“Justice League” DC เปลี่ยนโทนเลิกดราม่าจนสนุกขึ้น แต่คล้าย Avengers จนไม่มีอะไรน่าจดจำ

ในที่สุดดดด ก็ได้ดูซะที สำหรับ Justice League ที่แฟนๆ หนังซูเปอร์ฮีโร่รอคอยกันจนเหงือกแห้ง รอแล้วรออีก กับการรวมทีมฮีโร่เรื่องแรกจาก DC หลังผ่านดราม่าหลังฉากมากมาย ทั้งปัญหาที่สตูดิโอต้องการหนังความยาวแค่ 2 ชั่วโมง กับมู้ดโทนที่สว่าง ดูง่ายขึ้น หวังเข้าถึงกลุ่มคนดูที่กว้างกว่าเดิม และการที่ Joss Whedon มารับช่วงต่อจาก Zack Snyder เพื่อตัดหนังบางส่วนและถ่ายเพิ่มจากเดิม ก็มีผลต่อหนังไม่น้อย แม้เครดิตยังเป็นชื่อการกำกับของ Snyder เต็มตัวก็ตาม

อย่างที่เกริ่นไปว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีผลต่อหนัง เพราะ Justice League มีความใกล้เคียงกับ Avengers ทันที ตัวหนังกระชับ ดูสนุกขึ้น ไม่ต้องมาขยี้ดราม่าเป็นหนังฮีโร่โทนหม่นหมองอะไรมาก แถมยังมีมุขตลกมากขึ้น จนเป็นพล็อตหนังซูเปอร์ทั่วๆ ไป ตัวร้ายบุกหวังครองโลก ฮีโร่รวมทีมสู้ แค่นั้นจบ! ง่ายดี


ส่วนตัวมองว่า มุขตลกบางซีน ดูขัดกับคาแรกเตอร์ตัวละครที่เคยปูมาไว้ในเรื่องก่อนๆ จึงดูประดักประเดิดมากกว่าลื่นไหล แม้บางมุขจะออกมาเวิร์ก ขณะที่การตัดต่อก็ดูติดขัดจนเห็นบาดแผลจากการถ่ายซ้ำเพิ่ม ซึ่งในเวลาอันน้อยนิดขนาดนี้ที่ Whedon มารับช่วง มันเป็นอะไรที่ยากมากที่จะทำให้ลงตัว แม้ทางผู้บริหารจะออกมาบอกว่า Whedon มีส่วนในหนังแค่ 15-20% ก็ตาม (จนหลายๆ ซีนแอบเอาไปเทียบกับ The Avengers แบบอดไม่ได้)

สิ่งที่ตามมาอีกคือ หนังเดินเรื่องได้เป็นเส้นตรงตามสูตรเป๊ะๆ และการตัดหนังบางส่วนออกไป ทำให้รายละเอียด ปูมหลังของตัวละครบางตัว ที่มันบางเบาน้อยนิดอยู่แล้ว (เพราะหลายคนยังไม่มีหนังเดี่ยว) ยิ่งไม่มีอะไรให้จับต้องได้เลย ทั้งที่มันมีปมที่น่าสนใจและขยี้ได้ การรีบสร้าง Justice League สำหรับผู้เขียน จึงเป็นดาบสองคม เพราะคนดูยังไม่คุ้นเคยกับหลายๆ ตัวละครดีพอ (แต่ก็เข้าใจว่ารอไม่ได้แล้ว ตามใครไม่ทันแล้ว) เคมีในทีมบางฉากจึงดูไปคนละทิศละทาง แม้การมายืนรวมกันจะดูเท่มากชวนกรี๊ดแตกก็เถอะ ยิ่งตัวร้ายหลักของเรื่อง โอ้โหหหหห ธรรมดาเหลือเกินเมื่อมาต่อกรกับทีม Justice League ดูง่อยไปเลย

ส่วนฉากแอ็คชั่นหนังทำได้ค่อนข้างสนุก ซีนเท่ๆ เพียบ โชว์การไล่ล่า และการทำงานเป็นทีมได้ค่อนข้างดี แต่อะไรที่ควรทำให้คนดูรู้สึกว้าวได้ เราก็เคยเห็นจากหนังซูเปอร์ฮีโร่เรื่องอื่นมาหมดแล้ว อันนี้น่าเห็นใจแบบช่วยไม่ได้จริงๆ ส่วนตัวละคร อควาแมน และ เดอะ แฟลช น่าจะเรียกคะแนนความชอบจากแฟนๆ ได้ไม่ยาก คาแรกเตอร์ชัดเจน มีเสน่ห์ แม้ปูมหลังจะยังน้อย ก็คงต้องไปตามดูจากหนังเดี่ยวอีกที ส่วนตัวหลักๆ ถือว่าเท่ เด่น ตามมาตรฐาน โดยเฉพาะ วันเดอร์ วูแมน ที่แทบละสายตาจากเธอไม่ได้เลย

โดยรวม ผู้เขียนไม่ใช่แฟนบอยจากฝั่ง DC อะไรมาก จึงมองว่านี่คือหนังที่ตอบโจทย์ด้านความสนุกสนาน แต่ดูแล้วก็จบกัน ไม่ได้ประทับใจอะไรมาก ยิ่งคิดถึงสิ่งที่หนังเคยพยายามใส่ความลึก และแมสเซจลงไปจากเรื่องก่อนๆ และมันหายไปหมด จนเกือบถูกรื้อใหม่ ทำให้อดเสียดายไม่ได้ และอยากรู้ว่า หนังเต็มๆ ที่ Zack Snyder ต้องการจะเล่าจะเป็นอย่างไร และเชื่อว่าหลายๆ คนก็อยากรู้

แต่อย่างไรก็ตาม หนังยังพอทำให้เรารู้สึกอยากตามดู Justice League 2 อยู่ดี และหากหนังเดี่ยวของแต่ละครฉายแล้ว ภาคสองน่าจะเข้าที่เข้าทางกว่าเดิมมาก

 

ขอบคุณภาพจาก Major Cineplex