โซเชียลวิจารณ์เพจโรงหนัง ขยี้ผิดเวลา หลัง ไข่มุก BNK48 ออกมาโพสต์ตอบโต้โดน Social Bully หนัก

กลายเป็นประเด็นดราม่าบนโลกโซเชียล ถึงปม Social Bully ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เมื่อหนึ่งในสมาชิกไอดอลเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดัง ไข่มุก BNK48 ออกมาทวงความยุติธรรม ด้วยการโพสต์ภาพที่มีข้อความ #JUSTICE ซึ่งศิลปินสาวฉายา คุณไข่ ได้ส่งสัญญาณถึงโลกออนไลน์ ที่มีการ Bully ในตัวตนของเธอมายาวนาน โดยไม่เคยตอบโต้ใดๆ

โดยเนื้อหาโพสต์พูดถึงการแข่งขันของแต่ละเพจ ที่ต้องการขยี้ดราม่า หากินบนความทุกข์ทรมานคนอื่น เพื่อโจมตีคนหนึ่งคน และ Bully เพื่อสร้างดราม่า ให้เพจได้ยอดไลก์ ยอด reach จนมองไม่เห็นสิทธิความเป็นมนุษย์ เธอบอกว่า การได้ยอดต่างๆ อาจทำให้ได้รับชัยชนะ ความนิยม แต่ไร้ซึ่งความรัก และเหยื่อในเหตุการณ์นี้ต้องนอนร้องไห้


โพสต์นี้ เธอต้องการออกมาพูดกับสังคม ให้เห็นความสำคัญในเรื่องนี้ ให้ทุกคนเอาใจเขามาใส่ใจเรา อีกทั้งเธอจะลุกขึ้นต่อสู้เพื่อสิทธิความเป็นมนุษย์ของตัวเอง ซึ่งเธอยืนยันว่า ไม่เคยทำร้ายใครก่อน

จากโพสต์ดังกล่าว มีแฟนๆ เข้ามาแสดงความคิดเห็น ซัพพอร์ตให้กำลังใจศิลปินมากมาย ทั้งที่เป็นแฟนคลับ และคนติดตามทั่วไป ที่ตัดเรื่องผลงานเพลงออก มองว่านี่คือประเด็นที่สังคมควรให้ความสำคัญ ถึงการ Bully กันบนโซเชียล ที่ล้ำเส้นจากผลงาน ไปถึงตัวตนและชีวิตส่วนตัว อีกทั้งยังมีกลุ่มคนที่มองว่า นี่คือการตอบโต้ของศิลปิน BNK48 ที่โดนวิจารณ์อยู่บ่อยครั้ง ว่านี่คือการตอบกลับด้วยทัศนคติที่ดี และแข็งแกร่ง

อย่างไรก็ตาม ประเด็นดราม่ากลับถูกจุดให้ออกไปวงกว้างมากขึ้น เมื่อเกิดการวิจารณ์แฟนเพจโรงหนังค่ายหนึ่ง ที่พักหลังเน้นการโปรโมทหนังโดยการนำกระแสสังคม มาขยี้เข้ากับหนังใหม่ แต่กับเคสนี้ หลังโพสต์ดังกล่าวของ ไข่มุก BNK48 เผยแพร่ออกไป เพจได้มีการนำรูปไข่มุก พร้อมกับการโปรโมทผลงาน ไทบ้านเดอะซีรีส์ X BNK48 ที่เจ้าตัวแสดงนำ ก่อนรูปนี้จะถูกลบออกไป แม้โพสต์ดังกล่าวจะไม่ได้ชี้นำ หรือมีข้อความอะไร แต่มีกลุ่มคนที่มองว่า เป็นไทม์มิ่ง ช่วงเวลาไม่เหมาะสมที่จะเอาไข่มุกมาโปรโมทต่อ จนเปิดช่องให้เธอถูกวิจารณ์ หรือพูดถึงประเด็น Bully ต่อเนื่อง ทำให้มีแฟนคลับศิลปินบางกลุ่มที่ถึงกับจะไม่ดูหนังเครือนี้อีกต่อไป

แต่ทว่าอีกกลุ่มก็มองว่า โพสต์ดังกล่าวไม่ได้มีอะไรให้ดราม่า ก็แค่การโปรโมทหนังโพสต์หนึ่งเท่านั้น

จากดราม่าดังกล่าว ทำให้ประเด็นการ Bully บนโลกโซเชียลถูกนำมาถกเถียงกันอีกครั้ง ซึ่งสะท้อนความคิดของผู้คนมากมาย ทั้งการดึงสติที่ว่า การ Bully นั้น ไม่ควรเกิดขึ้น ไม่ว่าจะกับใคร ศิลปิน หรือ คนธรรมดา หรือแม้กระทั่งผู้ที่ได้ผลประโยชน์จากการขยี้ขายประเด็นดราม่า ก็ควรกลับมาทบทวนตัวเองอีกครั้งเช่นกัน

Previous articleก.พลังงาน เตรียมแผนรับซื้อไฟจากโซลาร์ภาคประชาชน 10,000 เมกะวัตต์ จาก2ล้านครัวเรือน
Next articleปี’61 ‘คาเธ่ย์แปซิฟิค’ กำไรสุทธิ 299 ล้านดอลลาร์ หลังขาดทุนต่อเนื่อง 2 ปีติด