เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ปกรณ์’ เผย กฎหมายเนรเทศฉบับใหม่ ต่างด้าวทำ ‘วิปริต’ ให้กลับประเทศได้ทันที
Politics ‘ปกรณ์’ เผย กฎหมายเนรเทศฉบับใหม่ ต่างด้าวทำ ‘วิปริต’ ให้กลับประเทศได้ทันที
Synology เตือนภัย Agentic AI เขย่าไซเบอร์ชู ISO 27001 รับมือความเสี่ยงองค์กร
Tech Synology เตือนภัย Agentic AI เขย่าไซเบอร์ชู ISO 27001 รับมือความเสี่ยงองค์กร
ยกระดับด่านสะเดาแห่งใหม่ หนุนการค้า-เที่ยวชายแดน
Economic ยกระดับด่านสะเดาแห่งใหม่ หนุนการค้า-เที่ยวชายแดน
เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
Economic เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
Economic ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
ทุ่มเวนคืน 8.8 พันล้าน เร่ง ‘วงแหวนรอบ 3’ ฝั่งตะวันออก  
Real Estate ทุ่มเวนคืน 8.8 พันล้าน เร่ง ‘วงแหวนรอบ 3’ ฝั่งตะวันออก  
‘ไลฟ์ สุขุมวิท-พระราม 4’ คอนโดฯ วิวโค้งน้ำบางกะเจ้า
Real Estate ‘ไลฟ์ สุขุมวิท-พระราม 4’ คอนโดฯ วิวโค้งน้ำบางกะเจ้า
ตลาดงูบอลไพธอนโตไม่หยุดแพงสุดหลักล้าน ส่งขายอินเดีย เวียดนาม
Biz Movement ตลาดงูบอลไพธอนโตไม่หยุดแพงสุดหลักล้าน ส่งขายอินเดีย เวียดนาม
ธอส.อุ้มภาคอสังหาฯมองตลาดพ้นจุดต่ำสุด ‘ลดค่าโอน-จดจำนอง’ หนุน
Finance ธอส.อุ้มภาคอสังหาฯมองตลาดพ้นจุดต่ำสุด ‘ลดค่าโอน-จดจำนอง’ หนุน
TG x Bath & Bloom ชวนสูด ‘กลิ่นไทย’ บนเครื่องบิน
Business TG x Bath & Bloom ชวนสูด ‘กลิ่นไทย’ บนเครื่องบิน
ดูทั้งหมด

ภาวะโลกร้อนกับการบริหารจัดการน้ำ เรื่องใหญ่ใกล้ตัวคนไทย

07 ธ.ค. 2566 | 19:38น.
ภาวะโลกร้อน
คอลัมน์ : มองข้ามชอต
ผู้เขียน : ดร.เกียรติศักดิ์ คำสี
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (SCB EIC)

ภาวะโลกร้อนกำลังส่งผลกระทบต่อวัฏจักรน้ำของโลก โดยการหมุนเวียนของน้ำในโลก เช่น ฝนที่เปลี่ยนแปลงจะส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อระบบเศรษฐกิจ ทั้งภาคเกษตร อุตสาหกรรม และภาคเศรษฐกิจอื่น ๆ ตลอดจนส่งผลกระทบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อมโลก ซึ่งในกรณีของไทย
ผลกระทบเชิงกายภาพจากภาวะโลกร้อนโดยส่วนมากจะเกี่ยวข้องกับน้ำ

ประการแรก อุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นกำลังเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเกิดฝนในไทย อุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นส่งผลให้การเกิดฝนในไทยมีความแปรปรวนมากขึ้น กล่าวคือ ในช่วงที่มีฝนตก ฝนก็จะตกหนักมาก หรือในช่วงที่มีฝนแล้ง ฝนก็จะแล้งหนักมากเช่นกัน

ตัวอย่างเช่น จากข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ ปริมาณฝนตกในพื้นที่ภาคเหนือน้อยกว่าค่าเฉลี่ยปกติราว 33% แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากในเดือน ก.ย. และ ต.ค. ที่ปริมาณฝนตกมากกว่าค่าเฉลี่ยปกติสูงถึง 72% ซึ่งการเกิดฝนในรูปแบบนี้ จะเปลี่ยนแปลงปริมาณน้ำที่สามารถใช้ได้ในแต่ละช่วงเวลาและทำให้เกิดปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมบ่อยขึ้น

ปัญหาเหล่านี้จะสร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนและโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงพืชผลทางการเกษตรและส่งผลเสียต่อระบบเศรษฐกิจไทยโดยรวม ซึ่งปัญหาภัยแล้งรุนแรงที่เกิดขึ้นในปีนี้และปัญหาน้ำท่วมครั้งใหญ่ในปี 2011 เป็นเพียงแค่หนังตัวอย่างเท่านั้น

ซึ่งหากอุณหภูมิโลกยังมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ก็จะทำให้ปริมาณฝนในไทยมีความแปรปรวนมากยิ่งขึ้นและทำให้ปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งรุนแรง ยาวนานและถี่ขึ้นอย่างที่ประเทศไทยไม่เคยพบมาก่อน

ประการต่อมา ภาวะโลกร้อนกำลังทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นและส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชายฝั่งในไทย โดยจากข้อมูลขององค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติ (NOAA) ของสหรัฐ ในปี 2022 พบว่า ระดับน้ำทะเลเฉลี่ยของโลกเพิ่มสูงขึ้นราว 21-24 เซนติเมตร นับตั้งแต่ปี 1880 เป็นต้นมา ซึ่งระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นดังกล่าวกำลังส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชายฝั่งทะเลของไทยที่ยาวกว่า 3,151 กิโลเมตรในหลายมิติ

ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการกัดเซาะพื้นที่ชายฝั่ง ปัญหาน้ำท่วมโดยเฉพาะในช่วงเวลาที่น้ำทะเลหนุนสูง ปัญหาการรุกล้ำของน้ำเค็มเข้าสู่พื้นที่เกษตร ซึ่งปัญหาเหล่านี้ก่อให้เกิดการสูญเสียพื้นที่บริเวณแนวชายฝั่งและสร้างความเสียหายต่อบ้านเรือน โครงสร้างพื้นฐาน และความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเลไทย

และ ประการสุดท้าย ภาวะโลกร้อนมีส่วนทำให้ความต้องการใช้น้ำเพิ่มสูงขึ้น อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นจะทำให้ความต้องการบริโภคน้ำของคน พืชและสัตว์ปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากอากาศที่ร้อนขึ้น จะเพิ่มการระเหยของน้ำจากดิน พืช และส่งผลให้ผิวหนังมีการขับเหงื่อออกมาเพิ่มขึ้น

ซึ่งปริมาณความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้นจะทำให้ปัญหาการแย่งชิงทรัพยากรน้ำระหว่างผู้ใช้น้ำกลุ่มต่าง ๆ ในไทยหรือระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านมีความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้หรือในช่วงที่เกิดวิกฤตภัยแล้ง

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศซึ่งส่งผลกระทบทางกายภาพโดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องน้ำดังกล่าว จึงเป็นภัยคุกคามที่สำคัญต่อไทยทั้งในปัจจุบันและอนาคต ดังนั้น ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาสังคมจะต้องหันมาให้ความสำคัญและร่วมมือกันอย่างจริงจังกับการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ

ทั้งในด้านความต้องการ (demand) และการจัดหา (supply) เช่น การเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ (water infrastructures) ต่าง ๆ อาทิ บ่อกักเก็บน้ำ หรือออกแบบมาตรการรวมทั้งแนวทางที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำในกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่าง ๆ เป็นต้น

ประสบการณ์จากหลายประเทศเป็นเครื่องยืนยันว่าเทคโนโลยีและนวัตกรรม คือตัวช่วยสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการน้ำได้ ตัวอย่างเช่น โรงงานผลิตนมผงของเนสท์เล่ประเทศเม็กซิโกที่ใช้เทคโนโลยีดึงน้ำออกมาจากนมที่แปรรูป

ซึ่งทำให้โรงงานมีน้ำเพียงพอต่อความต้องการใช้โดยที่ไม่ต้องพึ่งน้ำจากแหล่งภายนอก หรือสิงคโปร์ที่มีการติดตั้งเซ็นเซอร์เก็บข้อมูลน้ำตามจุดต่าง ๆ ทั่วประเทศ ซึ่งช่วยทำให้เกิดการบริหารจัดการน้ำแบบเรียลไทม์อย่างมีประสิทธิภาพ

หรือแม้แต่อิสราเอลก็มีการพัฒนานวัตกรรมชลประทานน้ำหยด ซึ่งช่วยลดการใช้น้ำในภาคเกษตรได้อย่างมหาศาลและมีการพัฒนาโครงข่ายน้ำด้วยระบบท่อใต้ดินที่ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ ทำให้สามารถผันน้ำจากพื้นที่ที่มีน้ำส่วนเกินไปสู่พื้นที่ที่ขาดแคลนน้ำได้

เช่นเดียวกับโครงการเดลตาเวิร์กส์ (Delta Works) ของเนเธอร์แลนด์ ที่มีการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำต่าง ๆ ที่หลากหลาย เช่น คันกั้นน้ำ จนทำให้เนเธอร์แลนด์ประสบความสำเร็จอย่างมากในการบริหารจัดการน้ำและป้องกันปัญหาน้ำท่วมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ภาวะโลกร้อนกำลังส่งผลกระทบต่อ “น้ำ” ซึ่งเป็นทรัพยากรมีความสำคัญอย่างมากต่อวิถีชีวิตคนไทย ดังนั้น การเร่งยกระดับขีดความสามารถในการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านน้ำ จึงมิใช่ทางเลือก แต่เป็นทางรอด ที่จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้เศรษฐกิจและสังคมไทยเติบโตได้อย่างยั่งยืน ท่ามกลางวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่นับวันจะทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง