จิ๋นซีฮ่องเต้ ผู้วางรากฐานความยิ่งใหญ่ให้จีน

ไม่ว่าจะมีข้อมูลมากหรือน้อย ชื่อ “จิ๋นซีฮ่องเต้” ก็คือชื่อจักรพรรดิจีนที่คนไทยคุ้นหูมากเป็นอันดับต้น ๆ หรืออาจจะพูดได้ว่ามากที่สุด ด้วยความยิ่งใหญ่ของพระองค์ที่ได้รับการบันทึกในประวัติศาสตร์และถูกนำมาสร้างเป็นละครและภาพยนตร์ครั้งแล้วครั้งเล่า

จิ๋นซีฮ่องเต้เป็นจักรพรรดิองค์แรกของจีน ขึ้นครองราชย์ตั้งแต่อายุเพียง 13 พรรษา หลังจากที่แคว้นฉินของพระองค์ใช้อำนาจทางการทหารรวบรวมแคว้นทั้ง 7 ที่แต่เดิมต่างมีอำนาจและมีรูปแบบการปกครองของตนเองให้มาอยู่ภายใต้อำนาจการปกครองของศูนย์กลางโดยราชวงศ์ฉินแต่เพียงราชสำนักเดียว

ความยิ่งใหญ่ของจิ๋นซีฮ่องเต้ไม่ได้มีเพียงด้านการทหารและอำนาจเท่านั้น แต่พระองค์ยังเป็นผู้ปกครองที่สร้างบ้านแปงเมือง ปฏิรูปและวางรากฐานใหม่ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ พระองค์ได้กำหนดการใช้ตัวอักษรที่เป็นภาษากลาง จากแต่เดิมที่แต่ละแคว้นใช้ภาษาของตัวเอง พระองค์ให้ใช้ภาษาเดียวกัน เพื่อความเป็นปึกแผ่นและสะดวกในการติดต่อสื่อสาร

ในด้านการค้าขาย พระองค์ทรงบัญญัติมาตรฐานชั่ง ตวง วัด และระบบเงินตรา แล้วประกาศให้ใช้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วทั้งจักรวรรดิ เพื่อความเป็นหนึ่งเดียวกัน สะดวกในการซื้อขายแลกเปลี่ยน และผลักดันระบบเศรษฐกิจได้ดีกว่าในอดีต

ด้านโครงสร้างพื้นฐานและการสาธารณูปโภค พระองค์ให้ตัดทางหลวงเชื่อมระหว่าง 7 รัฐ และทรงริเริ่มการสร้างเขื่อน นอกจากนั้นพระองค์คิดจะปกป้องดินแดนจากศัตรู โดยให้สร้างกำแพงเมือง ซึ่งเป็นที่มาของกำแพงเมืองจีนอันยิ่งใหญ่ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวปีละหลายล้านคนในปัจจุบัน

หลังจากสร้างความเกรียงไกรให้เป็นที่ประจักษ์ในยุคของพระองค์แล้ว จิ๋นซีฮ่องเต้ทรงมองไปยังอนาคต ทรงปรารถนาที่จะให้ความยิ่งใหญ่ของพระองค์เป็นอมตะ จึงทรงให้สร้างโลกหลังความตายที่พระองค์จะยังคงเป็นที่จดจำแม้ว่าพระองค์ไม่มีชีวิตอยู่แล้ว โดยการจำลองเมืองในยุคสมัยของพระองค์ไว้ใต้ดิน ประกอบด้วยวัง บ้านเมือง กองทัพทหารดินเผา หุ่นม้า รถม้า อาวุธ ข้าวของเครื่องใช้ เรียกว่าจำลองทุกอย่างที่มีอยู่ในโลกของพระองค์ให้อยู่ในสุสานขนาดใหญ่ ณ เมืองซีอาน มณฑลส่านซี ซึ่งถูกขุดพบเมื่อปี พ.ศ. 2517 และต่อมายูเนสโกได้ประกาศให้สุสานจักรพรรดิจิ๋นซีเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม เมื่อ พ.ศ. 2530

มีการคาดคะเนว่าอาณาเขตของสุสานจักรพรรดิจิ๋นซีมีพื้นที่มากกว่า 2,180 ตารางกิโลเมตร ปัจจุบันทางการจีนยังไม่ได้ทำการขุดค้นทั่วทั้งอาณาเขตที่คาดคะเนไว้ แต่เท่าที่ขุดค้นแล้วก็เพียงพอที่จะเป็นหลักฐานแสดงความยิ่งใหญ่ของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดของแผ่นดินจีนนาม “จิ๋นซี” ผู้นี้ สุสานจักรพรรดิจิ๋นซีเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเยือนมากเป็นอันดับต้น ๆ ของเมืองจีน สำหรับใครที่อยากชมโบราณวัตถุอันเป็นหลักฐานความยิ่งใหญ่เกรียงไกรของจิ๋นซีฮ่องเต้ ช่วงนี้เป็นโอกาสดีที่ไม่ต้องเดินทางไปชมถึงเมืองจีนก็ได้ เพราะกรมศิลปากรได้ยกโบราณวัตถุ 86 รายการ 133 ชิ้นจากสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้มาเมืองไทยครั้งแรกเพื่อจัดแสดงนิทรรศการพิเศษ

“จิ๋นซีฮ่องเต้ : จักรพรรดิองค์แรกของแผ่นดินจีนกับกองทัพทหารดินเผา” ให้ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติในเมืองไทยได้ชมอย่างใกล้ชิด มีเพียงกระจกใส ๆ กั้นเท่านั้น ซึ่งนิทรรศการนี้ถือว่าเป็นปรากฏการณ์สำคัญของวงการพิพิธภัณฑ์และนิทรรศการประวัติศาสตร์ที่มีผู้สนใจเข้าชมนิทรรศการเป็นจำนวนมากมายวันละ 2 พันกว่าคน

นิทรรศการพิเศษ “จิ๋นซีฮ่องเต้ : จักรพรรดิองค์แรกของแผ่นดินจีนกับกองทัพทหารดินเผา” แม้จะว่าด้วยเรื่องราวในยุคสมัยจิ๋นซีฮ่องเต้เป็นหลัก แต่ก็ให้ข้อมูลประวัติศาสตร์จีนทั้งยุคก่อนและหลังจิ๋นซีฮ่องเต้ ให้ผู้ชมนิทรรศการได้รู้ถึงความเชื่อมโยงกันของแต่ละยุค ให้เห็นภาพการก่อร่างสร้างรากฐานบ้านเมืองก่อนจะมาเป็นมหาอำนาจของโลกอย่างในปัจจุบัน โดยนิทรรศการถูกแบ่งเนื้อหาออกเป็น 4 หัวข้อหลัก ดังนี้

1.พัฒนาการก่อนการรวมชาติ ยุคราชวงศ์โจวตะวันออก นำเสนอเรื่องราวแคว้นต่าง ๆ ที่มีการปกครองเป็นเอกเทศ มีความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีการหล่อสำริด ความก้าวหน้าทางการทหาร ซึ่งเป็นปัจจัยส่งเสริมให้แคว้นฉินที่เป็นแคว้นขนาดเล็กในเขตชายแดนทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศจีนโบราณกลายเป็นจักรวรรดิที่แข็งแกร่งในเวลาต่อมา

2.จิ๋นซีฮ่องเต้ จักรพรรดิองค์แรกของจีน ผู้ผนวกโลกมนุษย์และสวรรค์ ส่วนนี้จัดแสดงโบราณวัตถุและเล่าเรื่องราวพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของจิ๋นซีฮ่องเต้ เช่น การสถาปนาราชวงศ์ฉิน การผนวกแผ่นดินให้เป็นปึกแผ่น การปฏิรูประบบการปกครองแบบรวมอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลาง กำหนดมาตรฐานหน่วยชั่ง ตวง วัด ระบบเงินตรา ภาษาเขียน และการพัฒนาสาธารณูปโภค ทรงริเริ่มให้มีก่อสร้างและเชื่อมต่อแนวกำแพงดินอัดของแคว้นต่าง ๆ เพื่อป้องกันการรุกรานจากข้าศึกศัตรูจนกลายเป็นกำแพงเมืองจีน

3.สุสานจักรพรรดิจิ๋นซี มหาอาณาจักรใต้พิภพ จิ๋นซีฮ่องเต้มีความปรารถนาที่จะมีชีวิตเป็นอมตะ จึงเสาะแสวงหายาอายุวัฒนะและสร้างสุสานเตรียมพร้อมสำหรับชีวิตหลังความตายหรือโลกหน้า ซึ่งได้รับการบันทึกโดย “ซือหม่าเฉียน” อาลักษณ์สมัยราชวงศ์ฮั่น พรรณนารายละเอียดอันน่าทึ่งของมหาสุสานจักรพรรดิจิ๋นซี และปริศนาได้กระจ่างขึ้นเมื่อมีการค้นพบหุ่นทหารดินเผา เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2517 โบราณวัตถุในส่วนจัดแสดงนี้เป็นส่วนไฮไลต์ของนิทรรศการ เช่น หุ่นทหารและม้าดินเผา เสื้อเกราะ อาวุธสำริด และรถม้าสำริด

4.สืบสานความรุ่งโรจน์ : ยุคราชวงศ์ฮั่น เป็นส่วนสุดท้ายของนิทรรศการจัดแสดงโบราณวัตถุจากสุสานในสมัยราชวงศ์ฮั่น ซึ่งรับช่วงต่อมรดกทางวัฒนธรรมจากจักรพรรดิจิ๋นซีและราชวงศ์ฉิน ส่วนนี้บอกเล่าเรื่องราวประเพณี วิถีชีวิต ความรุ่งเรืองทางด้านวัฒนธรรม การเมือง การปกครอง สังคม เกษตรกรรม การทหาร การค้าและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างชาวจีนโบราณกับชาวต่างชาติบนเส้นทางสายแพรไหม สะท้อนให้เห็นถึงความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ นับเป็นยุคทองของงานศิลปกรรมและอารยธรรมจีนอย่างแท้จริง

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าชมนิทรรศการ สามารถไปชมได้ที่พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เปิดให้ชมในวันพุธ-อาทิตย์ (หยุดจันทร์-อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์) เวลา 09.00-16.00 น. ค่าเข้าชมสำหรับชาวไทย 30 บาท และชาวต่างชาติ 100 บาท นิทรรศการจะจัดแสดงไปจนถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2562 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โทร.0-2224-1333 และ 0-2224-1402

Previous articleลดหนี้ให้เกษตรกร ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนำทาง
Next articleThe Stanford Thailand Research Consortium 3 พลังไทยแลนด์ 4.0 “AIS-AP-KBank”