เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
TRUE ชี้แจงปม ‘China Mobile’ จ่อขายหุ้นบริษัท ยันตรวจสอบแล้วแค่ปรับพอร์ต พร้อมยืนยันถือระยะยาว
Finance TRUE ชี้แจงปม ‘China Mobile’ จ่อขายหุ้นบริษัท ยันตรวจสอบแล้วแค่ปรับพอร์ต พร้อมยืนยันถือระยะยาว
ราคาทองวันนี้ (4 ส.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท รูปพรรณบาทละ 65,000 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 ส.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท รูปพรรณบาทละ 65,000 บาท
ทองคำแกว่ง “Sideways” ดีลสหรัฐ–อิหร่านยังคลุมเครือ แนวรับสำคัญยัง 4,000 ดอลลาร์
Finance ทองคำแกว่ง “Sideways” ดีลสหรัฐ–อิหร่านยังคลุมเครือ แนวรับสำคัญยัง 4,000 ดอลลาร์
ค่าเงินบาทวันนี้ (4 ส.ค. 69) เปิดตลาด 33.41 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (4 ส.ค. 69) เปิดตลาด 33.41 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
หุ้นไทยวันนี้ (4 ส.ค.) คาดกรอบ 1,610 – 1,635 จุด ชูเลือกหุ้นได้ประโยชน์น้ำมันลง คืนนี้จับตายักษ์เทคฯ โลกแจ้งงบฯ
Finance หุ้นไทยวันนี้ (4 ส.ค.) คาดกรอบ 1,610 – 1,635 จุด ชูเลือกหุ้นได้ประโยชน์น้ำมันลง คืนนี้จับตายักษ์เทคฯ โลกแจ้งงบฯ
รัฐบาล ยันตรวจงบบัตรทองทุกบาท ปัดใช้จัดอีเวนต์ ลั่นพร้อมถูกตรวจสอบ
Politics รัฐบาล ยันตรวจงบบัตรทองทุกบาท ปัดใช้จัดอีเวนต์ ลั่นพร้อมถูกตรวจสอบ
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (4 ส.ค. 69) ปรับลง 0.02% อยู่ที่ 63,446 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (4 ส.ค. 69) ปรับลง 0.02% อยู่ที่ 63,446 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (4 ส.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Biz Movement ราคาน้ำมันวันนี้ (4 ส.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
นายกฯ นำคณะถก ผู้นำอินโดฯ ยกระดับความร่วมมือเศรษฐกิจ-ปราบภัยออนไลน์
Politics นายกฯ นำคณะถก ผู้นำอินโดฯ ยกระดับความร่วมมือเศรษฐกิจ-ปราบภัยออนไลน์
Visa เปิดเกมใหม่ ดัน Passkey แทน OTP ยกระดับจ่ายออนไลน์
Tech Visa เปิดเกมใหม่ ดัน Passkey แทน OTP ยกระดับจ่ายออนไลน์
ดูทั้งหมด

การท่องเที่ยว “โปรดักต์” คือหัวใจ ย้ำ “โปรดักต์ยั่งยืน-การตลาดยั่งยืน”

01 ก.พ. 2567 | 15:31น.
ชำนาญ ศรีสวัสดิ์
คอลัมน์ : สัมภาษณ์

กระทรวงการท่องเที่ยวฯ มีเป้าหมายเชิงนโยบายสำหรับ 2567 ให้กับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สร้างรายได้การท่องเที่ยวรวมที่ 3.5 ล้านล้านบาท โดยแบ่งเป็นรายได้จากตลาดต่างประเทศ 2.5 ล้านล้านบาท และรายได้จากตลาดในประเทศ 1 ล้านล้านบาท

แต่มีเป้าหมายการทำงานที่ 3 ล้านล้านบาท หรือฟื้นตัวกลับมาได้ 100% เมื่อเทียบกับปี 2562 ก่อนการระบาดของไวรัสโควิด-19 และมีเป้าจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 35 ล้านคน

เอกชนคาดได้ 30-32 ล้านคน

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์พิเศษ “โกจง-ชำนาญ ศรีสวัสดิ์” ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ถึงมุมมองการคาดการณ์ในมุมมองของภาคเอกชน รวมถึงข้อเสนอแนะในการร่วมกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้เป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่อไป ไว้ดังนี้

“ชำนาญ” บอกว่า ต้องยอมรับว่าปีนี้ทั่วโลกได้เลือกใช้การท่องเที่ยวมาเป็นเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจแข่งขันกับประเทศไทยอยู่เหมือนเดิม แต่รัฐบาลโดยนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน ก็มาถูกทางแล้วเหมือนกัน โดยเฉพาะการประกาศใช้นโยบายวีซ่าฟรี ทำให้นักท่องเที่ยวคิดและตัดสินใจมาเที่ยวไทยง่ายขึ้น

อย่างไรก็ตาม มองว่าหากประเทศไทยยังทำการตลาดในรูปแบบเดิม ๆ จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติรวมทั้งปีของปี 2567 นี้น่าจะได้ประมาณ 30-32 ล้านคน

“ตัวเลข 30-32 ล้านคน ผมประเมินจากฐานจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาตอนนี้ เฉลี่ยประมาณ 9 หมื่นกว่าคนต่อวัน ซึ่งน่าจะดีที่สุดแล้ว เพราะเป็นช่วงไฮซีซั่น ไม่ได้ปรับลดช่วงโลว์ซีซั่นออก ดังนั้น หากยังคิดและทำเหมือนเดิมโอกาสที่จะผลักดันนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ได้ถึง 35 ล้านคนเป็นเรื่องที่ยาก”

และบอกด้วยว่า วันนี้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยยังเติบโตในรูปแบบที่เป็น K-shape กล่าวคือ ขาตัว K ที่ชี้ขึ้นข้างบนยังเป็นเฉพาะรายใหญ่ ส่วนรายเล็กยังเป็น K ขาล่างที่ส่วนใหญ่ยังเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุน

โปรดักต์ยั่งยืน-การตลาดยั่งยืน

“ชำนาญ” บอกว่า เป็นเรื่องที่น่าเสียดายมากว่าวันนี้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยเรายังเติบโตได้ไม่เต็มศักยภาพ เพราะหากดูดีมานด์ในตลาดเป้าหมายยังมีที่รอเข้ามาอีกเยอะ

“ตอนนี้มีความจำเป็นอย่างมากที่รัฐกับเอกชนต้องมานั่งหารือกัน เพื่อหาแนวทางการทำงานร่วมกัน เพราะการท่องเที่ยวนั้นโปรดักต์สำคัญมาก โปรดักต์ต้องยั่งยืน และผู้ประกอบการก็ต้องยั่งยืนไปด้วยกันทั้งรายเล็กรายใหญ่”

และอธิบายว่า โปรดักต์เป็นเรื่องของ Customer Journey สิ่งสำคัญที่สุดคือ เราต้องพัฒนาโปรดักต์ให้มีความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยว เพื่อทำให้ช่วงเวลาที่เข้ามาเที่ยวเมืองไทยนั้นได้รับความสะดวก ปลอดภัย โรงแรมต้องดี อาหารต้องดี ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ ฯลฯ

“ผมเน้นว่าโปรดักต์ยั่งยืน การตลาดยั่งยืน หมายความว่า การตลาดจะยั่งยืนได้ต้องเริ่มต้นที่โปรดักต์ต้องยั่งยืนก่อน”

เพราะนี่คือกระบวนการสร้างความมั่นใจที่ดี และจะนำไปสู่ประสบการณ์ที่ดีของนักท่องเที่ยว ซึ่งจะเป็นความยั่งยืนที่แท้จริง ไม่ใช่มุ่งทำการตลาดเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวมาอย่างเดียว แต่โปรดักต์ไม่พร้อมรองรับ แบบนี้เขามาแล้วก็มีแต่จะเกิดกระแสที่เป็นภาพลักษณ์เชิงลบมากกว่าความประทับใจ

นโยบายดีแต่แอ็กชั่นไม่เวิร์ก

เมื่อถามว่าปัญหาและอุปสรรคของการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวตอนนี้คืออะไร “ชำนาญ” บอกว่า ประเด็นหลักคือ เรื่องของการนำนโยบายลงสู่ภาคปฏิบัติที่ยังไม่เข้าเป้า นโยบายที่ออกมาดีทุกอย่าง แต่มีปัญหาเรื่องการนำนโยบายไปปฏิบัติ ทำให้เรียลเซ็กเตอร์ (Real Sector) ไม่เข้าถึงการกระตุ้น

ย้ำ 4 เติมฟื้นซัพพลายไซด์

“ชำนาญ” บอกว่าวันนี้พฤติกรรมการเดินทางของนักท่องเที่ยวเปลี่ยนไป ส่วนใหญ่ที่มาจะเดินทางด้วยตัวเอง เป็น FIT ฉะนั้น ประเทศไทยต้องปรับตัว ต้องติดอาวุธทางปัญญาให้ซัพพลายไซด์ ให้เข้าถึงความรู้ทุกมุม ทั้งเรื่อง Smart Tourism, Green Tourism ฯลฯ ทำทุกเรื่องให้จับต้องได้

“ผมขอมาตลอดเรื่อง 4 เติมในส่วนของซัพพลายไซด์คือ เติมความรู้ เติมทุน เติมนวัตกรรม และเติมลูกค้า ที่ผ่านมา 2-3 ปี รัฐบาลทำจริง ๆ แค่เรื่องเติมลูกค้า ส่วนเติมความรู้ เติมนวัตกรรม และเติมทุนยังไม่ได้ทำจริงจัง”

และอธิบายว่า เมื่อแขกมาเป็น FIT มากขึ้นเราต้องเติมความรู้ให้เขาว่าต้องปรับตัวอย่างไร หรือการจะเติมทุนให้โรงแรมขนาดเล็กได้ต้องปรับกฎหมายให้เขามีใบอนุญาต เช่นเดียวกับการเติมนวัตกรรมที่ผมก็พูดมาตลอดว่าเราต้องมีแพลตฟอร์มของตัวเอง ซึ่งสภาท่องเที่ยวฯก็พร้อม แต่รัฐไม่ให้โอกาส”

ใช้บริษัทนำเที่ยวเป็นตัวช่วย

ประธาน สทท.บอกอีกว่า หากเราเปรียบเทียบกับปี 2562 วันนี้ซัพพลายไซด์ด้านการท่องเที่ยวยังฟื้นตัวกลับมาได้แค่ประมาณ 70% ของตลาดเท่านั้น โดยกลุ่มที่ฟื้นและรอดคือกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางถึงใหญ่เท่านั้น

“ผมว่ารัฐบาลยังเข้าใจประเด็นที่ว่าอยากได้นักท่องเที่ยวคุณภาพ ไม่อยากได้ปริมาณไปคนละแนวกับภาคเอกชน เราเคยดูแลนักท่องเที่ยวได้ 40 ล้านคน นั่นแปลว่าซัพพลายไซด์ ทั้งรถ โรงแรม ห้องพัก ร้านอาหาร ฯลฯ มันรองรับได้ 40 ล้านคน แล้วอยู่ ๆ รัฐจะตัดให้เหลือ 30 ล้านคน แปลว่าทุกอย่างจะหายไป 25% คนก็ต้องตกงานทันที 25% เหมือนกัน แล้วทำอย่างไร”

ขณะที่ภาคเอกชนเรายังอยากได้นักท่องเที่ยว 40 ล้านคนอยู่ เพื่อรักษาการจ้างงาน ซึ่ง 2 ปีที่ผ่านมาก็เสนอมาตลอดว่าให้ออกแบบการท่องเที่ยว (Re-design) ใหม่ เพื่อขยับสู่ความยั่งยืนและสมดุลในทุกมิติ

Re-design ใหม่เพื่อให้เกิดความสมดุล ทั้งในมิติด้านการตลาด (Demand-Supply) สมดุลด้านสินค้า (Natural-Manmade) และสมดุลเชิงพื้นที่ (City-Community) เช่น การลงทุนพัฒนา Manmade เพื่อลดการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ หรือโฟกัสการท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่ม เช่น กลุ่มท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ กลุ่มท่องเที่ยวเชิงกีฬา กลุ่มท่องเที่ยวเชิงอาหาร, กลุ่มท่องเที่ยวเพื่อธุรกิจ ฯลฯ

“อีกประเด็นหนึ่งที่ผมมองคือ ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องเอาบริษัทนำเที่ยวมาเป็นเครื่องมือช่วยกระตุ้นให้มีนักท่องเที่ยวกลับมาได้ถึง 40 ล้านคนเหมือนในอดีต”

ชง KPI ท่องเที่ยวแห่งชาติ

“ชำนาญ” ทิ้งท้ายด้วยว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวนั้นใคร ๆ ก็บอกว่าเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ในอดีตเคยมีรายได้คิดเป็นเกือบ 20% ของ GDP ประเทศ ดังนั้น เพื่อให้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ดีและยั่งยืนมากขึ้น จึงอยากเสนอให้รัฐประกาศทำ KPI ท่องเที่ยวแห่งชาติ เพื่อให้เกิดความสมดุลของดีมานด์และซัพพลาย

โดยเฉพาะในด้านซัพพลายที่ยังต้องเน้นในเรื่องการยกระดับโปรดักต์และบริการด้านการท่องเที่ยวให้มีมาตรฐาน โดยกำหนดให้ทุกกระทรวงทำแผนว่ามีนโยบายสนับสนุนด้านการท่องเที่ยวของประเทศอย่างไรบ้าง

เช่น กระทรวงคมนาคมมีแผนพัฒนาระบบคมนาคมรองรับการเติบโตของการท่องเที่ยวอย่างไรบ้าง กระทรวงสาธารณสุขมีแผนลงทุน หรือยกระดับมาตรฐานด้านสาธารณสุขรองรับการท่องเที่ยวอย่างไร มีแผนยกระดับเมดิคอล ทัวริซึ่ม หรือเวลเนสทัวริซึ่มอย่างไร หรือกระทรวงมหาดไทยมีแผนปรับแก้กฎหมายเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวอย่างไร เป็นต้น

“ซัพพลายไซด์มี 2 ส่วนคือ ซัพพลายไซด์ที่รัฐดูแล และที่เป็นของเอกชน ซึ่งต้องพัฒนาควบคู่ แต่ที่ผ่านมาในส่วนที่รัฐดูแลนั้นไม่ได้พัฒนาอะไรใหม่ ๆ ออกมานานแล้ว ซึ่งถ้ารัฐบาลต้องการแข่งขันกับประเทศอื่นก็จำเป็นต้องลงทุนพัฒนาแมนเมดบ้าง”

อีกปัญหาหนึ่งคือ วันนี้รัฐบาลมีงบฯทำการตลาด ไม่มีงบฯดูแลซัพพลายไซด์ แต่ซัพพลายไซด์มันคือโปรดักต์ มันคือหัวใจของ Customer Journey

และย้ำว่า หากโปรดักต์ยั่งยืน การตลาดก็จะยั่งยืน ถ้าโปรดักต์ไม่ยั่งยืน การตลาดก็จะไม่ยั่งยืนด้วยเช่นกัน ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่ทุกฝ่ายต้องหันกลับมาทำโปรดักต์ให้ยั่งยืนก่อนและการเติบโตแบบยั่งยืนจะตามมา