“แม็กเกรเกอร์” รีเทิร์น มวยที่ข่าวลบเยอะจะโกยรายได้เท่าไหร่?

อาฮุย แผ่นดินใหญ่ : เรื่อง

ถ้าตัวละครในจินตนาการซึ่งอยู่ในโลกแผ่นฟิล์มไม่เคยตายจากไปไหน พวกนักกีฬา (โดยเฉพาะนักมวย) กับคำว่า “แขวนนวม” หรือ “ไฟต์สุดท้าย” ก็คงเป็นเหมือนกับตัวละครเหล่านั้น ที่หากมีจังหวะเหมาะสมก็พร้อมกลับมาได้ แม้ว่าเนื้อเรื่องจะถูกเขียนว่าได้อำลาแวดวงต่าง ๆ นั้นไปแล้ว สภาพดังกล่าวนี้เกิดขึ้นบ่อยมากในสังเวียนผ้าใบในรอบ 2-3 ปีหลัง กรณีล่าสุดคือกระแสของคอร์เนอร์ แม็กเกรเกอร์ หนุ่มนักชกศิลปะการต่อสู้ผสมจอมห้าว

แม็กเกรเกอร์ นักชกที่ขึ้นชื่อเรื่องฝีปากกล้าอันดับต้น ๆ ของโลกยุคนี้หายหน้าไปจากสื่อพักหนึ่งหลังจากพ่ายแพ้ในศึกยูเอฟซี รายการศิลปะการต่อสู้แบบผสมเมื่อตุลาคม 2018 กระทั่งเมื่อปลายเดือนตุลาคม 2019 ซึ่งนักชกไอริชประกาศกลับมาคืนสังเวียนการต่อสู้แบบผสมอีกครั้งในเดือนมกราคม 2020 ซึ่งเชื่อว่าน่าจะมีขึ้นในลาสเวกัส

แค่เพียงท่าทีการประกาศของแม็กเกรเกอร์ ก็เล่นเอาสนุกสนานคึกคักกันอีกครั้งแล้ว แต่หากแคะเปลือกของบรรยากาศเรื่องนี้ออก ประเด็นที่คนสนใจต่อมา คือ กระแสที่แม็กเกรเกอร์สร้างจะไปจบลงที่ตรงไหน คู่ชกของเขาจะเป็นใครได้บ้าง

ย้อนกลับไปในการขึ้นชกบนสังเวียนกรงในรายการศิลปะต่อสู้ผสมเมื่อปีก่อน แม็กเกอร์เกอร์พ่ายให้ คาบิบ นูร์มาโกเมดอฟ คู่แค้นจากรัสเซียไป และท่าทีในการประกาศคืนสังเวียนครั้งนี้ เป้าใหญ่ก็ออกมาว่า การรีแมตช์กับคาบิบนั้นเป็นเรื่องที่ “หลีกเลี่ยง” ไม่ได้ และเป็นสไตล์เดิมที่เขาพยายามราดน้ำมันเพิ่มอุณหภูมิยั่วยุให้บรรยากาศระอุขึ้นไปอีก ซึ่งบางส่วนมองว่าทำให้บรรยากาศคึกคัก แต่หลายคนอาจมองว่า กลยุทธ์ลักษณะนี้ใช้ซ้ำบ่อยครั้งก็รู้สึกเคยชินกันไปแล้วว่ามันช่วยกระพือความสนใจจากคนทั่วไป

การประกาศครั้งล่าสุดของแม็กเกรเกอร์ เจ้าตัวเผยว่า สนใจชกกับผู้ชนะระหว่าง เนต ดิแอซ หรือ ฆอร์เก้ มาสวิดัล ซึ่งคู่นี้มีกำหนดชกวันที่ 3 พฤศจิกายน (ถ้าไฟต์นี้เกิดขึ้นจริง แต่ที่ผ่านมามีกระแสเรื่องดิแอซ ติดปัญหาผลตรวจโด๊ป) ขณะเดียวกัน ชื่อของคาบิบเองก็ถูกพาดพิงถึงจากที่แม็กเกรเกอร์ เล็งดวลกับผู้ชนะระหว่างคาบิบ กับโทนี่ เฟอร์กูสัน หลังจากผ่านเดือนมกราคมไปแล้ว และอยากชกที่รัสเซีย ประเทศบ้านเกิดของคาบิบเอง

ไฟต์ปี 2018 เชื่อกันว่า แม็กเกรเกอร์ฟันรายได้เข้ากระเป๋าไปมากกว่า 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังมีรายได้จากสปอนเซอร์เพิ่มเติมเข้ามาอีก หลังจากนั้นยังมีข่าวแม็กเกรเกอร์ทะเลาะวิวาทในดับลิน และโดนจับจากพฤติกรรมที่เขาเขวี้ยงโทรศัพท์ของแฟน ขณะอยู่ในประเทศสหรัฐ (ภายหลังก็พ้นข้อกล่าวหา)

ก่อนหน้าที่จะได้เรียนรู้เรื่องตัวเลขรายได้ของแม็กเกรเกอร์ที่จะรับเข้ากระเป๋าในไฟต์นี้ หัวข้อที่จะต้องผ่านด่านไปก่อนน่าจะเป็นเรื่องคู่ชกที่เหมาะสมกับแม็กเกรเกอร์ อย่างไรก็ตาม ดานา ไวต์ ประธานรายการยูเอฟซี ศึกศิลปะการต่อสู้ผสมแถวหน้าของโลก เปิดเผยหลังการประกาศคืนสังเวียนครั้งนี้ว่า ทีมงานยังไม่มีคู่ชกที่จะออกมายืนยันได้ แม้แต่วันที่ของการชกก็ยังไม่สามารถฟันธงได้เช่นกัน ว่าจะเป็น 18 มกราคม ตามที่แม็กเกรเกอร์ประกาศไว้หรือไม่

ขณะเดียวกัน พฤติกรรมของแม็กเกรเกอร์ในรอบปีที่ว่างเว้นจากสังเวียนก็เป็นที่ทราบกันดีว่า มีเรื่องทะเลาะวิวาทและปัญหาแอลกอฮอล์ แม้นักชกไอริชยืนยันว่า กำหนดไฟต์ในปี 2020 ที่เขาออกมาประกาศและเล็งจะรีแมตช์กับคาบิบ จะเป็นไฟต์ที่เขาโฟกัสได้อย่างแน่นอน จะพยายามไม่ให้มีปัญหาบาดเจ็บ ไม่มีปัญหาแอลกอฮอล์ ให้สมกับเป็นไฟต์ที่ทุกคนอยากดูจริง ๆ และจะจบเรื่องข้อกังขาแบบเด็ดขาดไปเลย

หากพิจารณาจากแบรนด์ส่วนบุคคลของแม็กเกรเกอร์ ที่ยากจะหลีกเลี่ยงเรื่องดราม่าได้ (สมมติฐานนี้อ้างอิงสถิติพฤติกรรมที่นำมาสู่แนวโน้มความเป็นไปได้ในอนาคต) ไม่กี่เดือนข้างหน้าอาจมีแนวโน้มที่แม็กเกรเกอร์จะตกเป็นข่าวในหน้าสื่อ แต่หากคิดว่าเรื่องเหล่านี้จะกระทบกับอาชีพและรายได้ของเขา อาจต้องคิดใหม่

สภาพบรรยากาศรอบ 2-3 ปีที่ผ่านมา แม็กเกรเกอร์ติดไปกับข่าวเหตุวุ่นวายมากมาย แต่ยูเอฟซีรายการที่จัดแข่งนี้ไม่ค่อยแสดงท่าทีห้ามปราม หรือขู่ว่าจะมีบทลงโทษตามมาหากยังมีพฤติกรรมไม่น่าดู ในความเป็นจริงแล้ว แบรนด์แบบห้าวของแม็กเกรเกอร์ถูกใช้เป็นส่วนหนึ่งในการดึงดูดความสนใจจากบรรดาแฟนมวยและสื่อทั่วโลก

ดานา ไวต์ ปธ.ยูเอฟซี เคยยอมรับว่า เหตุการณ์กระทบกระทั่งกันหลังการชกที่แม็กเกรเกอร์มีส่วนร่วมนั้น เป็นส่วนหนึ่งของ “ธุรกิจกีฬา” ทำนองว่า เป็นธรรมชาติของ “กีฬาต่อสู้” ถ้าเปรียบให้เห็นภาพมากขึ้น อาจต้องโยงไปถึงมวยปล้ำกระแสหลักที่ไม่ได้มีเรื่องราวแค่ผลแพ้-ชนะในสังเวียน แต่มีเส้นเรื่องความขัดแย้งที่เป็นเหตุและเชื่อมโยงมาสู่ผลของการแข่ง สำหรับยูเอฟซีเส้นเรื่องจากพฤติกรรมห้าวแบบแม็กเกรเกอร์ คงเสมือนเป็นเรื่องราวแบบดิบและสมจริงมากกว่าเวทีมวยปล้ำ เรียกง่าย ๆ ว่า “เล่นจริง เจ็บจริง” โดนคดีกันในโลกความเป็นจริง

ขณะที่นูร์มาโกเมดอฟ นักชกรัสเซียที่เป็นคู่แค้นของแม็กเกรเกอร์ ซึ่งมีสถิติและฝีไม้ลายมือพร้อมสำหรับซูเปอร์สตาร์ แต่เขาไม่ค่อยปรากฏเป็นข่าวในหน้าสื่อ หรือมีพื้นที่มากนัก นั่นเป็นอีกส่วนที่ทำให้บทบาทและการรับรู้ในสายตาของแฟนและแบรนด์สินค้าเป็นอีกแบบ

สิ่งที่เห็นได้ชัดจากการประกาศแผนคืนสังเวียนของแม็กเกรเกอร์ครั้งล่าสุดสะท้อนว่า เจ้าหนุ่มรายนี้มีวิธีหารายได้จากแบรนด์แบบแบดบอยได้ถึงกึ๋น นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้คาดได้ว่า รายได้ของแม็กเกรเกอร์จากไฟต์ที่จะเกิดต่อไป คงไม่ห่างจากเลข 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐมากนัก

Previous articleอาร์ทีบีดิ้นสู้พิษเศรษฐกิจ ลุยเกมมิ่งประคองรายได้
Next articleไฟไหม้วอดทั้งหลัง “ปราสาทชูริ” มรดกโลกของ “ญี่ปุ่น”