ดูหนังออนไลน์แข่งทะลุเดือด รายเล็กพลิกโมเดลหารายได้-หนีเว็บเถื่อน

ดูหนังออนไลน์ - ผู้ให้บริการดูหนังออนไลน์ข้ามชาติยกทัพบุกตลาดไทยอย่างต่อเนื่องทำให้สมรภูมิธุรกิจนี้มีการแข่งขันกันอย่างหนัก
สมรภูมิดูหนังออนไลน์เดือดพล่าน รายเล็กปรับโมเดลธุรกิจหารายได้อุตลุด “ไพร์มไทม์” ย้ำเว็บเถื่อนตามหลอนไม่เลิก ชง “กสทช.” ดูแล ฟาก “ไอฟลิกซ์”ดึงซีรีส์ดังจาก “อเมริกา-เกาหลี” ฉายในไทยเร็วขึ้นตั้งเป้าขยับแอ็กทีฟยูสเซอร์เพิ่มเท่าตัว ขณะที่ “วิว” พลิกเกมสู้แนะทางรอดหาจุดยืนของตนเองและบริหารต้นทุนได้ “โมโนแม็กซ์”ผนึกสื่อในเครือสร้างความต่าง “ดูนี่” มุ่งหารายได้จากโฆษณา

 

ดร.กำพล บุริยเมธากุล หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านปฏิบัติการลูกค้า บริษัท ดิจิตอล ซินเนอร์จี จำกัด ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดูหนังออนไลน์ อย่าง “ไพร์มไทม์” กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตลาดดูหนังออนไลน์ปีนี้ในแง่ผู้บริโภคที่ยอมเสียเงินยังโตน้อย แต่ผู้ให้บริการร่วมกับพาร์ตเนอร์บันเดิลคอนเทนต์เพิ่มขึ้น เช่น เน็ตฟลิกซ์ และวิวจับมือเอไอเอส หรือไอฟลิกซ์กับดีแทค โดยแต่ละรายมีฐานลูกค้าขนาดใหญ่ทำให้ผู้เล่นในประเทศต้องปรับตัวหาทางรอด โดยหันมาหาสปอนเซอร์และเก็บรายได้จากค่าโฆษณา

ชง กสทช.ดูแลคอนเทนต์

และสิ่งที่ทำให้ตลาดไม่เติบโตเท่าที่ควรยังมาจากปัญหาละเมิดลิขสิทธิ์ที่ยังรุนแรง ปัจจุบันมีการนำคอนเทนต์ไปไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก จึงอยากให้ กสทช. เปิดลงทะเบียนเพื่อปกป้องผู้ประกอบการ และเป็นเจ้าภาพตั้งสมาคมผู้ประกอบการคอนเทนต์ดิจิทัล เพื่อแจ้งปัญหาผ่าน กสทช.ได้โดยตรง

ด้านนางสาวอาทิมา สุรพงษ์ชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอฟลิกซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลาดไตรมาสแรกเติบโตจากความเคลื่อนไหวของคู่แข่งที่โปรโมตบริการต่อเนื่อง ขณะที่ไอฟลิกซ์เริ่มมีซีรีส์ที่ฉายในอเมริกาแล้วมาในไทยได้เร็วขึ้นแบบสัปดาห์ต่อสัปดาห์ ทำให้ผู้บริโภคที่ติดตามซีรีส์ดังไม่ต้องไปหาของเถื่อนดู ซึ่งจะมีมากขึ้นทั้งอเมริกา, เกาหลี และประเทศอื่นรวมถึงเพิ่มคอนเทนต์เอ็กซ์คลูซีฟสำหรับไอฟลิกซ์มากขึ้น ทั้งซีรีส์ และสารคดี เป็นต้น

Advertisment

“เราคือมีคอนเทนต์ที่หลากหลายที่สุด ในราคาที่ดีที่สุด มีแอ็กทีฟยูสเซอร์กว่า 3 แสนราย คาดว่าปีนี้จะเพิ่มขึ้นเท่าตัว”

“วิว” ปรับโมเดลสู้ศึกแข่งดุ

ขณะที่นายธวัตวงศ์ ศิลมานนท์ กรรมการผู้จัดการ ประจำประเทศไทย บริษัท พีซีซีดับเบิลยู โอทีที (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ให้บริการดูหนังออนไลน์ “วิว” (Viu) กล่าวว่า การแข่งขันในตลาดสูงขึ้นตั้งแต่ต้นปีผู้ให้บริการแต่ละรายนำเข้าคอนเทนต์เข้ามาเพิ่มขึ้น ผู้บริโภคไทยหันมาดูคอนเทนต์ออนไลน์มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้โดยรวมยังไม่พร้อมจ่ายเงินโดยเว็บเถื่อนยังเป็นปัญหาหลัก และสำหรับวิวมีบิสซิเนสโมเดลทั้งแบบฟรี และเสียเงิน เพื่อสู้กับเว็บเถื่อน ซึ่งแบบเสียเงินจะดูได้ใน 24 ชั่วโมง หลังซีรีส์เรื่องนั้นออกอากาศในประเทศนั้น ภาพคมชัดกว่า ส่วนแพ็กเกจดูฟรีต้องรอ 72 ชั่วโมง และไม่สามารถดูแบบ “ฟูลเอชดี” ทั้งมีโฆษณาคั่น และไม่สามารถดาวน์โหลดเก็บไว้ได้

Advertisment

“การอยู่รอดได้ต้องมีจุดยืนชัดเจนบริหารต้นทุนและลูกค้าได้ เราเน้นคอนเทนต์เอเชีย และการสร้างเอ็นเกจเมนต์กับผู้ใช้ เช่น ในเว็บพันทิปห้อง “กรุงโซล” และมีเฟซบุ๊กแฟนเพจ ปัจจุบันมีผู้ติดตามกว่า 1 ล้านราย” และจะดึงคอนเทนต์ไทยและในภูมิภาคมาให้บริการเพิ่มขึ้น เนื่องจากเห็นกระแสละคร “บุพเพสันนิวาส” มาแรง ปัจจุบันเปิดบริการใน 15 ประเทศ มีผู้ใช้รวม 12 ล้านราย มีคอนเทนต์กว่าหมื่นชั่วโมง โดย 90% เป็นคอนเทนต์เกาหลี ที่เหลือจากจีน ฮ่องกง และญี่ปุ่น

“โมโนแม็กซ์” ผนึกสื่อในเครือ

นายปฐมพงศ์ สิรชัยรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท โมโน เทคโนโลยีจำกัด (มหาชน) มูลค่าตลาดรวมปีนี้จะอยู่ที่ 1,000 ล้านบาท โต 30% ซึ่ง “โมโนแม็กซ์” เน้น 1.คอนเทนต์เอเชีย, ภาพยนตร์สารคดี รวมทั้งมีออริจินอลคอนเทนต์ที่ผลิตฉายในช่องโมโน 29 ทำให้คอซีรีส์มาดูทางออนไลน์ และ 2.การทำตลาดผ่านสื่อที่มีในมือ และ 3.ร่วมมือกับพันธมิตรโดยไม่ผูกขาดกับรายใดรายหนึ่ง และไม่ให้ดูฟรี 100%

“คอนเทนต์เราไม่เหมือนเจ้าอื่น และมีสื่อในมือทำให้ต้นทุนน้อยกว่าทั้งไม่มีให้ดูฟรี ไม่ต้องการให้รอแต่โปรโมชั่น”

นายปฐมพงศ์กล่าวต่อว่า รูปแบบที่ให้ดูฟรีและหารายได้จากโฆษณาเป็นไปได้ยาก ทั้งมองว่าปัจจัยด้านราคาไม่มีผลต่อการตัดสินใจมากนัก ถ้าราคาใกล้กัน เช่น 100-200 บาท ซึ่งโมโนแม็กซ์คิด 129 บาท/เดือน มียอดแอ็กทีฟ 145,000 ราย/เดือน ตั้งเป้าสิ้นปี 2562 มี 3 แสนราย ปี 2563 มี 6.3 แสนราย

“ดูนี่” เน้นหารายได้จากโฆษณา

ขณะที่นายจตุพล สุธีสถาพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มีเดียเพล็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ให้บริการดูหนังออนไลน์ ดูนี่ (DOONEE) กล่าวว่า หลังปรับกลยุทธ์เป็นผู้ให้บริการ “โทเทิลโซลูชั่น” ไม่จำกัดแค่บนอินเทอร์เน็ต (OTT) แต่จับมือกับพันธมิตรเช่น กล่องเซตท็อปบ็อกซ์ PSI, GMMZ และ AIS Play Box หรือเมื่อต้นปีจับกับช่อง 3 แฟมิลี่ และช่อง 9 MCOT นำคอนเทนต์ไปออกอากาศ ผ่านรูปแบบความร่วมมือในการแบ่งค่าโฆษณาระหว่างกัน จึงช่วยให้แฟนละครบนฟรีทีวีหรือกล่องโยกมาดูออนไลน์ได้ คาดว่ารายได้จะโตขึ้น 300% มียอดผู้ใช้งานที่เสียเงินรายเดือนเพิ่มจาก 5 หมื่นราย เป็น1 แสนรายในสิ้นปีนี้