เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“พิพัฒน์” ร่วมยินดี “วัดพระมหาธาตุฯ” ขึ้นทะเบียนมรดกโลก เร่งโครงข่ายคมนาคมเชื่อม “เส้นทางแห่งศรัทธา” รับนักท่องเที่ยวทั่วโลก
Politics “พิพัฒน์” ร่วมยินดี “วัดพระมหาธาตุฯ” ขึ้นทะเบียนมรดกโลก เร่งโครงข่ายคมนาคมเชื่อม “เส้นทางแห่งศรัทธา” รับนักท่องเที่ยวทั่วโลก
จับตา 3 ส.ค. ศาลแพ่งไต่สวนคดีฟ้อง “Meta” สภาผู้บริโภคจี้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดภัยโฆษณาปลอม
News จับตา 3 ส.ค. ศาลแพ่งไต่สวนคดีฟ้อง “Meta” สภาผู้บริโภคจี้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดภัยโฆษณาปลอม
‘เท้ง’ ย้ำ ’ปชน.‘ ไม่มีแนวคิดล้มโครงการ 30 บาท ยันหนุนแก้เพื่อความยั่งยืน-ไม่ลดสิทธิประชาชน
Politics ‘เท้ง’ ย้ำ ’ปชน.‘ ไม่มีแนวคิดล้มโครงการ 30 บาท ยันหนุนแก้เพื่อความยั่งยืน-ไม่ลดสิทธิประชาชน
“จักรภพ” หนุน PMAT ดันร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพ HR ยกระดับการบริหารคนสู่มาตรฐานสากล
HR “จักรภพ” หนุน PMAT ดันร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพ HR ยกระดับการบริหารคนสู่มาตรฐานสากล
‘ปกรณ์’ เผย กฎหมายเนรเทศฉบับใหม่ ต่างด้าวทำ ‘วิปริต’ ให้กลับประเทศได้ทันที
Politics ‘ปกรณ์’ เผย กฎหมายเนรเทศฉบับใหม่ ต่างด้าวทำ ‘วิปริต’ ให้กลับประเทศได้ทันที
Synology เตือนภัย Agentic AI เขย่าไซเบอร์ชู ISO 27001 รับมือความเสี่ยงองค์กร
Tech Synology เตือนภัย Agentic AI เขย่าไซเบอร์ชู ISO 27001 รับมือความเสี่ยงองค์กร
ยกระดับด่านสะเดาแห่งใหม่ หนุนการค้า-เที่ยวชายแดน
Economic ยกระดับด่านสะเดาแห่งใหม่ หนุนการค้า-เที่ยวชายแดน
เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
Economic เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
Economic ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
ทุ่มเวนคืน 8.8 พันล้าน เร่ง ‘วงแหวนรอบ 3’ ฝั่งตะวันออก  
Real Estate ทุ่มเวนคืน 8.8 พันล้าน เร่ง ‘วงแหวนรอบ 3’ ฝั่งตะวันออก  
ดูทั้งหมด

จับตาผลสะเทือนโลก เมื่อ “อินเดีย” คุมเข้มส่งออกข้าว

15 ก.ย. 2565 | 08:56น.
อินเดียส่งออกข้าว
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

“อินเดีย” ประเทศผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ที่สุดของโลก คิดเป็นสัดส่วนราว 40% ของปริมาณการค้าข้าวทั้งหมดในตลาดโลก เพิ่งประกาศควบคุมเข้มการส่งออกข้าวหลายชนิดออกสู่ตลาดโลกเมื่อวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา

กระทรวงการคลังอินเดีย ระบุเหตุผลไว้คลุมเครือเพียงว่า ยังคงมีสภาวะแวดล้อมที่ก่อให้เกิดความจำเป็นต้องดำเนินการโดยทันทีดำรงอยู่

ตามประกาศดังกล่าว ทางการอินเดียเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการส่งออกเพิ่มขึ้นรวดเดียว 20% สำหรับข้าวขาวที่ไม่ผ่านการสี, ข้าวกล้อง และข้าวที่ผ่านการสีบางส่วนหรือทั้งหมด ซึ่งแทบจะเป็นการยุติการส่งออกไปโดยปริยาย โดยไม่รวมถึง “ข้าวบัสมาติ” ซึ่งเป็นข้าวขึ้นชื่อของอินเดียแต่อย่างใด

แม้จะไม่มีการชี้แจงอย่างเป็นรูปธรรม แต่เป็นที่รู้กันทั่วไปว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้ของทางการอินเดียเกิดขึ้นเพราะเหตุใด

ปัญหาของรัฐบาลภายใต้การนำนายกรัฐมนตรี “นเรนทรา โมดี” ก็คือ ภาวะเงินเฟ้อ ที่มีสาเหตุหลักมาจากสงครามในยูเครน และการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้ระบบซัพพลายเชนมีปัญหา จนก่อให้เกิด “ความไม่มั่นคงด้านอาหาร” ขึ้นตามมา

“อโศก กุลติ” ศาสตราจารย์ประจำสภาเพื่อการวิจัยเศรษฐสัมพันธ์ระหว่างประเทศ อธิบายว่า การติดเบรกส่งออกข้าวในครั้งนี้จะช่วยยับยั้ง “ภาวะเงินเฟ้อของธัญพืชภายในประเทศ” ไม่ให้พุ่งสูงมากไปกว่าที่เป็นอยู่

แต่ในเวลาเดียวกัน เขาชี้ให้เห็นด้วยว่า ที่ผ่านมา “อินเดีย” ส่งออกข้าวออกสู่ตลาดราว 40% ของข้าวที่ซื้อขายกันทั่วโลก การส่งออกดังกล่าวเกิดขึ้นได้ เพราะรัฐบาลช่วยจัดสรรงบประมาณอุดหนุนราคาพลังงานและปุ๋ยเอาไว้ เพื่อให้อินเดียยังคงขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดเอาไว้ได้

คราวนี้ถึงเวลาแล้วที่จะดึงราคาข้าวในตลาดโลกให้เพิ่มสูงขึ้น เพื่อ “ถอนทุนคืน” ในส่วนของการอุดหนุนดังกล่าวเหล่านั้น

ปัจจัยที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ ปีนี้อินเดียประสบปัญหาดินฟ้าอากาศไม่ใช่น้อย ฝนในหน้ามรสุมมีก็จริง แต่ไม่สม่ำเสมอ มีบางครั้งที่หนักหน่วงจนก่อความเสียหาย แต่ก็มีเช่นกันที่เกิดฝนทิ้งช่วงจนเป็นปัญหาสำหรับการเพาะปลูกของเกษตรกร

และเกิดความกังวลกันว่า ผลที่ได้จากการเพาะปลูกในฤดูกาลนี้จะลดลงกว่าฤดูกาลปกติ จนอาจก่อให้เกิดปัญหาราคาธัญพืชและสินค้าอาหารอื่น ๆ ในประเทศพุ่งสูงขึ้นได้ ในขณะเดียวกับที่ราคาสินค้าอาหารนำเข้าก็ถีบตัวสูงขึ้นต่อเนื่องเช่นกัน

อัตราเงินเฟ้อในอินเดียในเวลานี้อยู่ที่ประมาณ 7% สูงกว่าเงินเฟ้อเป้าหมายของธนาคารกลางอินเดียที่กำหนดไว้ที่ 4-6% อยู่ไม่น้อย ทั้ง ๆ ที่ดำเนินความพยายามเพื่อสกัดกั้นด้วยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมาแล้ว 3 ครั้งก็ตาม

ที่ผ่านมา “รัฐบาลอินเดีย” เคยใช้วิธีห้ามการส่งออกข้าวสาลีและน้ำตาลมาแล้ว แต่ยังชะลอการดำเนินการแบบเดียวกับข้าวออกไปก่อน ส่วนหนึ่งเพราะราคาข้าวในประเทศไม่ได้พุ่งสูงอย่างรวดเร็วเหมือนกับข้าวสาลีและน้ำตาล

ในปีงบประมาณ 2020-2021 ซึ่งเป็นปีล่าสุดที่มีสถิติ อินเดีย ส่งออกข้าวมูลค่าราว 8,800 ล้านดอลลาร์ ตลาดใหญ่ที่สุดสำหรับข้าวทั่วไปที่ไม่ใช่ข้าวบัสมาติของอินเดีย รวมทั้งประเทศ เนปาล, บังกลาเทศ, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, อิรัก, มาเลเซีย และแอฟริกาตะวันตก

ผู้สันทัดกรณีในแวดวงค้าข้าวเชื่อว่า การควบคุมส่งออกข้าวของอินเดียครั้งนี้ จะส่งผลดีต่อประเทศผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ของโลกรองลงมาอย่างไทยกับเวียดนาม ที่น่าจะขยับการส่งออกของตนเข้าไปแทนที่อินเดียในตลาดเหล่านี้

อย่างไรก็ตาม ผลสะเทือนที่จะเกิดขึ้นตามมากับตลาดข้าวของโลกก็คือ ราคาข้าวจะปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้งอย่างแน่นอน แม้ว่าตั้งแต่กลางเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ราคาข้าวแทบทุกชนิดจะปรับลดลงมาบ้างแล้ว

ในแง่ของประเทศผู้บริโภค ราคาข้าวที่ปรับตัวสูงขึ้นอาจกลายเป็นปัญหาอีกระลอก ทั้งก่อให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อของสินค้าอาหาร ในขณะที่ราคาพลังงานยังคงกดดันอยู่สูงและต่อเนื่อง นอกจากนั้นยังอาจส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถในการชำระหนี้ของประเทศ เมื่อการจัดสรรงบประมาณสำหรับสินค้าอาหารจำเป็นต้องเพิ่มมากขึ้นอย่างช่วยไม่ได้

ข้อมูลของสหประชาชาติแสดงให้เห็นว่า วิกฤตพลังงานและอาหารกำลังก่อให้เกิดปัญหาเพิ่มมากขึ้นกับหลายประเทศ ถึงขนาดต้องดิ้นรนเพื่อหาเงินมาชำระหนี้ให้ได้ตรงตามกำหนดเวลา

กว่าครึ่งหนึ่งของประเทศที่สหประชาชาติจัดว่ายากจนที่สุด ตกอยู่ในสถานการณ์หนี้ หรือไม่ก็กำลังเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดปัญหาหนี้้ขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศที่มีรายได้ต่ำ ซึ่งครัวเรือนจำเป็นต้องใช้เงินสำหรับซื้อหาอาหารประทังชีวิตคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 42% ของรายได้ที่ได้รับในแต่ละเดือนนั่นเอง