ดอลลาร์แข็งค่า เหตุประท้วงในจีนหนุนแรงซื้อสกุลเงินปลอดภัย

FX-เงินบาท-ธนบัตร-ดอลลาร์

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า เหตุประท้วงในจีนหนุนแรงซื้อสกุลเงินปลอดภัย ขณะที่เจ้าหน้าที่เฟดออกมาสนับสนุนให้เฟดเดินหน้าปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อไป หวังสกัดเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูง

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงาน สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 29 พฤศจิกายน 2565 ว่า ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (29/11) ที่ระดับ 35.78/80 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (28/11) ที่ระดับ 35.55/57 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากการประท้วงต่อต้านมาตรการควบคุมโควิด-19 ในจีนจุดชนวนให้เกิดความไม่แน่นอนและบั่นทอนความเชื่อมั่นนักลงทุน กดดันค่าเงินในภูมิภาคตลาดเกิดใหม่ ประกอบกับสถานการณ์โควิดในจีนที่ยังคงส่งผลต่อ Sentiment โดยรวมของตลาด ผลักดันให้นักลงทุนเข้าซื้อเงินดอลลาร์สหรัฐซึ่งเป็นสกุลเงินปลอดภัย

ในขณะที่เจ้าหน้าที่ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ออกมาสนับสนุนให้เฟดเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป โดยนายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์กกล่าวในการประชุมสมาคมเศรษฐกิจแห่งรัฐนิวยอร์กว่า เฟดยังมีภารกิจที่ต้องทำอีกมากในการสกัดเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูง และเขาคาดว่าอัตราว่างงานจะพุ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อันเนื่องมาจากการคุมเข้มนโยบายการเงินของเฟด

นอกจากนี้ นายเจมส์ บูลลาร์ด ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาเซนต์หลุยส์ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ข่าวมาร์เก็ตวอตช์ว่า เฟดจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป และหลังจากนั้นควรจะตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับดังกล่าวตลอดทั้งปี 2566 ไปจนถึงปี 2567 เพื่อฉุดเงินเฟ้อให้กลับสู่เป้าหมายของเฟดที่ระดับ 2%

โดยนายบูลลาร์ดยังคงเชื่อว่าการปรับเพิ่มกรอบเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้นสู่ระดับอย่างน้อย 5.00-5.25% จากระดับปัจจุบันที่ 3.75-4.00% นั้น ถือเป็นการคุมเข้มนโยบายที่มีประสิทธิภาพในการฉุดเงินเฟ้อให้ลดลง ทั้งนี้ คณะกรรมการเฟดจะจัดการประชุมนโยบายการเงินครั้งต่อไปในวันที่ 13-14 ธ.ค.นี้ ขณะที่ตลาดคาดการณ์เป็นวงกว้างว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.50%

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ กระทรวงพาณิชย์รายงาน มูลค่าการส่งออกสินค้าของไทยในเดือน ต.ค. 65 อยู่ที่ 21,772 ล้านดอลลาร์ ลดลง -4.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ถือเป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบ 20 เดือน และเป็นการหดตัวที่รุนแรงที่สุดในรอบ 2 ปี หากเทียบกับเดือนก่อนหน้า ภาพรวมการส่งออกรายกลุ่มสินค้าในเดือน ต.ค. ลดลงเกือบทุกกลุ่ม โดยกลุ่มสินค้าเกษตร ลดลง -4.3% กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร ลดลง -2.3% และกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม ลดลง -3.5%

ส่วนการส่งออกไปยังตลาดหลักลดลงเกือบทุกตลาด สะท้อนอุปสงค์โลกที่ชะลอตัวลงอย่างรวดเร็ว เช่น ตลาดจีนลดลง -8.5% โดยลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 จากนโยบาย Zero-COVID ที่ยังบังคับใช้อยู่ ตลาดสหรัฐลดลง -0.9% ตลาดยุโรปลดลง -7.9%

สอดคล้องกับสัญญาณเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศหลักทั้ง 2 ที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ตลาดอาเซียนลดลง 13.1% ในขณะที่ตลาดประเทศเพื่อนบ้าน (CLMV) ยังขยายตัวดีต่อเนื่องที่ 10.6% อย่างไรก็ตาม ในช่วงระหว่างวัน ค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่าลงมาอย่างต่อเนื่อง ขานรับโอกาสในการผ่อนคลายมาตรการ Zero-COVID ของจีน หลังจากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดในจีนเริ่มปรับตัวลดลง ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 35.42-35.80 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 35.43/44 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้านี้ (29/11) ที่ระดับ 1.0358/60 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (28/11) ที่ระดับ 1.0444/47 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0334-1.0394 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0373/75 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

Advertisement

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (29/11) ที่ระดับ 138.80/82 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (28/11) ที่ระดับ 137.79/81 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ตามค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่า จากความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในจีน ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 137.92-139.35 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 138.17/19 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ได้แก่ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 3/2565 (ประมาณการครั้งที่ 2), ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) เดือน ต.ค. และจำนวนผู้ขอรับ สวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -8.80/-8.30 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -10.00/-7.50 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ