ปานปรีย์ยืนยันด่านแม่สอดปกติ กางแผนรองรับผู้ลี้ภัย 4 กลุ่ม เสนอไทยพร้อมเป็นตัวกลาง

นายปานปรีย์ พหิทธานุกร
นายปานปรีย์ พหิทธานุกร

ปานปรีย์ยืนยันด่านชายแดนแม่สอดฝั่งไทยไม่ปิด การเดินทางและค้าขายระหว่างประเทศทำได้ปกติ กางแผนรองรับผู้ลี้ภัย 4 กลุ่ม เสนอไทยพร้อมเป็นตัวกลางการเจรจา 

วันที่ 12 เมษายน 2024 มติชนรายงานว่า นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-แม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก และหารือเกี่ยวกับการดำเนินงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นายปานปรีย์ กล่าวว่า รัฐบาลโดยนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี มีความเป็นห่วงสถานการณ์ความไม่สงบในเมียนมา จึงได้ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเมื่อวานนี้ (11 เม.ย. 67) เพื่อดูแลสถานการณ์ความไม่สงบในเมียนมา โดยมีนายปานปรีย์เป็นประธาน ประกอบด้วยหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และมีสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นฝ่ายเลขานุการ

ส่วนการเดินทางลงพื้นที่แม่สอดในวันนี้ นายปานปรีย์ เปิดเผยว่า มีการประชุมในช่วงเช้าในหลายประเด็นซึ่งมีความซับซ้อนในส่วนเมียนมาอยู่มาก ซึ่งต้องยอมรับว่าเมียนมาเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่ประชาชนสองฝ่ายไปมาหาสู่แทบทุกวัน และมีการค้าขายระหว่างกันสูงมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก ทั้งสะพานแห่งที่ 1 ที่มีด่านศุลกากรและตรวจคนเข้าเมืองตรวจชาวเมียนมากับชาวไทยเข้าออกไปมา และสะพานแห่งที่ 2 ที่มีการขนส่งสินค้าปริมาณมาก และที่ด่านศาลเจ้า 34 ที่เป็นด่านธรรมชาติขนาดเล็ก ทั้งสามด่านไม่ได้มีการปิดด่านที่ฝั่งไทย 

Advertisment

นายปานปรีย์ ยืนยันว่า ได้ไปดูทั้งหมดทั้ง 3 ด่าน พบว่าการขนส่งเป็นไปตามปกติ ชาวเมียนมาและไทยเดินทางไปมาหาสู่กัน รถยนต์ข้ามไปมาตามปกติ และในช่วงเวลากลางคืนจะมีการฉลองเทศกาลสาดน้ำกันด้วย

ส่วนการบริหารจัดการในกรณีเกิดสถานการณ์ขึ้นมานั้น นายปานปรีย์ เปิดเผยว่า จะมีศูนย์สั่งการชายแดน โดยมีผู้ว่าราชการ จ.ตาก เป็นประธาน มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายความมั่นคงและทหารมาดูแล ตามที่สังเกตได้ว่า เวลานี้กองทัพบกดูแลตามแนวชายแดนเฝ้าระวังไม่ให้รุกล้ำเข้ามาในแผ่นดินไทย

นายปานปรีย์ ยังกล่าวถึงการเตรียมพร้อมกรณีมีมีความรุนแรงเกิดขึ้นบริเวณชายแดนเมืองเมียวดี จนอาจเป็นเหตุให้ชาวเมียนมาต้องหนีเข้ามาในไทยเพื่อจะหาสถานที่ปลอดภัยว่า ได้มีการสอบถามถึงความพร้อม ได้รับรายงานว่าทั้ง 4 กลุ่มที่มีความสำคัญ ได้แก่

1.กลุ่มคนไทยที่ได้รับผลกระทบชายแดน มีการเตรียมพร้อมด้วยการจัดสถานที่ไว้แล้ว

Advertisment

2.กลุ่มชาวเมียนมา สามารถข้ามมาไทยได้อย่างปลอดภัย โดยมีการเตรียมความพร้อมความช่วยเหลือด้วยพื้นที่รองรับถึง 123 จุด

3.กลุ่มทหารเมียนมาจำนวนหนึ่ง ซึ่งอยู่บริเวณสะพานแห่งที่ 2 ฝั่งเมียวดีนั้น ยังไม่ปรากฏว่ามีความประสงค์จะข้ามมาฝั่งไทย และยังไม่มีการร้องขออย่างเป็นทางการ ยืนยันว่า ประเทศไทยไม่ได้มีปัญหาอะไร ในฐานะเพื่อนบ้านของเมียนมาก็พร้อมดูแลตามหลักมนุษยธรรม

4.กลุ่มคนจีนที่จะข้ามมาอาจเป็นกลุ่มที่เข้ามาไม่ถูกต้องตามกฎหมาย จะมีระบบคัดกรองที่ชัดเจน

สำหรับกรณีที่มีข่าวว่า ทหารเมียนมาต้องถอนกำลังออกจากฐานที่มั่นของตนเอง และทางเมียนมากำลังหารือขออพยพทหารกลุ่มดังกล่าวมาไทยนั้น นายปานปรีย์บอกว่ายังไม่มีการส่งคำขออย่างเป็นทางการ 

“กรณีทหารเมียนมา ยังไม่มีการร้องขอเข้ามาอย่างเป็นทางการ หลักการปฏิบัติในกรณีทหารฝั่งนู้นขอข้ามแดนมาเพราะเกิดภยันตราย มีขั้นตอนชัดเจน คือต้องปลดอาวุธ แต่งตัวเป็นพลเรือน จึงจะอนุญาตให้เข้ามาในฐานะเรื่องของหลักมนุษยธรรม ในกรณีที่ข้ามมาจริง แล้วเราต้องดูแลโดยหลักมนุษยธรรม เราคงต้องไม่ส่งกลับไปในที่ที่อันตราย ตามหลักสหประชาชาติอยู่แล้ว เราไม่มีนโยบายส่งกลับไปในที่อันตรายอยู่แล้ว เป็นหลักปฏิบัติที่เรายึดถือและยังไม่เกิดขึ้น”

นอกจากนี้ นายปานปรีย์ยังตอบคำถามถึงการสื่อสารกับกองทัพเมียนมาต่อข้อกังวลเรื่องการโจมตีตอบโต้ว่า ต้องดูสถานการณ์วันต่อวัน ไม่อาจทึกทักได้ว่าสถานการณ์จะแรงขึ้นหรือเบาลง ไทยได้ส่งผู้แทนของรัฐบาลไทยไปสื่อสารถึงรัฐบาลเมียนมาแล้วว่า ไม่ประสงค์จะเห็นความรุนแรงแล้ว ทั้งยังประสานสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน เพื่อออกแถลงการณ์ในการให้ลดความรุนแรงที่เกิดขึ้นในเมียนมา และใช้หลักการเจรจาในการแก้ปัญหา

นายปานปรีย์ยังกล่าวว่า เป็นเรื่องภายในที่ประเทศไทยไม่อาจแทรกแซงกิจการภายในของเมียนมาได้ ประเทศไทยจึงส่งข้อความไปถึงรัฐบาลเมียนมาหลายครั้ง ส่วนกรณีประเทศไทยส่งเครื่องบินขับไล่ตอบโต้กรณีเครื่องบินเมียนมารุกล้ำน่านฟ้าไทยนั้น เป็นหลักปฏิบัติที่อาจเป็นการตักเตือนกันก่อน ไม่ใช่เมื่อเข้ามาแล้วเราไล่เขาเลย แต่รัฐบาลไทยชัดเจนไม่ว่าใครที่ละเมิดเข้ามาในแผ่นดินไทย เรายอมไม่ได้ อย่างที่พบว่า มีทหารไทยอยู่ตามแนวชายแดนเต็มไปหมด ซึ่งชี้ให้เห็นชัดเจนว่าไม่ให้ใครละเมิดแผ่นดินไทย

ท้ายที่สุด นายปานปรีย์ ยังประเมินสถานการณ์ในจังหวัดเมียวดีของเมียนมาว่า น่าจะมีการเจรจาเพื่อผ่อนปรนและยุติปัญหาให้ได้ อยากเห็นความสงบเกิดขึ้นในเมียวดี เพราะไม่ใช่แค่เรื่องค้าขายอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องความสงบในประเทศเพื่อนบ้าน ไทยพร้อมเป็นคนกลางประสานให้