เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์ร่วง หลังผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวลดลง

27 พ.ค. 2565 | 18:31น.

ดอลลาร์ร่วง หลังผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวลดลง ขณะที่ปัจจัยในประเทศ ส่งออก4 เดือนแรกปีนี้ขยายตัว 13.7% ขณะที่การนำเข้าโต 19.2% ส่งผลให้มียอดขาดดุลการค้า 2.85 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ก่อนที่เงินบาทจะปิดตลาดที่ระดับ 34.16/18 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาพการณ์เคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราระหว่างวันที่ 23-27 พฤษภาคม 2565 ในช่วงต้นสัปดาห์ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นหลังนายเจมส์ บูลลาร์ด ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาเซนต์หลุยส์กล่าวเมื่อวันศุกร์ (20/5) ว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะไม่เผชิญกับภาวะถดถอยทั้งในปีนี้และในปีหน้า นอกเสียจากว่าจะมีผลกระทบที่ใหญ่หลวงเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจสหรัฐ

พร้อมระบุว่าการปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นอีกในการประชุมครั้งต่อไปนั้นเป็นแผนการที่ดี โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่จะต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ

และในวันอังคารประธานาธิบดีโจ ไบเดน ส่งสัญญาณเตรียมยุติสงครามการค้ากับจีน โดยกล่าวว่า เขากำลังพิจารณาที่จะปรับลดภาษีสินค้านำเข้าจากจีนโดยมีเป้าหมายที่จะสกัดการพุ่งขึ้นของราคาสินค้า โดยนักเศรษฐศาสตร์เชื่อว่าการยกเลิกมาตรการจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนจะช่วยบรรเทาปัญหาเงินเฟ้อในสหรัฐ โดยการผ่อนปรนหรือการยกเลิกมาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าทั้งหมดอาจเป็นหนึ่งในทางเลือกเพียงไม่กี่ทางที่ทำเนียบขาวจำเป็นจะต้องทำเพื่อฉุดต้นทุนสินค้าทุกประเภทให้ลดลง หลังจากที่เงินเฟ้อพุ่งสูงสุดในรอบ 40 ปี

อย่างไรก็ดี ในช่วงท้ายสัปดาห์ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวอ่อนค่าลง เนื่องจากนักลงทุนเทขายดอลลาร์สหรัฐ ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย ท่ามกลางการคาดการณ์ที่ว่าการที่จีนผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์จะช่วยหนุนการเติบโตของเศรษฐกิจโลก ประกอบกับผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่ปรับตัวลดลง

ทั้งนี้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยรายงานการประชุมประจำวันที่ 3-4 พ.ค. โดยระบุว่า กรรมการเฟดมีความพร้อมที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.50% ในการประชุมเดือน มิ.ย. และเดือน ก.ค. เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกิดจากเงินเฟ้อ โดยคณะกรรมการเฟดเล็งเห็นถึงความสำคัญของการปรับนโยบายการเงินสู่ระดับที่ปกติ

ส่วนกรณีที่ว่าเฟดจะคุมเข้มนโยบายการเงินเพิ่มขึ้นอีกหรือไม่นั้น จะขึ้นอยู่กับแนวโน้มเศรษฐกิจ และความเสี่ยงต่าง ๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ และในรายงานการประชุมยังระบุด้วยว่า กรรมการเฟดมีความเห็นที่เป็นเอกฉันท์ว่า เศรษฐกิจสหรัฐมีความแข็งแกร่งมากพอที่จะเปิดทางให้เฟดสามารถใช้นโยบายการเงินเพื่อควบคุมเงินเฟ้อโดยไม่ทำให้เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอย

อย่างไรก็ตามค่าเงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่าในคืนวันพฤหัสบดี (26/5) หลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานในวันพฤหัสบดีว่า ในการประเมินตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) เป็นครั้งที่สองนั้น จีดีพีสหรัฐหดตัวลง 1.5% ในไตรมาสแรกเมื่อเทียบเป็นตัวเลขเต็มปี (annualized) โดยปรับเปลี่ยนจากเดิมที่เคยรายงานว่าหดตัวลงเพียง 1.4% ในไตรมาสแรก โดยก่อนหน้านั้นจีดีพีสหรัฐเพิ่งขยายตัว 6.9% ในไตรมาส 4/2021 โดยจีดีพีสหรัฐในไตรมาสแรกได้รับแรงกดดันจากยอดขาดดุลการค้าที่สูงเป็นประวัติการณ์ และจากการปรับเพิ่มสต๊อกสินค้าคงคลังที่ชะลอตัวลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2021

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท ในช่วงต้นสัปดาห์ในช่วงต้นสัปดาห์เปิดตลาดวันจันทร์ (23/5) ที่ระดับ 34.30/33 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยตลอดทั้งสัปดาห์ค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่าโดยเคลื่อนไหวตามทิศทางตลาดโลกหลังดอลลาร์อ่อนค่าเนื่องจากอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรสหรัฐปรับตัวลดลง ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐออกมาแบบผสมผสาน

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ กระทรวงพาณิชย์เผยการส่งออกในเดือน เม.ย. มีมูลค่า 2.35 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 9.9% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ต่ำกว่าคาดการณ์ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 14.60% ส่วนการนำเข้าในเดือน เม.ย. มีมูลค่า 2.54 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 21.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สูงกว่าที่คาดไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 16.40% โดยในเดือน เม.ย.มียอดขาดดุลการค้า 1.91 พันล้านดอลลาร์ตามคาดการณ์ โดยในช่วง 4 เดือนแรกปีนี้ การส่งออกขยายตัว 13.7% ขณะที่การนำเข้าเติบโต 19.2% ส่งผลให้มียอดขาดดุลการค้า 2.85 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งก่อนหน้านี้กระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้าการส่งออกปี’65 ขยายตัว 4-5%

โดยกระทรวงพาณิชย์ ระบุในเอกสารเผยแพร่ว่า การส่งออกของไทยในเดือน เม.ย.มีปัจจัยสนับสนุนจากภาคการผลิตทั่วโลกที่ยังขยายตัว รวมทั้งมีความต้องการสินค้าจำเป็นต่อการดำรงชีวิตเพิ่มขึ้น จึงทำให้การส่งออกไทยยังขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหาร อีกทั้งได้แรงหนุนจากเงินบาทที่อ่อนค่า แต่การส่งออกมีปัจจัยกดดันจากการสู้รบในยูเครน และมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย ที่ส่งผลต่อการชะงักงันของห่วงโซ่อุปทานการผลิต รวมถึงผลักดันเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นในหลายประเทศ

นอกจากนี้ ภาวะชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนจากมาตรการล็อกดาวน์ในหลายเมือง ส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจทั่วโลก แนวโน้มการส่งออกไทย ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินบาทมีการเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 34.07-34.35 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดในวันศุกร์ (27/5) ที่ระดับ 34.16/18 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดในวันจันทร์ (23/5) ที่ระดับ 1.057/89 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (20/5) ที่ระดับ 1.0580/82 ดอลลลาร์สหรัฐ/ยูโร หลังนายอิกนาซิโอ วิสโก ผู้ว่าการธนาคารกลางอิตาลี กล่าวว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) สามารถเริ่มทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยให้กลับสู่แดนบวกได้อย่างเร็วที่สุดในเดือนกรกฎาคม

โดยนายวิสโกระบุว่า “ขณะนี้อัตราเงินเฟ้อคาดการณ์แตะที่ราว 2% และดูเหมือนว่าจะอยู่ที่ระดับนั้นต่อไป ดังนั้นเราจึงสามารถค่อย ๆ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า” พร้อมเสริมว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมิถุนายนนั้นไม่มีทางเป็นไปได้ แต่อาจมีการปรับขึ้นในเดือนกรกฎาคม

ด้านนางลาการ์ดกล่าวก่อนหน้านี้ว่า ECB มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนกรกฎาคม และอัตราดอกเบี้ยเงินฝากจะมีค่าเป็นบวกในช่วงสิ้นสุดไตรมาส 3 จากปัจจุบันอยู่ที่ระดับ -0.50% นอกจากนี้ นายฟรังซัวส์ วิลเลอรอย เดอ กาฮาว ผู้ว่าการธนาคารกลางฝรั่งเศส กล่าวว่า มีความเป็นไปได้อย่างมากที่ ECB จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนโยบายการเงินในเดือน ก.ค. และ ก.ย.

ทั้งนี้ค่าเงินยูโรได้รับแรงกดดัน หลังเอสแอนด์พี โกลบอลเปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการเบื้องต้นของยูโรโซน ปรับตัวลงสู่ระดับ 54.9 ในเดือน พ.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน จากระดับ 55.8 ในเดือน เม.ย. นอกจากนี้ ดัชนี PMI อยู่ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 55.3 โดยถูกกดดันจากภาวะเงินเฟ้อซึ่งได้ฉุดกำลังซื้อของผู้บริโภค

ทั้งนี้ ดัชนี PMI ภาคการผลิตเบื้องต้น ปรับตัวลงสู่ระดับ 54.4 ในเดือน พ.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 18 เดือน จากระดับ 55.5 ในเดือน เม.ย. ส่วนดัชนี PMI ภาคบริการเบื้องต้น ปรับตัวลงสู่ระดับ 56.3 ในเดือน พ.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน จากระดับ 57.7 ในเดือน เม.ย. โดยดัชนีมีอยู่สูงกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่า ภาคบริการของยูโรโซนยังคงมีการขยายตัว

และในวันพฤหัสบดี (26/5) GfK ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยตลาดของเยอรมนี เปิดเผยผลสำรวจระบุว่า ดัชนีคาดการณ์ความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเยอรมนีสำหรับเดือน มิ.ย. ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ -26.0 สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ หลังดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเยอรมนีสำหรับเดือน มิ.ย. ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ -26.0 สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ หลังดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ -26.6 ในเดือน พ.ค.

อย่างไรก็ดี การใช้จ่ายของผู้บริโภคยังคงถูกกดดันจากเงินเฟ้อและการทำสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ทั้งนี้ในระหว่างสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวในกรอบ 1.0587-1.07644 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (27/5) ที่ระดับ 1.0753/56 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันจันทร์ (23/5) ที่ระดับ 127.48/50 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (20/5) ที่ระดับ 128.12/14 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนปรับตัวแข็งค่าขึ้นเช่นเดียวกับค่าเงินในภูมิภาค

ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) พื้นฐานซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่รวมราคาอาหารสดแต่รวมราคาพลังงานพุ่งขึ้น 1.9% ในเดือน พ.ค.จากเดือนเดียวกันในปีก่อน และใกล้เคียงกับตัวเลขคาดการณ์ของนักลงทุนที่ +2.0% ซึ่งเป็นการขยายตัวเร็วที่สุดในรอบ 7 ปี และสูงกว่าระดับเป้าหมายเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) กำหนดไว้ที่ 2% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2558 เนื่องจากเงินเยนที่อ่อนค่า และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่พุ่งสูงขึ้นส่งผลให้ต้นทุนการนำเข้าสูงขึ้น ซึ่งหากสูงกว่าระดับเป้าหมายข้างต้นไปเรื่อย ๆ อาจกดดันให้ธนาคารกลางญี่ปุ่น ตัดสินใจลดการดำเนินนโยบายทางการเงินแบบผ่อนคลายลงระหว่างสัปดาห์ ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวระหว่าง 126.54-127.82 เยน/ดอลลาร์สหรัฐฯ และปิดตลาดในวันศุกร์ (27/5) ที่ระดับ 126.96/99 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ