น อัตรา แยกเป็นช่างต่างๆ 5,280 อัตรา วิศวกร 5,213 อัตรา เป็นต้น

ส่วนความต้องการวัสดุในภาพรวมมีความต้องการวัสดุจำพวกหิน 117 ล้าน ลบ.ม., ปูนซีเมนต์ 21 ล้านตัน, เหล็ก 7 ล้านตันเป็นต้น ซึ่งต้องการวางแผนเพื่อรองรับความต้องการดังกล่าว ทั้งในด้านการผลิตและจัดหาวัสดุอุปกรณ์ สรรหาบุคลากร และแรงงาน เพื่อภาคเอกชน จะได้วางแผนเตรียม การผลิตได้ทันตามความต้องการใช้งานที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และบริหารจัดการโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป


“สำหรับประโยชน์ที่จะได้ถึงมือประชาชนนั้น ในรูปแบบการกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค, ความสะดวกและปลอดภัย มีทางเลือกในการเดินทางมากขึ้น, ยกระดับคุณภาพชีวิต สามารถหาเลี้ยงชีพในถิ่นเกิด โดยไม่ต้องเสี่ยงโชคในเมือง เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ถ้าเสร็จจะสามารถสร้างความเชื่อมโยง สร้างงาน สร้างอาชีพ มีทางเลือกและโอกาสมากขึ้น ซึ่งจะเป็นการกระจายรายได้ถึงคนไทยทุกคน”พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ