Skip to content

ก้าวไกล ในกับดัก เพื่อไทย เกมชิงประธานสภา-รัฐมนตรี

31 พ.ค. 2566 | 16:49น.
ก้าวไกล ในกับดัก เพื่อไทย เกมชิงประธานสภา-รัฐมนตรี

จนถึงเวลานี้ ทุกวงการยังตั้งคำถามว่า “พรรคก้าวไกล” จะจัดตั้งรัฐบาลได้หรือไม่

นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 จะเป็นใคร ใช่ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” หรือไม่

ทั้งที่พรรคก้าวไกล บวกกับพันธมิตร 7 พรรค กำเสียงข้างมาก 312 เสียง

แม้ว่าหลังการเลือกตั้ง พรรคที่ปั่นป่วนที่สุด จะเป็นพรรคเพื่อไทย จากเป้าหมายแลนด์สไลด์กลายเป็น “แลนด์ไถล” ได้ต่ำกว่าเป้าหมาย กว่า 140 ที่นั่ง จาก 280 เหลือเพียง 141 เสียง

แต่ด้วยความที่ผ่านร้อน หนาว มา 2 ทศวรรษ ทำให้พรรคเพื่อไทยไม่เชิงเสียกระบวนมากนัก กลับมาตั้งหลัก เดินเกมต่อรองเก้าอี้ทางการเมืองได้ทุกชอต

จากพรรคเพื่อไทยที่ตกเป็นรอง กลับตาลปัตรพลิกขี่หลังพรรคก้าวไกลดื้อ ๆ

หลังจากปิดหีบเลือกตั้งผ่านไป 15 วัน กลายเป็น “พรรคก้าวไกล” ที่สุดต้อง “ตั้งหลัก” ฝ่าสารพัดปัญหาในการเป็นรัฐบาล

เพราะพลันที่พรรคพันธมิตร 8 พรรค ลงนามเอ็มโอยูจัดตั้งรัฐบาล กลับกลายเป็นวิวาทะระหว่าง พรรคเพื่อไทย กับ พรรคไทยสร้างไทย เป็นมวยคู่เอกระหว่าง นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กับ น.ต.ศิธา ทิวารี แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคไทยสร้างไทย

จนเกิดวาทกรรม “ชกได้ ชกไปแล้ว” ของ นพ.ชลน่าน

เรื่องนี้ถึงขั้นกลายเป็นประเด็นในวงถกลับ ระหว่างแกนนำเพื่อไทย-สั่งก้าวไกล ให้เร่งหย่าศึกโดยเร็ว เพื่อไม่ให้กระทบกับงานใหญ่

เช่นเดียวกับการเคลื่อนไหวผ่านโลกทวิตเตอร์ ของ “ปิยบุตร แสงกนกกุล” เลขาธิการคณะก้าวหน้า ผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยกับ MOU รัฐบาลก้าวไกล จนถึงการโพสต์เฟซบุ๊ก ปลุกเร้าไม่ให้พรรคก้าวไกล ยอมยกเก้าอี้ประธานสภาให้เพื่อไทย

“การเจรจาต่อรองเพื่อกำหนดเนื้อหาใน MOU ได้ผ่านพ้นไปด้วยดี ซึ่งเห็นได้ชัดเจนว่าพรรคก้าวไกลได้ถอยในหลายประเด็น จนเหลือแต่ประเด็นที่ทุกพรรคยอมรับได้ และยอมเพิ่มอีกหลายข้อความเพื่อให้ทุกพรรคคลายความกังวลและสบายใจมากขึ้นแล้ว”

“เมื่อถึงคราวจัดสรรกระทรวงให้แต่ละพรรค พรรคก้าวไกลก็คงต้องยินยอม “เฉือน” อีกหลายกระทรวงให้กับพรรคอื่น ๆ เพื่อให้การจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จ โดยเฉพาะกระทรวงที่สังคมจัดให้เป็นเกรด A โดยพิจารณาจากงบประมาณและโครงการ “เป็นเนื้อเป็นหนัง”

อีกท่อนหนึ่ง “ปิยบุตร” โพสต์อีกว่า ปัญหามีอยู่ว่า พรรคก้าวไกลจะต้องถอยจนถึงเมื่อไร ต้องยินยอมถึงขนาดไหน เพื่อให้ทุกพรรคพอใจและตั้งรัฐบาลได้ ? และไปต่อได้ ?

จากนั้นไม่นาน ประเด็นวิวาทะระหว่าง ศิธา กับ นพ.ชลน่าน ก็เคลื่อนสู่ปมที่ใหญ่กว่า คือ การชิงเก้าอี้ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พรรคเพื่อไทย กดปุ่มสั่งการให้องคาพยพ เดินหน้าชิงเก้าอี้ประธานสภา ขณะที่ พรรคก้าวไกล และองคาพยพก็สู้ไม่ถอย

อาจกลายเป็นชนวน “แตกหัก” หากตกลงกันไม่ได้ ถ้า พรรคเพื่อไทย ปล่อยให้ ส.ส.ในสังกัด “ฟรีโหวต” เกมตั้งรัฐบาลก้าวไกลอาจพังครืน

แหล่งข่าวในพรรคเพื่อไทยบอกว่า “เรื่องเก้าอี้ประธานสภาเป็นเงื่อนไขของพรรคเพื่อไทยให้พรรคก้าวไกลไปพิจารณา เรื่องนี้ต้องดีลกันให้จบ และถ้าไม่มีการโพสต์ของอาจารย์ปิยบุตรคงจบไปแล้ว เพราะไม่ใช่เรื่องใหญ่”

ขณะที่ “ชัยธวัช ตุลาธน” เลขาธิการพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์แบบเปิดหน้าว่า ระบุว่า จริง ๆ แล้ว ความขัดแย้งไม่ได้รุนแรงเหมือนที่ปรากฏหน้าสื่อ เพราะการประสานงานภายในที่ได้มีการพูดคุยก็เป็นไปด้วยดี เมื่อวันศุกร์ (27 พ.ค.) ที่ผ่านมา ก็ประสานคุยกับพรรคเพื่อไทยแล้วเรื่องตำแหน่งประธานสภา

“ทั้งก้าวไกลและเพื่อไทยเห็นตรงกันว่า ควรหยุดให้ข่าวประเด็นนี้ แล้วหันกลับมาคุยกันแบบภายใน และส่วนตัวมองว่าเรื่องนี้ยังมีเวลาพูดคุย เพื่อหาข้อยุติร่วมกัน”

ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรี กระทรวงที่พรรคเพื่อไทย แนบท้ายในข้อเสนอ คือ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงคมนาคม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพลังงาน กระทรวงการต่างระเทศ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงวัฒนธรรม เป็นกระทรวงเกรดเอ ทั้งสิ้น

ก้าวไกล กำลังเป็นรัฐบาลโดยอุบัติเหตุ เพราะภายในพรรคไม่คิดว่าจะมาไกลถึงขั้นได้เป็นรัฐบาล

ส่วนเพื่อไทย ใช้ความเขี้ยวในการต่อรอง ทั้งเก้าอี้ประธานสภา ทั้งเก้าอี้รัฐมนตรี และอนาคตอาจจะไปถึงการโหวตนายกรัฐมนตรี

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทย