เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
รู้จัก ‘นักช็อปฉลาดซื้อ’ มองความคุ้มค่าก่อนราคา ใช้จ่ายมากกว่าคนทั่วไป 1.4 เท่า
Business รู้จัก ‘นักช็อปฉลาดซื้อ’ มองความคุ้มค่าก่อนราคา ใช้จ่ายมากกว่าคนทั่วไป 1.4 เท่า
กองทัพเรือ-ไอคอนสยาม จัดนิทรรศการ“สี สรรค์ สะท้อนศิลป์”ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค
Biz Movement กองทัพเรือ-ไอคอนสยาม จัดนิทรรศการ“สี สรรค์ สะท้อนศิลป์”ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค
สตง. ตรวจ อบจ.เชียงใหม่–เชียงราย พบอาคาร 25% ถูกปล่อยร้าง–ใช้ไม่คุ้ม
Real Estate สตง. ตรวจ อบจ.เชียงใหม่–เชียงราย พบอาคาร 25% ถูกปล่อยร้าง–ใช้ไม่คุ้ม
ยูโอบี จัดนิทรรศการศิลปะสัมผัสได้ ให้คนตาบอดชมงานที่หอศิลปกรุงเทพฯ
SD ยูโอบี จัดนิทรรศการศิลปะสัมผัสได้ ให้คนตาบอดชมงานที่หอศิลปกรุงเทพฯ
‘อนุทิน‘ เบรกกระแสปรับ ครม. ดึง ‘กล้าธรรม’ ยันรัฐบาลยังทำงานได้
Politics ‘อนุทิน‘ เบรกกระแสปรับ ครม. ดึง ‘กล้าธรรม’ ยันรัฐบาลยังทำงานได้
‘อนุทิน’ ลั่นไม่คิดปลด ‘ชัชชาติ’ ย้ำทุกคนทำเต็มที่ มุ่งช่วย ปชช.ก่อน
Politics ‘อนุทิน’ ลั่นไม่คิดปลด ‘ชัชชาติ’ ย้ำทุกคนทำเต็มที่ มุ่งช่วย ปชช.ก่อน
หุ้นไทยร่วงแรง ปิด Q3 ดัชนีต่ำกว่า 1,600 จุด ฟันด์โฟล์วไหลออก-น้ำท่วม
Finance หุ้นไทยร่วงแรง ปิด Q3 ดัชนีต่ำกว่า 1,600 จุด ฟันด์โฟล์วไหลออก-น้ำท่วม
ธ.ก.ส. เปิดตัว ‘เงินฝากเกษียณมั่งคั่ง 2569 (4 ปี)’ ดอกเบี้ยขั้นบันไดสูงสุด 1.55% ต่อปี
Finance ธ.ก.ส. เปิดตัว ‘เงินฝากเกษียณมั่งคั่ง 2569 (4 ปี)’ ดอกเบี้ยขั้นบันไดสูงสุด 1.55% ต่อปี
ธปท.จับตาน้ำท่วมกระทบเอสเอ็มอี ภาคครัวเรือน ห่วงช็อกซ้ำ กระทบสภาพคล่อง
Finance ธปท.จับตาน้ำท่วมกระทบเอสเอ็มอี ภาคครัวเรือน ห่วงช็อกซ้ำ กระทบสภาพคล่อง
ก.ล.ต. เตือนผู้ถือหุ้น ETC ใช้สิทธิโหวตดีลซื้อ BWC หลัง IFA ชี้ราคา 330 ล้านสูงเกินมูลค่า
Finance ก.ล.ต. เตือนผู้ถือหุ้น ETC ใช้สิทธิโหวตดีลซื้อ BWC หลัง IFA ชี้ราคา 330 ล้านสูงเกินมูลค่า
ดูทั้งหมด

ASF ดันหมูไทยแพงทะลุโลก ราคาขึ้นรายวัน-วัคซีนเถื่อนระบาด

15 ม.ค. 2565 | 10:00น.

หมูไทยแพงสุดในโลก ราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มพุ่งไม่หยุด 110 บาท/กก. สวนทางพาณิชย์ขอตรึงราคา แซงราคาหมูจีน-เวียดนาม-สหรัฐ ส่งผลหมูเนื้อแดงขยับขึ้นถึง 240 บาท/กก. “ไบโอไทย” จี้รัฐลดค่าครองชีพ ชี้การเลี้ยงหมูต้องใช้เวลา 2 ปีถึงจะฟื้นตัวจากโรค ASF จับตานำเข้าหมูเข้าล็อกใครเกิดปรากฏการณ์ “หมูเย็น” ในสต๊อกห้องเย็นต่างประเทศลักลอบกลับเข้ามาขายใหม่ เตือนมีการหลอกขายวัคซีนเถื่อน ASF ซ้ำเติมผู้เลี้ยงหมู

วิกฤตโรคระบาดร้ายแรง “แอฟริกันในหมู-ASF” ยังคงบานปลายต่อเนื่อง แม้กรมปศุสัตว์จะออกมา “ยอมรับ” ว่า ตรวจพบเชื้อ ASF ในโรงฆ่าสัตว์แห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐม เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากปล่อยให้มีสถานการณ์การระบาดของโรค “อึมครึม” มาไม่น้อยกว่า 2 ปี ท่ามกลางซากหมูที่ล้มตายเป็นใบไม้ร่วงจากฟาร์มทั่วประเทศ แต่มาตรการควบคุมโรค ASF ของกรมปศุสัตว์ก็ยังสร้างความสงสัยต่อไป เหตุยังไม่มีรายงานการระบาดในพื้นที่อื่น ๆ เข้ามา จึงนำไปสู่การประกาศเขตพื้นที่การระบาดในรัศมี 5 กม.รอบจุดที่พบเท่านั้น ก่อนที่กรมปศุสัตว์จำยอมต้องรายงานการตรวจพบโรค ASF ไปที่องค์การโรคระบาดสัตว์โลก (OIE) หลังจากที่หน่วยงานดังกล่าวส่งคำถามมายังกรมโดยตลอด

อย่างไรก็ตาม แม้จะยังไม่มีรายงานการระบาดของโรค ASF ในพื้นที่อื่น ๆ อย่างเป็นทางการเข้ามา แต่อุตสาหกรรมหมูในประเทศก็ตกอยู่ในภาวะปั่นป่วน เนื่องจากปริมาณหมูในระบบหายไปกว่า 50% ส่งผลให้ราคาหมูหน้าเขียงในประเทศประกาศปรับราคาขึ้นมาอีกรอบจาก 230 บาท เป็น 240 บาท/กก. ก่อนที่จะเข้าสู่เทศกาลตรุษจีน ซึ่งเชื่อกันว่าราคาหมูเนื้อแดงจะพีกสุด หรือใกล้ ๆ กับ 300 บาท/กก. สวนทางกับมาตรการขอความร่วมมือในการตรึงราคาหมูของกระทรวงพาณิชย์อย่างสิ้นเชิง

หมูไทยแพงที่สุดในโลก

นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ เลขาธิการมูลนิธิชีววิถี (BIOTHAI) กล่าวผ่านการสัมมนาในคลับเฮาส์หัวข้อ “หมูแพง-ค่าแรงสามร้อย” สภาองค์กรของผู้บริโภค (สอบ.) วันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมาว่า ปัญหาค่าครองชีพของประเทศไทยทวีความรุนแรงขึ้นหากเทียบกับประเทศอื่น ๆ วันนี้สถานการณ์ราคาหมูในประเทศไทยนั้น “น่าจะเเพงที่สุดในโลกแล้ว” โดยราคาหน้าฟาร์มของหมูไทยอยู่ที่ 110 บาท/กก. เทียบกับราคาประเทศผู้ผลิตหมูต่างประเทศ เช่น สหรัฐ 33 บาท/กก., ยุโรปอยู่ระหว่าง 40-50 บาท/กก. นอกจากนี้ หมูไทยยัง “แพงกว่า” หมูเวียดนามที่อยู่ที่ราคา 60-76 บาท/กก. และจีน 89 บาท/กก. ขณะที่ค่าแรงไทยกลับได้รับเฉลี่ยวันละ 300 บาทเท่านั้น

“ราคาหมูที่แพงขึ้นมาจากปริมาณหมูที่หายไป การปกปิดข่าวทำให้การแก้ปัญหาโรคระบาดร้ายแรงเป็นไปอย่างยากลำบาก และในช่วงโควิด-19 ประเทศไทยมีการส่งออกไปมหาศาล ประมาณ 2.7 ล้านตัว ในปี 2563 อย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เท่าที่ทราบข้อมูลช่วงที่จีนเกิดโรคระบาด ราคาหมูเเพงเกือบทั้งปี และต้องใช้เวลากว่า 18 เดือน ราคาหมูจึงลดลง โดยวิธีการของจีนก็คือ ประกาศพบการระบาดของโรคในทันที และได้เร่งรัดจัดการอย่างเป็นระบบตามมา จึงทำให้จีนลดความสูญเสียได้อย่างรวดเร็ว ส่วนความเสียหายที่รัฐบาลไทยประเมินว่า เสียหาย 100,000 ล้านบาท เฉพาะภาคการผลิต แต่หากมองภาพรวมจากฐานเดียวกับจีน เราจะพบว่าเมื่อหมูราคาแพงก็จะดึงสินค้าอื่นแพงขึ้นเท่าตัว 150% เช่น เนื้อไก่แพง 34% เนื้อวัว 20% ผู้บริโภคไทยจะต้องมีภาระการซื้อหมูเพิ่มจาก 200,000 ล้าน เป็น 500,000 ล้านต่อปี หรือภาพรวมการซื้อเนื้อสัตว์ของไทยจะเพิ่ม 370,000 ล้านบาท”

ซัดบอร์ดหมูไม่ช่วยประชาชน

นายวิฑูรย์กล่าวว่า การจะเเก้ปัญหาหมูแพงให้เร็วที่สุดด้วยวิธีการนำเข้าหมูนั้น ขอให้จับตาบริษัทยักษ์ใหญ่ของไทยที่ไปซื้อกิจการบริษัทยักษ์ใหญ่แคนาดา หากไทยเข้าร่วมเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก หรือ CPTPP (Comprehensive and Progressive Trans-pacific Partnership) ในอนาคตก็จะยิ่งซ้ำเติมเกษตรกรรายย่อย

ด้านนางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสภาองค์กรของผู้บริโภค (สอบ.) กล่าวว่า มาตรการระยะสั้นหากต้องนำเข้าหมู ควรต้องกำหนดว่า หมูนำเข้าจะต้องไม่ใช้สารเร่งเนื้อแดง และทางคณะกรรมการพิกบอร์ด (Pig Board) ซึ่งที่ผ่านมามีบทบาทน้อยมากในการรักษาผลประโยชน์ประชาชน จะต้องเร่งหามาตรการลดผลกระทบให้ได้ภายใน 6 เดือน ไม่ควรกระทบระยะยาวถึง 18 เดือน โดยวิธีการต่าง ๆ เช่น การเลี้ยงหมูหลุม การสนับสนุนการบริโภคโปรตีนชนิดอื่น

ด้าน ดร.เดชรัต สุขกำเนิด ผู้อำนวยการศูนย์นโยบายเพื่ออนาคต กล่าวว่า ช่วงที่เกิดการระบาดของโรค ASF ในประเทศเพื่อนบ้านที่ผ่านมา ทำให้ต้องนำเข้าหมูจากไทยมากขึ้น ตอนนั้นจึงเป็น “โอกาสทอง” ของฟาร์มหมูขนาดใหญ่มีการส่งออกหมูมีชีวิตและในรูปเนื้อหมูด้วย นี่เป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่เกิดการระบาดช้า แต่ 5 เดือนก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์นี้ ทุกคนทราบ แต่ “ไม่ได้มีการเตรียมตัวที่ดีพอ” ทำให้เดือนธันวาคม “เอาไม่อยู่”

เพราะฉะนั้น จึงสรุปได้ว่ามีหมูหายไปจากระบบ 20% กว่าจะกลับมาปกติก็ใช้เวลา 18 เดือน หรือปีกว่า และต้องรอดูว่าจะควบคุมการระบาดของโรค ASF ได้หรือไม่ด้วย ตอนนี้ผู้เลี้ยงหมูรายย่อยหายไปเหลือ 46% ประมาณ 200,000 ราย หลังจากนี้ก็น่าจะหายไปอีกเยอะมาก

เช่นเดียวกับ นายวิเชียร เจษฎากานต์ ประธานเครือข่ายนักธุรกิจเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม SVN ประเมินว่า จะใช้เวลาถึง 30 เดือน หรือ 2 ปีกว่าที่จะฟื้นการเลี้ยงหมูทั้งระบบกลับมาได้เหมือนเดิม ตอนนี้ผู้เลี้ยงหมูรายย่อย 80-90% “ไปไม่รอดแล้ว” ที่ผ่านมามีการประชุมมาตั้งแต่ปี 2561 แต่วิธีการเตรียมความพร้อมการตั้งรับ ทั้งวิธีการตรวจเจอล่าช้า ไม่มีการชดเชยทั้งที่เตรียมเงินไว้ 1,426 ล้านบาท ทำให้เกษตรกรต้องหาทางออกด้วยการขายหมูที่เสี่ยงว่า “จะติดโรค” เป็นเหตุให้เชื้อระบาดไวขึ้น

“ฟาร์มหมูในเขตราชบุรีเสียหายเกินกว่า 2 ล้านตัว แต่ผมแปลกใจว่า ทำไมปศุสัตว์ถึงไม่รู้ คนในวงการรู้กันมาตั้งแต่ปี 2562 แล้ว ผมขอตั้งข้อสังเกต-ข้อสงสัยว่า การไม่ประกาศโรคระบาดจะทำให้ส่งออกอย่างอื่นไปได้หรือเปล่า ส่วนราคาต้นทุนหมู 80 บาท/กก. พอเข้าปี 2562 ระบบการเคลื่อนย้าย ต้นทุนต่าง ๆ ราคาขึ้น ค่าใช้จ่ายสูง ปัญหาตู้คอนเทนเนอร์อีก ที่สำคัญก่อนเกิดโควิด-19 ที่คิดว่าราคาตกลงแน่ ๆ ปรากฏว่าราคาหมูกลับพุ่งขึ้นมา เพราะหมูถูกส่งไปจีนและเวียดนามเป็นหลัก”

สั่งเช็กสต๊อกหมูทั่วประเทศ

ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า หลังจากที่กระทรวงกำหนดมาตรการ “ห้ามส่งออกหมู” ขณะนี้ได้มอบให้กรมการค้าภายในเช็กสต๊อกหมูทั้งระบบ คาดว่าใน 1-2 วันจะรู้ข้อมูลว่า ปริมาณหมูในประเทศทั้งหมดมีหมูเป็นและหมูชำแหละเท่าไร พร้อมทั้งขอความร่วมมือในการตรึงราคาจำหน่ายหมูและไข่ไก่คละหน้าฟาร์ม เร่งจัดทำพาณิชย์ลดราคาหมู จำหน่ายทั่วประเทศ 667 จุด ในราคา 150 บาทต่อ กก. ถึง 31 มกราคม 2565

“การห้ามส่งออกหมูจะทำให้มีหมูเพิ่มเข้ามาในระบบได้ 1 ล้านตัวต่อปี แต่ขณะเดียวกันได้หารือกรมปศุสัตว์ ส่งเสริมการเลี้ยงหมูให้เข้าระบบมากขึ้น โดยจะเร่งผลิตลูกหมูเข้าระบบ 300,000 ตัวต่อสัปดาห์ ทั้งยังมีการจัดหาโครงการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ให้กับผู้เลี้ยงหมูรายย่อยด้วย”

ล่าสุดมีรายงานจากนางชณันภัสร์ พิศาลอภิพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองฮ่องกง เข้ามาว่า ขณะนี้ฮ่องกงยังไม่ได้ประกาศห้ามนำเข้าหมูจากไทย แต่ด้วยเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทางฮ่องกงจึงได้ออกมาตรการห้ามนั่งรับประทานอาหารหลังเวลา 18.00 น. และยังคงปิดสถานบันเทิงต่าง ๆ ประกอบกับตอนนี้กำลังเข้าสู่เทศกาลตรุษจีน ทำให้ความต้องการบริโภคหมูในฮ่องกงเพิ่มขึ้น และคาดว่าแนวโน้มราคาหมูและราคาอาหารในฮ่องกงจะปรับตัวสูงขึ้น

อย่างไรก็ดี ประเทศไทยส่งออกเนื้อหมูแช่เย็น-แช่แข็งไปฮ่องกงมากขึ้น ตั้งแต่ช่วง 2562-2563 หลังจากจีนเจอปัญหาโรคอหิวาต์หมู (ASF) ระบาด ส่งผลให้ผู้นำเข้าฮ่องกงจึงหันมานำเข้าหมูไทยแทน ปัจจุบันฮ่องกงถือเป็นตลาดส่งออกหมูอันดับ 1 คิดเป็น 93% ของการส่งออกหมูไทยทั้งหมด โดยราคาจำหน่ายหมูชำแหละและหมูสับของไทยในตลาดฮ่องกง มีตั้งแต่ราคา 455-560 บาท/กิโลกรัม ส่วนหมูจากจีนจำหน่าย 215-516 บาท/กิโลกรัม

ด้านนางสาวพรรณกาญจน์ เจียมสุชน ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (ทูตพาณิชย์) ประจำกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม กล่าวว่า ทางสำนักงานก็อยู่ระหว่างติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หลังจากที่เวียดนามสั่งระงับการนำเข้าหมูมีชีวิตไทยตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2564 โดยราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มในเวียดนาม ปัจจุบันอยู่ที่ กก.ละ 69-76 บาท

หลอกขายวัคซีนโรค ASF

นอกจากการระบาดของโรค ASF กับความพยายามที่จะควบคุมโรคของกรมปศุสตว์แล้ว มีรายงานจากวงการเลี้ยงและค้าสุกรภาคใต้เข้ามาว่า ขณะนี้มีหมูชำแหละของไทยที่เคยส่งออกไปสต๊อกแช่ไว้ในห้องเย็นที่ต่างประเทศเป็นจำนวนมาก หรือที่วงการค้าหมูเรียกกันว่า “หมูเย็น” กำลังไหลย้อนกลับเข้ามาในประเทศไทยอีกรอบ โดยไหลเข้ามาประมาณกลางเดือนธันวาคม 2564 ก่อนเทศกาลปีใหม่ ซึ่งขณะนั้นขายได้ราคากว่า 100 บาท/กก. ส่วนราคาส่งออกอยู่ประมาณ 33 บาท/กก.

“ที่ผ่านมามีการส่งออกหมูทางภาคใต้เฉลี่ยประมาณ 5 คัน/สัปดาห์ ขนาดรถบรรทุกจุ 120-130 ตัว/คัน หรือไม่ต่ำกว่า 65 ตัน หรือ 65,000 กก. ขณะนั้นหมูราคาอยู่ประมาณ 33 บาท/กก. คิดเป็นมูลค่ากว่า 2.1 ล้านบาท หากเทียบกับเวลาราคาหมูช่วงนี้ 200 กว่าบาท/กก. จะพบว่าราคาเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว”

ด้านแหล่งข่าวในวงการขายยาสัตว์ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ขณะนี้ทำไมจึงมีการระบาดของโรค ASF เฉพาะที่จังหวัดนครปฐม เหตุใดโรค ASF จึงยังไม่ระบาดในประเทศไทยทั้งประเทศ โดยก่อนหน้านี้ได้มีกลุ่มสัตวแพทย์ ได้มีการนำวัคซีน ASF ที่ยังอยู่ระหว่างการวิจัยและพัฒนาไปให้บริษัทขายยาและเวชภัณฑ์ประมาณ 4-5 ราย นำไปจำหน่ายให้เกษตรกรผู้เลี้ยงหมูทั้งรายย่อย รายกลาง และรายใหญ่ ซื้อไปใช้ แต่กลับส่งผลให้หมูในฟาร์มตายเพิ่มขึ้นไปอีก จนผู้เลี้ยงออกมาวิพากษ์วิจารณ์กันว่า เป็นการหลอกขายวัคซีน ไม่ใช่การทดลองวิจัยและพัฒนาวัคซีนป้องกันโรค ASF อย่างที่กล่าวอ้าง

บิ๊กตู่เรียกพบด่วนอธิบดีปศุสัตว์

ล่าสุด พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เรียกนายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เข้าพบเพื่อติดตามการแก้ปัญหาโรคระบาดในหมู หลังจากที่มีการประกาศพบเชื้อโรคอหิวาต์แอฟริกันในสุกร (ASF) ในประเทศไทย โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบแนวทางการแก้ปัญหาหมูด้วยการเร่งตรวจสอบการขึ้นทะเบียนเกษตรเจ้าของฟาร์มผู้เสียหายให้ครอบคลุมทั้งรายย่อยและรายใหญ่ ให้ปศุสัตว์จังหวัดและสัตวแพทย์ ติดตามพื้นที่ที่มีการระบาดของโรค ASF ให้บริหารจัดการความต้องการสุกรในภาพรวม เร่งสำรวจปริมาณความต้องการประชาชนต่อการบริโภค และใช้เนื้อหมูในประเทศ รวมทั้งปริมาณการส่งออกให้ศึกษาความจำเป็นในการนำเข้าเนื้อหมูชั่วคราว และการจัดหาพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ ผลิตลูกหมูเพิ่มเติมในระบบ และยังแนะให้จัดตั้งวอร์รูมหมู เพื่อชี้แจงการทำงานเพื่อแก้ปัญหาหมูแพงและโรคระบาดทุกวันด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หมูแพง