ประชาชาติธุรกิจ
การตลาด

วันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2557

บุญรอดฯปรับเกมสู้ตลาดซบ-เลิกขาย′สิงห์′ขวดใหญ่

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 24 ก.พ. 2557 เวลา 12:13:22 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

บุญรอดฯปรับตัว รับตลาดในประเทศเฉา ผลพวงเศรษฐกิจ-กำลังซื้อทรุด คาดไฮซีซั่นสงกรานต์ไม่หวือหวา เพิ่มน้ำหนักตลาดต่างประเทศ โฟกัสตลาดอาเซียน มั่นใจศักยภาพล้นเหลือ โอกาสเติบโตสูง เผยหยุดผลิตเบียร์สิงห์ขวดใหญ่ 630 มล. เข็นไซซ์ 500 มล.เสียบปูพรมทุกช่องทาง

แหล่งข่าวจากบริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด ผู้จำหน่ายเบียร์สิงห์-ลีโอ เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ต่อเนื่องมาจนถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ภาวะตลาดเบียร์โดยรวมที่มีมูลค่าตลาดรวมราว 1.4-1.5 แสนล้านบาท มียอดขายที่ลดลง โดยเฉลี่ยตัวเลขจะอยู่ที่ 10-15% เป็นผลกระทบที่มาจากเรื่องของปัจจัยทางเศรษฐกิจ และกำลังซื้อในประเทศที่ไม่ดีต่อเนื่องมาจากช่วงปลายปีที่ผ่านมา บวกกับการชุมนุมทางการเมืองที่เกิดขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการทุก ๆ ค่ายต้องชะลอกิจกรรมทางการตลาดต่าง ๆ ลง โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ

คนกรุงซดเบียร์ลดลง 20%

"ทุก ค่ายเจอปัญหาเหมือนกัน และตัวเลขลดลงทุกค่าย แต่หากมองเป็นพื้นที่จะพบว่า ในกรุงเทพฯซึ่งเป็นตลาดใหญ่ตัวเลขลดลงประมาณกว่า 20% ขณะที่ตลาดต่างจังหวัด ตัวเลขจะลดลงประมาณ 10%"

เมื่อถามถึงแนวโน้มของตลาดในช่วงเทศกาล สงกรานต์ที่ถือเป็นไฮซีซั่นของตลาดเบียร์ แหล่งข่าวแสดงความเห็นว่า โดยรวมตลาดไม่น่าจะดีนัก เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา ชาวนาในต่างจังหวัดมี ปัญหาเรื่องรายได้และกำลังซื้อ ขณะที่การเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐไม่มี นักท่องเที่ยวหายไป การลงทุนจากต่างประเทศที่ชะลอตัว แต่ผู้ประกอบการแต่ละค่ายก็จะยังมีกิจกรรมทางการตลาดเป็นระยะ ๆ ตามแต่สภาพตลาดจะเอื้ออำนวยและเท่าที่ทำได้

อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์ตลาดในประเทศไม่ดีนักดังกล่าว ตอนนี้บริษัทได้หันไปเพิ่มน้ำหนักในการรุกตลาดในต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งไม่เพียงเฉพาะสินค้าในกลุ่มแอลกอฮอล์เท่านั้น ในส่วนของกลุ่มน็อนแอลกอฮอล์ ที่มีสินค้าหลาย ๆ ตัว ทั้งน้ำดื่ม โซดา บี-อิ้ง สาหร่าย แคร็กเกอร์ ก็จะรุกตลาดมากขึ้นเช่นกัน และจะมุ่งไปยังประเทศในแถบเอเชียที่บริษัทได้เข้าไปวางรากฐานและเริ่มทำตลาด มาระยะหนึ่งแล้ว แต่ก็ยอมรับว่าตัวเลขยอดขายจากต่างประเทศดังกล่าวจะไม่สามารถชดเชยยอดขายใน ประเทศที่ลดลงได้ เนื่องจากในประเทศเป็นตลาดที่ใหญ่

บุกเออีซีบริโภคต่ำ 15 ลิตร/คน/ปี

ทั้ง นี้ บริษัทจะโฟกัสตลาดในเออีซีเป็นหลัก ส่วนยุโรป อเมริกาก็จะทำควบคู่กันไป โดยจะเน้นตั้งแต่การสร้างแบรนด์ สร้างการรับรู้ กิจกรรมทางการตลาด และช่องทางจำหน่ายที่จะเน้นการขยายมากขึ้นทั้งช่องทางออฟพรีมิส ทั้งร้านค้าปลีก ซูเปอร์มาร์เก็ต และออนพรีมิส หรือร้านอาหาร ภัตตาคาร ซึ่งเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา บริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ในเครือบุญรอดฯ ได้ลงนามแต่งตั้งบริษัท ไฮท์ จินโร จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มรายใหญ่ในประเทศเกาหลี ให้เป็นผู้แทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์สิงห์ในเกาหลีอย่างเป็นทางการ

"นอกจาก ปัจจัยทางเศรษฐกิจของหลาย ๆ ประเทศที่มีแนวโน้มการเติบโตที่ดีแล้ว อัตราการบริโภคเบียร์ในภาพรวมของเออีซีมีตัวเลขเพียง 15 ลิตร/คน/ปี ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับอเมริกาและยุโรปที่ตัวเลขเฉลี่ยอยู่ที่ 80-85 ลิตร/คน/ปี ขณะที่ตัวเลขการดื่มเบียร์ของคนไทยอยู่ที่ประมาณ 30 ลิตร/คน/ปี เกาหลี-ญี่ปุ่น ประมาณ 50-60 ลิตร/คน/ปี ดังนั้น จึงมีโอกาสที่จะเติบโตได้อีกมาก"

รีไซซ์สิงห์เหลือ 500 มล.

แหล่ง ข่าวรายนี้ยังให้ข้อมูลเพิ่มอีกว่า นอกจากนี้ เพื่อให้เหมาะสมกับพฤติกรรมการดื่มของผู้บริโภค และให้สอดรับกับการขนส่ง รวมถึงเทคโนโลยีของการผลิตสมัยใหม่ ตั้งแต่สิ้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา บริษัทแม่ บุญรอดบริวเวอรี่ ได้หยุดผลิตเบียร์สิงห์ขวดใหญ่ หรือขนาด 630 มล.ออกวางจำหน่าย ส่วนไซซ์อื่น ๆ ยังวางจำหน่ายตามปกติ คือ ขวดไซซ์ 500 มล. ที่เริ่มวางจำหน่ายในช่วงเดือนเมษายน 2556

ที่ผ่านมา ขวดเล็ก 330 มล. กระป๋อง 330 มล. และตอนนี้สินค้าไซซ์ 630 มล.อาจจะมีเหลือในตลาดอยู่บ้าง แต่คงไม่มากนัก และคาดว่าเดือนมีนาคมนี้ก็น่าจะหมดแล้ว และหลาย ๆ พื้นที่ก็ไม่มีสินค้าไซซ์นี้จำหน่ายแล้ว

ที่ผ่านมา จากการทำวิจัยหลายครั้งพบว่า เบียร์ขวดใหญ่ 630 มล. ซึ่งปกติจะรินได้ประมาณ 2 แก้ว และจะมีน้ำเบียร์เหลือติดก้นขวดอยู่สัก 2 ซม. หรือกรณีที่ใส่น้ำแข็ง เมื่อรินไป 2 ขวด จะเหลือน้ำเบียร์ในขวดประมาณ 3 ซม. และน้ำเบียร์ส่วนที่เหลือนี้พบว่ากว่า 90% จะทิ้ง และสั่งขวดใหม่ ซึ่งเท่ากับว่าผู้ดื่มจ่ายเงินเกินกว่าที่ดื่มจริง ประกอบกับหลังจากที่บริษัทได้เริ่มวางไซซ์ 500 มล.ในตลาดมาระยะหนึ่ง พบว่าผู้บริโภคมีความสับสน เนื่องจากมีการเปรียบเทียบกับไซซ์ 630 มล. ทั้งในแง่ของปริมาณและราคา

"การที่บริษัทหันมาผลิตไซซ์ 500 มล. ผลตามมาอย่างหนึ่ง คือ ภาษีสรรพสามิตที่ลดลง เนื่องจากปริมาณน้ำเบียร์ที่ลดลง และทำให้ราคาลดลง แต่ในแง่ของกำไรไม่ได้เพิ่มขึ้น เนื่องจากต้นทุนหลาย ๆ อย่างที่เพิ่มขึ้น"

ลดราคาทางอ้อมเท่ากับ "ลีโอ"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสำรวจช่องทางจำหน่ายที่เป็นผู้ประกอบการค้าปลีกรายใหญ่พบว่า ขณะนี้เบียร์สิงห์ขนาด 630 มล.ไม่มีวางจำหน่ายแล้ว และถูกแทนที่ด้วยขนาด 500 มล. จำหน่ายในราคาขวดละ 54 บาท ซึ่งเป็นราคาที่เท่ากับเบียร์ลีโอขนาด 630 มล.

จาก การสอบถามพนักงานของโมเดิร์นเทรดแห่งหนึ่งให้ข้อมูลว่า เบียร์สิงห์ไซซ์ 630 มล.หมดสต๊อกลงเมื่อสัปดาห์ก่อน และค่ายสิงห์ได้เริ่มนำเบียร์สิงห์ขนาด 500 มล.เข้ามาแทนที่เมื่อช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สอดคล้องกับร้านส่งและร้านค้าปลีก รวมถึงร้านตู้แช่ที่เริ่มทยอยนำเบียร์สิงห์ขนาดใหม่เข้ามาจำหน่ายแล้ว เช่นเดียวกับช่องทางการขายผ่านร้านอาหารที่ได้เปลี่ยนป้ายเครื่องดื่มเบียร์ สิงห์จากขนาด 630 มล.เป็น 500 มล.แล้ว