แมนเชสเตอร์ซิตี้ เอาชนะ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ขาดลอย 6-3

ศึกแมนเชสเตอร์ดาร์บี้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขาดลอย 6-3 ฮาลันด์-โฟเดน แฮตทริก

วันที่ 2 ตุลาคม 2565 ศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษวันนี้ แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้แมตช์ เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดรังเอติฮัด สเตเดียม รับการมาเยือนของคู่ปรับร่วมเมือง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

ศึกผ่าเมืองครั้งนี้ถือว่าอยู่ในช่วงเวลาที่ดีของทั้งคู่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังไม่แพ้ใคร ส่วนผีแดงก็มีสถิติชนะรวดติดต่อกัน 4 นัดมากที่สุดในลีก ทำให้เอริก เทน ฮาก และมาร์คัส แรชฟอร์ด คว้ารางวัลกุนซือและนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนกันยายน

เกมนี้เรือใบนำมาโดย เออร์ลิง ฮาลันด์ และเควิน เดอ บรอยน์ ส่วนผีแดงใช้ 3 ประสานแนวรุก เจดอน ซานโช มาร์คัส แรชฟอร์ด และอันโตนี

Manchester United’s Portuguese midfielder Bruno Fernandes  vies with Manchester City’s German midfielder Ilkay Gundogan  (Photo by Lindsey Parnaby / AFP) /

เริ่มเกมมาเพียง 3 นาที เป็นเรือใบสีฟ้าที่ทักทายได้อย่างน่ากลัว โดยมีโอกาสยิงถึง 3 จังหวะติดต่อกัน แต่เป็น ดาบิด เด เคอา และผู้เล่นผีแดงที่ลงไปกองกันหน้าปากประตูจึงช่วยกันสกัดไว้ได้

แต่ถัดมาไม่นานในนาทีที่ 8 แมนฯซิตี้ที่ต่อบอลทำเกมขึ้นมาเรื่อย ๆ ก็ได้ประตูขึ้นนำเร็ว เป็นแบร์นาโด ซิลวา ที่แอสซิสต์ให้ ฟิล โฟเดน แปบอลในกรอบเขตโทษผ่านมือดาบิด เด เคอา เข้าไป พาเจ้าบ้านขึ้นนำ 1-0 และเป็นช่วง 10 นาทีแรกที่ซิตี้คุมเกมได้ทั้งหมด

Manchester City’s Norwegian striker Erling Haaland scores, October 2, 2022. (Photo by Lindsey Parnaby / AFP)

แมนซิตี้ยังคึกคักต่อเนื่อง และเกือบได้ประตูที่ 2 จาก อิลคาย กุนโดกัน ที่ปั่นฟรีคิกไปชนเสาอย่างน่าเสียดาย และผู้มาเยือนจังหาเกมของตัวเองไม่เจอ

หลังจากที่เจ้าบ้านกระหน่ำบุกอย่างต่อเนื่องก็มาได้ประตูที่ 2 ในนาทีที่ 34 จากจังหวะเตะมุม และเป็นเออร์ลิง ฮาลันด์ ที่เคลื่อนที่หนีตัวประกบและโหม่งบอลเข้าประตูไป แม้ ไทเรลล์ มาลาเซีย พยายามจะสกัดจากเส้นแต่ก็ไม่ทัน

จากนั้นเพียงไม่กี่นาที สกอร์ก็ไหลอย่างต่อเนื่อง จากการประสานงานของ 2 คู่หู เควิน เดอ บรอยน์ เปิดบอลอ้อมแผงหลังของยูไนเต็ดไปให้เออร์ลิง ฮาลันด์ ทิ้งตัวซัดบอลเข้าประตูไป ทิ้งห่างเป็น 3-0 ในนาทีที่ 37

Manchester City’s Erling Haaland celebrates after scoring his side’s third goal   (Martin Rickett/PA via AP)

หลังจากโดนนำห่าง ผู้มาเยือนจึงต้องเริ่มบุก แต่เป็นซิตี้ที่สวนกลับได้อย่างมีประสิทธิภาพ เควิน เดอ บรอยน์ ส่งบอลให้เออร์ลิง ฮาลันด์ ส่งให้โฟเดน บวกประตูเพิ่มเป็น 4-0 ในนาทีที่ 44 ทำเอาแฟนบอลผู้มาเยือนเริ่มทยอยออกจากสนามกันเลยทีเดียว

Advertisement

เริ่มครึ่งเวลาหลังมาไม่ถึงนาที เป็นซิตี้ที่ยังคงร้อนแรง มีโอกาสให้ดาบิด เด เคอา ต้องออกแรงเซฟตั้งแต่ต้น แม้ผู้มาเยือนจะได้ครองเกมบ้างแต่ก็ยังหาจังหวะเข้ากรอบเขตโทษไม่ได้

และแล้วแมนฯยูไนเต็ดก็เบิกประตูแรกของเกมได้ เป็นอันโตนี ที่รับบอลมาจากทางขวาและบรรจงปั่นด้วยเท้าซ้าย บอลโค้งผ่านมือเอแดร์ซอน ผู้รักษาประตูแมนฯซิตี้ เสียบเสาเข้าไปอย่างสวยงามในนาทีที่ 56 พาผีแดงตามมาห่าง ๆ ที่ 4-1

Manchester United’s Antony, right, celebrates with his teammate after scoring his side’s first goal AP Photo/Rui Vieira)

แต่ซิตี้ก็ดับความหวังของยูไนเต็ดอย่างรวดเร็ว เซอร์จิโอ โกเมส ตบเข้ากลางให้ เออร์ลิง ฮาลันด์ ยิงบอลเข้าไปบริเวณจุดโทษในนาทีที่ 64 พาเจ้าบ้านนำห่างเป็น 5-1 และเป็นแฮตทริกของเจ้าตัว

ทำให้ฮาแลนด์ทำสถิติเป็นผู้เล่นที่ทำแฮตทริกในเกมเหย้าติดต่อกัน 3 นัดได้เป็นคนแรกของพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

แต่แมนฯซิตี้ยังไม่หยุดแค่นั้น เออร์ลิง ฮาลันด์ ส่งบอลให้ฟิล โฟเด้น ยิงโล่ง ๆ บวกประตูเพิ่มให้เรือใบสีฟ้าเป็น 6-1 ในนาทีที่ 73 และทำแฮตทริกได้อีกหนึ่งคน

Manchester City’s English midfielder Phil Foden scores his team’s sixth goal (Photo by Lindsey Parnaby / AFP)

แต่แมนฯยูไนเต็ดยังคงแสดงความใจสู้ เฟรด ยิงไปติดเซฟเอแดร์ซอน และเป็น อองโธนี มาร์ซิยัล
ที่โหม่งซ้ำดาบสองเข้าไปในนาทีที่ 84 ตามมาเป็น 6-2 และมาได้ลูกจุดโทษปลอบใจจากมักซิยัลเช่นกันในนาทีที่ 90+1 ลดความเสียหายลงเหลือที่ 6-3

จบเกมทำกันไป 9 ประตู แมนเชสเตอร์ ซิตี้เอาชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไปได้ 6-3 เมืองแมนเชสเตอร์กลายเป็นสีฟ้า ทั้งนี้ตั้งแต่มีพรีเมียร์ลีกอังกฤษมา ไม่เคยมีนักเตะซิตี้ทำแฮตทริกใส่ยูไนเต็ดได้เลย แต่มาเกิดขึ้นที่เกมนี้เกมเดียวถึงสองคน

…..