เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เปิดตัว North Star Park – BISA โรงเรียนนานาชาติสำหรับนักเรียน–นักกีฬา
Uncategorized เปิดตัว North Star Park – BISA โรงเรียนนานาชาติสำหรับนักเรียน–นักกีฬา
‘The Odyssey’ สัปดาห์ที่ 2 ทุบสติถิรายได้หนังตลอดกาล คริสโตเฟอร์ โนแลน
SD ‘The Odyssey’ สัปดาห์ที่ 2 ทุบสติถิรายได้หนังตลอดกาล คริสโตเฟอร์ โนแลน
กกพ. เปิดรับฟังความเห็นค่าไฟบ้านใหม่ ดัน 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท/หน่วย-ขยายสิทธิบ้านเช่า หอพัก
Economic กกพ. เปิดรับฟังความเห็นค่าไฟบ้านใหม่ ดัน 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท/หน่วย-ขยายสิทธิบ้านเช่า หอพัก
สยาม ทาคาชิมายะ จัดงาน ‘Matcha Meets Tea’ ส่งตรงจากอาซากุซะและอุจิ
Biz Movement สยาม ทาคาชิมายะ จัดงาน ‘Matcha Meets Tea’ ส่งตรงจากอาซากุซะและอุจิ
ราคาทองวันนี้ (27 ก.ค. 69) ดีดขึ้น 200 บาท รูปพรรณขายออก 65,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (27 ก.ค. 69) ดีดขึ้น 200 บาท รูปพรรณขายออก 65,850 บาท
ครม.เห็นชอบ ยุทธศาสตร์ Big Data ใช้ข้อมูลเคลื่อนเศรษฐกิจ ยกระดับไทยติดท็อป 25 โลก
Politics ครม.เห็นชอบ ยุทธศาสตร์ Big Data ใช้ข้อมูลเคลื่อนเศรษฐกิจ ยกระดับไทยติดท็อป 25 โลก
เกษตรฯ รับมือฝนปลาย ก.ค. คุมเข้มบริหารน้ำ เตือน 33 จังหวัดเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน
Economic เกษตรฯ รับมือฝนปลาย ก.ค. คุมเข้มบริหารน้ำ เตือน 33 จังหวัดเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน
ครม.เคาะยืดเวลาอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 20 ก.ย. ใช้สิทธิรอบใหม่ 1 ต.ค.
Politics ครม.เคาะยืดเวลาอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 20 ก.ย. ใช้สิทธิรอบใหม่ 1 ต.ค.
Jurassic World ครบ 1 ปี คนชมทะลุ 6 แสน สะท้อนแข่งขันขาย “ประสบการณ์”
Biz Movement Jurassic World ครบ 1 ปี คนชมทะลุ 6 แสน สะท้อนแข่งขันขาย “ประสบการณ์”
คต.เตือนผู้ส่งออกเร่งปรับตัว รับกฎ EU ห้ามสินค้าใช้แรงงานบังคับ มีผลปลายปี 2570
Economic คต.เตือนผู้ส่งออกเร่งปรับตัว รับกฎ EU ห้ามสินค้าใช้แรงงานบังคับ มีผลปลายปี 2570
ดูทั้งหมด

นักท่องเที่ยวต่ำเป้า-ททท.บูสต์ “ไทยเที่ยวไทย” ปั๊มรายได้ 3 ล้านล้าน

19 ก.ค. 2566 | 07:12น.
ท่องเที่ยว

ททท.เผยปี’67 สุดท้าทาย ปัจจัยลบยังเพียบ เดินหน้ากระตุ้นการท่องเที่ยวทุกมิติ ปั๊มเครื่องยนต์เศรษฐกิจ คาดนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมายังไม่ถึง 40 ล้านคน รายได้พลิกฟื้น 94% เร่งบูสต์ตลาด “ไทยเที่ยวไทย” ดันรายได้รวมแตะ 3 ล้านล้านบาทเท่าปี’62 ก่อนโควิด โฟกัส 10 ตลาดศักยภาพสูงควบคู่กับหาตลาดใหม่เสริม ก้าวสู่ High Value & Sustainable Tourism

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ปี 2567 ยังคงเป็นปีที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน ทั้งเศรษฐกิจโลก ภาวะเงินเฟ้อ ความไม่แน่นอนทางการเมือง ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงสภาพอากาศที่แปรปวน ซึ่งล้วนส่งผลต่อความเชื่อมั่นด้านการเดินทางท่องเที่ยว แต่ ททท.ยังคงตั้งเป้าหมายมีรายได้จากการท่องเที่ยวรวมที่ 3 ล้านล้านบาท เท่ากับปี 2562 ก่อนวิกฤตโควิด-19 (best case scenario)

โดยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทย 35 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วน 87.5% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2562 และสร้างรายได้ 1.92 ล้านล้านบาท ฟื้นตัว 94% เมื่อเทียบกับปี 2562 ก่อนการระบาดของโควิด-19 และมีชาวไทยออกเดินทางในประเทศ (ไทยเที่ยวไทย) จำนวน 200 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้ 1.08 ล้านล้านบาท

ส่วนกรณีฐาน (base case scenario) ประเทศไทยมีรายได้จากภาคการท่องเที่ยว 2.74 ล้านล้านบาท โดยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทย 32 ล้านคน สร้างรายได้ 1.73 ล้านล้านบาท ชาวไทยออกเดินทางในประเทศ 185 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้ 1 ล้านล้านบาท

และกรณีเลวร้ายที่สุด หรือ worst case scenario ประเทศไทยมีรายได้จากภาคการท่องเที่ยว 2.4 ล้านล้านบาท เท่ากับเป้าหมายในปี 2566 โดยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทย 28 ล้านคน สร้างรายได้ 1.54 ล้านล้านบาท และชาวไทยออกเดินทางในประเทศ 158 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้ 0.86 ล้านล้านบาท

“ปัจจุบันแม้เที่ยวบินระหว่างจีนและไทยจะมีจำนวนมากขึ้น แต่ก็ต้องจับตาดูว่าปัญหาด้านเศรษฐกิจของจีนที่มีแนวโน้มชะลอตัวจะส่งผลต่อตลาดนักท่องเที่ยวดังกล่าวมากน้อยแค่ไหน อย่างไรก็ตาม เราต้องวางเป้าหมายสูงไว้ก่อน และต้องบริหารความเสี่ยง ซึ่งมองว่าในกรณีที่แย่ที่สุดจำนวนรายได้จะเท่ากับในปี 2566” นายยุทธศักดิ์กล่าว

บูสต์ “ไทยเที่ยวไทย”

นายยุทธศักดิ์กล่าวด้วยว่า ด้วยสถานการณ์ตลาดต่างประเทศปัจจุบันที่ยังมีข้อจำกัดเรื่องจำนวนเที่ยวบิน โดยสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ประเมินว่าจำนวนเที่ยวบินจะเริ่มฟื้นตัวเต็มที่ในไตรมาส 4/2567 และจำนวนเที่ยวบินรวมตลอดทั้งปีจะกลับมาเท่ากับก่อนการระบาดของโควิด-19 ได้ในปี 2568

ประกอบกับเที่ยวบินที่เริ่มกลับมาให้บริการบางส่วน ราคาบัตรโดยสารที่ยังมีราคาแพง อันเป็นผลมาจากราคาน้ำมันยังคงอยู่ในระดับสูง ทำให้แม้ในกรณีที่ดีที่สุด ททท.จะตั้งเป้าหมายมีรายได้เทียบเท่ากับปี 2562 แต่ในรายละเอียดพบว่ารายได้จากต่างประเทศยังมีสัดส่วนเพียง 94% ของปี 2562

ดังนั้น เพื่อให้บรรลุเป้าหมายรายได้ 3 ล้านล้านบาท ททท.จึงต้องเสริมด้วยรายได้จากนักท่องเที่ยวภายในประเทศ หรือไทยเที่ยวไทยที่ต้องมากขึ้น ขณะเดียวกัน ก็ต้องขับเคลื่อนในเรื่องการใช้จ่ายต่อคนต่อทริปของนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เพิ่มมากขึ้นด้วย

“กุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จของภาคการท่องเที่ยวไทยคือ การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว หากสามารถกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวใช้จ่ายได้มากขึ้น เพราะแนวทางในอนาคตเราไม่ได้ต้องการนักท่องเที่ยวจำนวนมากเหมือนในอดีต แต่เน้นที่เป้าหมายรายได้ที่เพิ่มมากขึ้น” นายยุทธศักดิ์กล่าว

ผนึกพันธมิตร 360 องศา

ด้านนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. ผู้ที่จะมารับตำแหน่งผู้ว่าการ ททท. ในวันที่ 1 กันยายน 2566 กล่าวเสริมว่าในปี 2567 ททท.จะต้องเป็นผู้นำด้านการตลาด สร้างประสบการณ์ทรงคุณค่า และส่งมอบให้กับกลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีความต้องการแตกต่างกัน โดยทำการตลาดลงลึกในด้านวัฒนธรรม (subculture)

พร้อมทั้งประสานความร่วมมือกับพันธมิตรแบบ 360 องศา ทั้งที่อยู่ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและนอกอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เพื่อร่วมกันผลักดันอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่เป้าหมายรายได้ 3 ล้านล้านบาท และเติบโตอย่างยั่งยื่น หรือมุ่งสู่การท่องเที่ยวแบบ high value and sustainable tourism ที่เน้นคุณค่าและความยั่งยืน

โฟกัส 10 ตลาดหลัก-หาตลาดใหม่

นางสาวฐาปนีย์กล่าวด้วยว่า ในส่วนของตลาดต่างประเทศที่คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวน 35 ล้านคน และสร้างรายได้ 1.92 ล้านล้านบาทนั้น ททท.จะโฟกัส 10 ตลาดศักยภาพที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุด ประกอบด้วย ตลาดระยะใกล้ 7 ประเทศ อาทิ จีน มาเลเซีย เกาหลี อินเดีย สิงคโปร์ เวียดนาม เป็นต้น และตลาดระยะไกล 3 ประเทศ ได้แก่ รัสเซีย สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา

โดยวางแผนกระตุ้นตลาดด้วยการเสริมภาพลักษณ์แบรนด์ท่องเที่ยวไทยด้านความยั่งยืน และใช้เป็นจุดขายใหม่ของประเทศไทย มีความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และชุมชน (travel with care) กระจายรายได้อย่างทั่วถึง (fair income) และเสนออัตลักษณ์ท้องถิ่นเป็นจุดขาย (encourage identity & biodiversity) โดยมีแนวคิดดำเนินโครงการ Kinnaree Brand Refresh หรือรางวัลกินรี เพื่อเป็นเครื่องหมายรับรองคุณภาพสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว

พร้อมทั้งรุกเปิดตลาดใหม่ เช่น ยุโรปตะวันออก และตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นผู้มีรายได้สูง แสวงหาคู่ค้ารายใหม่ และขยายความร่วมมือกับคู่ค้ารายใหญ่ในเวทีโลก เพื่อดึงนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพกำลังซื้อสูงเข้ามาเที่ยวตลอดทั้งปี (all year around) ไม่มีโลว์ซีซั่น

บูม 365 วันเที่ยวได้ตลอดปี

นางสาวฐาปนีย์กล่าวด้วยว่า สำหรับตลาดในประเทศนั้น จะให้น้ำหนักไปที่การกระตุ้นให้เดินทางท่องเที่ยวทันที เพิ่มความถี่ และการกระจายตัวท่องเที่ยวหลากหลายพื้นที่มากขึ้น ภายใต้คอนเซ็ปต์ 365 วัน มหัศจรรย์เมืองไทยเที่ยวได้ทุกวัน ตลอดทั้งปี เพื่อสร้างรายได้ให้ทุกภาคส่วนอย่างเท่าเทียม ควบคู่กับการนำเสนอจุดแข็งสู่จุดขายของ soft power (5F) และนำเสนอสินค้าเชิงประสบการณ์ผ่านอัตลักษณ์ของ 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ

อาทิ ภาคเหนือ ชวนสัมผัส “เสน่ห์วันวานเมืองเหนือ” ผสานความร่วมสมัย ผ่าน Northern Thailand Soft Power ที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์ กระตุ้นค่าใช้จ่ายด้วย art & craft ขยายฤดูกาลท่องเที่ยว ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดประสบการณ์อาหารถิ่น และ Michelin Guide ชวนคนไทยเที่ยวอีสานในคอนเซ็ปต์ “อีสาน…ไปไสกะแซ่บ มากกว่าอาหาร คือประสบการณ์” ผ่าน 20 เมนูแซ่บ จาก 20 จังหวัดภาคอีสาน เป็นต้น

“จีน” ตัวแปรตลาดระยะใกล้

ด้านนายธเนศวร์ เพชรสุวรรณ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ ททท. กล่าวเพิ่มเติมว่า ความท้าทายของตลาดการท่องเที่ยวระยะใกล้ในปี 2566 คือ นักท่องเที่ยวจากประเทศจีนอาจเดินทางเข้าประเทศไทยประมาณ 4 ล้านคน ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่ ททท.ตั้งไว้เดิมที่ 5 ล้านคน โดยเป็นผลจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจของจีน

เช่นเดียวกับนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นยังเดินทางเข้ามาประเทศไทยน้อยกว่าเป้าหมาย ทั้งนี้ คาดว่าในกรณีที่ดีที่สุดอาจเดินทางเข้าประเทศไทยเพียง 8 แสนคน จากในปี 2562 ชาวญี่ปุ่นเดินทางเข้าประเทศไทยสูงถึง 1.7 ล้านคน

สำหรับปี 2567 นั้น ททท.วางเป้าหมายให้นักท่องเที่ยวจากตลาดระยะใกล้ (short-haul) เดินทางเข้าประเทศไทยจำนวน 25.8 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วน 74% ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด สร้างรายได้ 1.2 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 63% ของนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศทั่วโลก

“ปี 2566 ปัจจัยด้านเศรษฐกิจจีนมีความท้าทายกว่าที่ประเมินไว้ ส่วนปี 2567 คาดว่าจีนจะเดินทางเข้าไทย 7-8 ล้านคน ขณะที่ตลาดญี่ปุ่นคาดว่าจะเดินทางเข้าไทย 1 ล้านคน ประกอบกับตลาดเกาหลีใต้ มาเลเซีย และอินเดียที่ฟื้นตัวมากขึ้น”

“รัสเซีย” ดาวรุ่งตลาดระยะไกล

ขณะที่นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา ททท. กล่าวว่า ในปี 2566 ททท.ประเมินว่าจะมีนักท่องเที่ยวจากตลาดระยะไกลจำนวน 8 ล้านคน สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่จำนวน 7 ล้านคน โดยตลาดการท่องเที่ยวที่โดดเด่นในปีนี้คือรัสเซีย

โดย 6 เดือนแรกที่ผ่านมาตลาดรัสเซียมีนักท่องเที่ยวจำนวน 7.89 แสนคน ปัจจัยหนึ่งเกิดจากจำนวนเที่ยวบินประจำเริ่มฟื้นตัวมากขึ้น รวมถึงการเพิ่มเที่ยวบินเช่าเหมาลำระหว่าง 2 ประเทศ ซึ่ง ททท.มีเป้าหมายขยายจำนวนนักท่องเที่ยวตลาดรัสเซียให้สูงถึง 2 ล้านคน

สำหรับปี 2567 ททท.วางเป้าหมายนักท่องเที่ยวจากตลาดระยะไกลเดินทางเข้าประเทศไทยจำนวน 9.2 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วน 24% ของเป้าหมายนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด สร้างรายได้ 7.21 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 37% เนื่องจากนักท่องเที่ยวจากตลาดระยะไกลมีอัตราการเข้าพักที่นานขึ้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ททท. นักท่องเที่ยวจีน