BTS ใจป้ำลดราคามอเตอร์เวย์ 2.1 หมื่นล้าน

เสร็จปี 2563 - งานก่อสร้างมอเตอร์เวย์สายบางปะอิน-โคราช ขณะนี้ผลงานคืบหน้าไปกว่า 75% กรมทางหลวงตั้งเป้าจะสร้างให้เสร็จในปี 2563 และเปิดให้ใช้เป็นช่วง ๆระหว่างรองานระบบเก็บเงินที่เพิ่งได้ผู้ชนะประมูล คือกลุ่มบีทีเอส

กลุ่มบีทีเอส-กัลฟ์ฯ-ซิโน-ไทยฯ-ราชกรุ๊ป หั่นราคาตัดหน้า BEM และยูนิคฯ-จีน คว้างานระบบมอเตอร์เวย์ “บางปะอิน-โคราช และบางใหญ่-กาญจนบุรี” ช่วยรัฐประหยัดกว่า 2.1 หมื่นล้าน แลกรับค่าจ้าง 30 ปี กรมทางหลวง ชง ครม.อนุมัติ ม.ค.ปีหน้า

นายทวี เกศิสำอาง รองอธิบดีฝ่ายบริหาร กรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า วันที่ 19 ส.ค. ได้เปิดซองที่ 2 ข้อเสนอด้านการลงทุนและผลตอบแทนของโครงการติดตั้ง และบริหารระบบเก็บเงิน (O&M) มอเตอร์เวย์สายบางปะอิน-นครราชสีมา และบางใหญ่-กาญจนบุรี มูลค่า 61,086 ล้านบาท ซึ่งให้เอกชนร่วมลงทุนรูปแบบ PPP gross cost 30 ปี ของทั้ง 3 กลุ่มที่ผ่านคุณสมบัติและเทคนิค

ได้แก่ 1.บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) 2.กลุ่มกิจการร่วมค้า UN-CCCC ประกอบด้วย บมจ.ยูนิคฯ และ บจ.ไชน่า คอมมิวนิเคชั่นฯ จากจีน และ 3.กลุ่มกิจการร่วมค้า BGSR ประกอบด้วย บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์, บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์, บมจ.ซิโน-ไทยฯ และ บมจ.ราชกรุ๊ป

ในส่วนสายบางปะอิน-นครราชสีมา มีกรอบราคากลาง 33,258 ล้านบาท ผู้เสนอรับผลตอบแทนต่ำสุดคือ กลุ่ม BGSR เสนอ 21,329 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลาง 11,929 หรือ 36% รองลงมา กลุ่ม UN-CCCC เสนอ 26,289.965 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลาง 6,969 ล้านบาท หรือ 27% และกลุ่ม BEM เสนอ 29,849 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลาง 3,409 ล้านบาท หรือ 10%

สายบางใหญ่-กาญจนบุรี มีกรอบราคากลางที่ ครม.อนุมัติไว้ 27,828 ล้านบาท กลุ่ม BGSR เสนอรับผลตอบแทนต่ำสุดที่ 17,809 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลาง 10,019 ล้านบาท หรือ 36% รองลงมากลุ่ม UN-CCCC เสนอ 23,149.970 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลาง 4,678.03 ล้านบาท หรือ 17% และกลุ่ม BEM เสนอ 25,196 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลาง 2,632 ล้านบาท หรือ 9% ทำให้ประหยัดเงิน 21,948 ล้านบาท คาดว่าจะประกาศผลวันที่ 28 ส.ค.นี้ จากนั้นเดือน ก.ย.จะเปิดซองที่ 3 ข้อเสนออื่น ๆ เจรจาถึงเงื่อนไขสัญญาและข้อเสนอเพิ่มเติม คาดว่าจะใช้เวลา 2 เดือน คาดเสนอ ครม.เดือน ม.ค. และเซ็นสัญญาเดือน ก.พ. 2563

“งานระยะแรก จะออกแบบและติดตั้งระบบเก็บค่าผ่านทางและระบบจัดการจราจรที่ทันสมัย สร้างอาคารด่าน ใช้เวลา 3 ปี ระยะที่ 2 ดำเนินงานและบำรุงรักษาตลอดระยะเวลา 30 ปี ซึ่งเอกชนจะได้รับค่าตอบแทนหลังเปิดบริการตามวงเงินที่เสนอ”

การที่กลุ่ม BGSR เสนอรับผลตอบแทนจากรัฐน้อยที่สุด เพราะบริหารจัดการระบบเก็บค่าผ่านทางที่สามารถประหยัดต้นทุนได้ โดยเสนอให้เปิดด่านขาเข้าทั้งหมดเป็นระบบฟรีโฟลว์ จะไม่มีด่านเก็บเงิน ให้ไปชำระเงินที่ด่านสุดท้ายแทน ถือเป็นแต้มต่อที่จะลดค่าก่อสร้างได้ แต่ต้องไปคิดหาวิธีแก้ปัญหารถติดสะสมหน้าด่านด้วย เพราะเมื่อเปิดให้ไปชำระเงินปลายทางจะมีปัญหารถติด โดยกรมมีวัดผล (KPI) หากทำไม่ได้จะปรับตามสัญญา

“สายบางปะอินจะเข้าพื้นที่ก่อน เริ่มงานได้กลางปี 2563 สายบางใหญ่-กาญจนบุรี ยังตอบยากว่าจะได้เข้าพื้นที่เมื่อไหร่ งานก่อสร้างคืบหน้าน้อยมาก อาจจะปรับให้ก่อสร้างไปพร้อม ๆ กัน คาดว่างานระบบจะเริ่มได้ปี 2565 เพราะต้องรองบฯเวนคืนเพิ่มผ่าน ครม.ก่อน”

นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการบริหาร บมจ.บีทีเอสกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การที่ขอรับค่าตอบแทนจากรัฐได้ต่ำ เพราะสามารถประหยัดต้นทุนจากระบบเทคโนโลยีที่นำมาใช้ จะเป็นระบบฟรีโฟลว์ขาเข้าทั้งหมด ไม่ต้องใช้คนมาดำเนินการมากนัก รวมถึงมีต้นทุนการเงินที่ต่ำ เพราะพันธมิตรเป็นบริษัทใหญ่ ขอวงเงินสนับสนุนจากสถาบันการเงินได้ในอัตราดอกเบี้ยที่ถูก ซึ่งในการลงทุนทั้ง 2 โครงการ บีทีเอสลงทุน 40% กัลฟ์ฯ 40% ซิโน-ไทยฯ 10% และราชกรุ๊ป 10% ถึงบีทีเอสจะถนัดระบบรถไฟฟ้า แต่มั่นใจว่าจะสามารถบริหารโครงการได้ ในอนาคตจะนำบัตรแรบบิทมาต่อยอดด้วย

Previous articleกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจับมือ CAT ให้บริการไวไฟฟรีเพื่อประชาชน
Next articleกรุงศรี คอนซูมเมอร์ เปิดตัวโครงการ “แต้มต่อชีวิต”