มือถือหรือกล้องถ่ายรูป? ส่องสเปก realme 11Pro Series 5G

‘เรียลมี’เปิดตัว “realme 11 Pro Series 5G” ในไทยแล้ว เคาะราคาเริ่มต้น 12,999 บาท ผนึกซัมซุงพัฒนานวัตกรรมด้านการถ่ายภาพย้ำจุดแข็งซูมเหนือระดับ 200 ล้านพิกเซล-แบตอึดเล่มเกมได้นานกว่า 8 ชั่วโมง

1 ก.ค.2566 เรียลมี (realme) เปิดตัวสมาร์ทโฟนใหม่ ได้แก่ realme 11 Pro+ 5G และ realme 11 Pro 5G ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการแล้ว โดย realme 11 Pro+ 5G มาพร้อมกับนวัตกรรมกล้อง OIS SuperZoom ความละเอียด 200 ล้านพิกเซล ประสิทธิภาพการซูม 4 เท่า มีระบบชาร์จเร็ว 100W SUPERVOOC

และดีไซน์หรูหราจากผลงานการคอลแลปกับอดีตนักออกแบบสิ่งพิมพ์ชั้นนำแห่ง Gucci จอแสดงผลCurved Vision Display หน้าจอโค้ง 2160 Hz PWM ลดแสงความถี่ระดับสูงพิเศษพร้อมการป้องกันดวงตาระดับสูง ราคาเริ่มต้นที่ 12,999บาท

realme 11Pro Series 5G

ส่วนรุ่น realme 11 Pro 5G มาพร้อมกล้อง OIS Prolight 100MP รองรับเอาต์พุตโดยตรง 100MP ทำให้แต่ละพิกเซลมีส่วนร่วมในการถ่ายภาพ โดยเรียลมีจับมือเกับ Samsung พัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีการถ่ายภาพ ISOCELL HP3 SuperZoom Sensor ซึ่งถือเป็นฮาร์ดแวร์กล้องที่ดีที่สุดในเซ็กเมนต์ โดยรวมเซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ถึง 1/1.4 นิ้ว พร้อมรูรับแสงขนาดใหญ่พิเศษ F/1.69 เข้ากับการรองรับเอาต์พุตโดยตรง 200 ล้านพิกเซล ให้แต่ละพิกเซลรับแสงได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีการซูมอัตโนมัติรุ่นแรกของอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟน เพียงแค่คลิกที่วัตถุที่ต้องการ สมาร์มโฟนจะทำการซูมให้โดยอัตโนมัติ ช่วยให้จัดองค์ประกอบภาพที่สวยงามได้ง่ายขึ้น พร้อมระบบป้องกันการสั่นไหว SuperOIS

ทั้ง 2 รุ่นยังมาพร้อมฟีเจอร์และโหมดถ่ายภาพอีกมากมายทั้ง Super NightScape, Super Group Portrait และ 2x Portrait  แต่พิเศษสำหรับรุ่น realme 11 Pro+ 5G ที่จะมีฟีเจอร์การถ่ายรูปเพิ่มเติมอย่าง Moon mode, Handheld starry sky mode ให้เป็นช่างภาพมืออาชีพได้อย่างง่ายดาย โดยไม่จำเป็นต้องใช้ขาตั้งกล้อง

realme 11Pro Series 5G

และเพื่อตอกย้ำว่า realme 11 Pro Series 5G เป็นสมาร์ทโฟนที่เหมาะสำหรับการท่องเที่ยว จึงยกระดับการถ่ายภาพโดยร่วมมือกับ

Lonely Planet นิตยสารคู่มือสำหรับนักเดินทาง โดยสามารถแต่งภาพด้วยลายน้ำจาก Lonely Planet และฟิลเตอร์หลากรูปแบบ (Cinematic, Crisp และ Tranquil) สร้างสรรค์ภาพถ่ายได้ในขั้นตอนเดียว

นอกจากนี้ กล้องถ่ายภาพของทั้ง 2 รุ่นยังใช้สถาปัตยกรรม HyperShot Imaging 2.0 ช่วยเพิ่มคุณภาพของภาพถ่ายทั้งในเรื่องความคมชัดและสีสัน ซึ่งเมื่อทำงานร่วมกับโหมดการถ่ายภาพเจนใหม่อย่าง Street Photography Mode 4.0

ในส่วนของกล้องหน้าเซลฟี realme 11 Pro 5G ใช้กล้อง 16MP Sony Selfie Camera ส่วน realme 11 Pro+ 5G ให้ถ่ายเซลฟีด้วยกล้องหน้าความละเอียดสูง 32MP Sony Selfie Camera ทั้งสองรุ่นใช้เลนส์มุมกว้าง 90° โดยเมื่อถ่ายเซลฟี่แนวนอนจะทำการขยายช่วงเลนส์ให้โดยอัตโนมัติเพื่อเก็บภาพทิวทัศน์ด้านหลังได้มากขึ้น พร้อมอัลกอริทึม AI รุ่นอัปเกรดใหม่ ที่ช่วยเกลี่ยสีผิวให้สม่ำเสมอ และให้โทนสีที่เหมือนผิวจริงแบบไม่หลอกตา

realme 11Pro Series 5G

realme 11 Pro Series 5G มี 2 โทนสีหลักได้แก่ Sunrise Beige และ Oasis Green

ในแง่ของแบตเตอรี่ realme 11 Pro+ 5G มาพร้อมระบบชาร์จ 100W SUPERVOOC Charge ครั้งแรกในเซกเมนต์ ชาร์จแบตเตอรี่เต็ม 100% ในเวลาเพียง 26 นาที มาตรฐานการป้องกัน 38 ชั้น ลดความร้อนของอุปกรณ์ได้มากกว่า 85% ส่วนรุ่น realme 11 Pro 5G ให้ระบบชาร์จเร็ว 67W SUPERVOOC Charge ชาร์จแบตเตอรี่เต็ม 100% ใน 47 นาที

ทั้ง 2 รุ่นก็มอบแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 5000mAh ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างยาวนาน รองรับการโทร 29 ชม. ฟังเพลงเกิน 20 ชม. ชมวิดีโอ 18 ชม. เล่นเกมนานกว่า 8 ชม. และยังสแตนด์บายแบบปกติได้เกิน 400 ชม.

realme 11Pro Series 5G

ทั้ง realme 11 Pro+ 5G และ realme 11 Pro 5G ใช้หน้าจอแสดงผลขอบโค้ง Curved Vision Display ที่มีอัตราการรีเฟรชสูงสุด 120Hz ขนาด 6.7 นิ้ว สัดส่วนหน้าจอ 93.65% พร้อมกับกระบวนการ COP Ultra ทำให้ขอบด้านล่างของทั้ง 2 รุ่นบางเพียง 2.33 มม. ความถี่ในการหรี่แสงสูงถึง 2160Hz PWM รักษาความถูกต้องของสีในที่มืดและแก้ปัญหาการสั่นไหวภายใต้ความสว่างต่ำ


ทั้งยังเป็นครั้งแรกของโลกกับการปรับความสว่างอัตโนมัติได้ 20,000 ระดับ โดยจอแสดงผลใน realme 11 Pro Series 5G ผ่านการรับรองการป้องกันดวงตาสองชั้นโดยสถาบัน TÜV Rheinland จึงมอบประสบการณ์การมองที่สบายตาและถนอมดวงตาให้กับผู้ใช้งานได้สูงสุด