เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ฝ่าพายุเศรษฐกิจสไตล์ “ศุภชัย” พัฒนา “คน” เติมความรู้คู่คุณธรรม

24 มี.ค. 2567 | 08:48น.

“ในความเปลี่ยนแปลง หากบริษัทไม่ปรับตัว จะขาดทุนและปิดตัวลง ส่วนบริษัทที่เสมอตัวแสดงว่า ทำ Digital Transformation ได้สำเร็จ และบริษัทที่เติบโตและกำไรเพิ่มต่อเนื่อง คือ Tech Company เป็นบริษัทที่ขับเคลื่อนโดยเทคโนโลยี ซึ่งประเทศก็ไม่แตกต่างกัน”

นั่นคือบทสรุปที่ “ศุภชัย เจียรวนนท์” ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด กล่าวในงานสัมมนา PRACHACHAT BUSINESS FORUM 2024 #ฝ่าพายุความเปลี่ยนแปลง ภายใต้หัวข้อ The new chapter ธุรกิจไทย (ในวันที่โลกไม่เหมือนเดิม)

6 ความเปลี่ยนแปลง

พายุแห่งความเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ “นายศุภชัย” ตีความถึงการเปลี่ยนจากโลกยุค 4.0 เป็น 5.0 ซึ่งมีความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงของโลกใน 6 ด้านที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ คือ 1.การลดความเหลื่อมล้ำ 2.การปฏิรูปดิจิทัล 3.ปัญหาโลกร้อนและเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ที่ทั่วโลกวางไว้ในปี 2050

4.ขั้วอำนาจทางเศรษฐกิจในอนาคตจะมีมากกว่า 2 ขั้วอำนาจ มีโอกาสจะเกิดขั้วอำนาจใหม่ อย่างอินเดียประกาศจะเป็นเศรษฐกิจอันดับ 3 ของโลกในปี 2030 5.พฤติกรรมผู้บริโภคปัจจุบันเปลี่ยนแปลง และ 6.สุขภาพมนุษย์ ทั่วโลกกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย ซึ่งจะทำให้การใช้จ่ายเกี่ยวกับผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น

4 ปัจจัยความจำเป็นใหม่

หากพูดถึงประเด็นความเหลื่อมล้ำ พบว่ามีปัจจัยพื้นฐานใหม่ 4 เรื่องคือ 1.ความรู้ต้องคู่คุณธรรม การเข้าถึงระบบการศึกษาที่มีคุณภาพ 2.ระบบการเงิน ที่วันนี้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกใบอนุญาต Virtual Bank

โดยมีเป้าหมายไปยังกลุ่มที่เข้าไม่ถึงการเงินในระบบ ซึ่งมีอยู่ถึง 70% ของประชากรไทย สิ่งที่ใหญ่มากซ่อนอยู่ คือเศรษฐกิจไม่ได้อยู่ในระบบภาษี (ใต้ดิน) ที่เรามองไม่เห็นใหญ่มากกว่า 2-3 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เกินกว่า 50% ของ GDP ซึ่งทำให้สังคมและเศรษฐกิจขาดศักยภาพ

3.การเข้าถึงระบบการสื่อสาร และเทคโนโลยี เพื่อให้เข้าถึงตลาด องค์ความรู้ โดยไม่ต้องผ่านระบบเศรษฐกิจเดิม เช่น ปัจจุบันมีอินฟลูเอนเซอร์ TikTok ซึ่งถ้า วันนี้TikTok เข้าตลาดหุ้นแนสแดคได้ก็จะมีมูลค่าตลาดใกล้เคียงกับ Google , Facebook เป็นต้น

“ในอนาคตแค่ อินเทอร์เน็ต มือถือ อาจจะไม่พอ เพราะมีความจำกัดของการทำงาน ตามหลักแล้ว จำเป็นจะต้องมีคอมพิวเตอร์เพิ่มขึ้น เพื่อพัฒนางานวิจัยเพิ่มองค์ความรู้”

4.ระบบประกันสังคม มีความสำคัญ ซึ่งปัจจุบันนับว่ามีความผิดปกติที่ผู้มีฐานะมากก็จะมีมูลค่าประกันสูง ส่วนผู้ที่มีรายได้น้อย ไม่มีประกัน ถ้ากลุ่มนี้ป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุ ทั้งครอบครัวจะประสบปัญหาทันที

ดังนั้น ระบบของประกันสังคม ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ เป็นระบบที่ต้องให้ทุกคนเข้าถึงได้ และเป็นสิ่งจำเป็นใหม่ ที่จะให้ระบบสังคมเกิดความมั่นคงของชีวิตเพิ่มขึ้น

“หากเราบอกว่าจะทำความเหลื่อมล้ำให้ลดลง แม้จะไม่สามารถที่จะทำให้หมดไปได้ ควรให้เกิดความเสมอภาคทั้ง 4 เรื่องใหญ่นี้ จึงเป็นเรื่องที่เป็นนโยบายระดับรัฐและให้เกิดความร่วมมือกับภาคเอกชน ซึ่งเป็นนโยบายระดับโลกอีกด้วย”

ผนวก 3 สิ่งเปลี่ยนผ่านสู่ยุค 5.0

ถ้าพูดถึงวิวัฒนาการการเปลี่ยนแปลงกำลังเข้าสู่ยุค 5.0 นิยามไว้ว่า “ยุคสังคมแห่งภูมิปัญญาที่ยั่งยืนที่เรารู้ว่าเป็นยุคที่มนุษย์และเทคโนโลยีเป็นหนึ่งเดียวกัน แม้กระทั่งองค์กรจะเป็นหนึ่งเดียวกับเทคโนโลยี”

“หากสามารถผนวก 3 เรื่องที่เป็น Agenda ของโลก คือ ความยั่งยืน ทรัพยากรมนุษย์และเทคโนโลยี เราจะเข้าสู่ยุค 5.0 จริงๆคือยุคAI ยุคนี้ขีดความสามารถของมนุษย์ที่เกิดขึ้น นอกจากคุณธรรม จริยธรรม ก็คือในเรื่องของการใช้เทคโนโลยี แต่ในเวลาเดียวกันเราก็ต้องสามารถที่จะปรับตัวสู่การเปลี่ยนแปลงได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมาก”

เศรษฐกิจไทยอยู่ตรงไหน

นายศุภชัยตั้งคำถามว่า เศรษฐกิจประเทศไทยอยู่ตรไหน IMF (กองทุนการเงินระหว่างประเทศ) คาดการณ์เศรษฐกิจไทย ปี 2567 โต 2.7% ลดลงจากคาดการณ์เมื่อต้นปีที่มองไว้ 3% ขณะที่เศรษฐกิจยุโรปขยายตัว 0.9% เพราะเศรษฐกิจกำลังแย่ ส่วนรัสเซีย 2.6% สหรัฐอเมริกา 2.1% โตน้อยลงจากการปรับขึ้นดอกเบี้ย แต่คาดว่าจะปรับลดดอกเบี้ยเร็วๆนี้ ส่วนอินเดีย 6.5% และจีน 5% เพราะส่งออกจีนมีการเติบโต

หากมองที่“เศรษฐกิจอาเซียน” ขยายตัว 4.2% หลายประเทศในอาเซียนเติบโตเป็นไปในทิศทางที่ดี เช่น ฟิลิปปินส์โต 5.5% ไทยเติบโตช้าที่สุดในกลุ่มอาเซียน แต่หลายประเทศทั่วโลกกำลังมุ่งเข้าปรับทิศทางการลงทุนมาที่อาเซียน และอินเดียที่เศรษฐกิจเติบโต 6.5% รวมแล้วมีประชากรถึง 2,000 ล้านคน ดังนั้น ในปี 2030 เศรษฐกิจกลุ่มอาเซียนอาจจะอยู่อันดับ 4 ของโลก รองจากอินเดีย

“GDP ประเทศไทยโตช้าที่สุดในอาเซียน และอีกไม่นานหลายประเทศในอาเซียนจะมีขนาดเศรษฐกิจใกล้เคียงกับประเทศไทย ประเทศไทยกำลังเดินช้ามาก นโยบายสังคม ระบบนิเวศ 
โครงสร้างพื้นฐาน ระบบการศึกษา การให้สิทธิประโยชน์ เพื่อดึงดูดการลงทุนเป็นเรื่องที่ต้องเร่งดำเนินการ ไทยมีโอกาสเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจในอาเซียน ทั้งดิจิทัล เทคฮับ โลจิสติกส์ฮับ เทรดฮับ รวมถึงไฟแนนเชียลฮับ”

ความสามารถดิจิทัลไทย

IMD จัดอันดับประเทศที่มีความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัล ซึ่งประเทศไทยจัดอยู่ในอันดับที่ 35 จากปีก่อนอันดับที่ 40 รองจากมาเลเซีย อยู่ที่อันดับ 34

ดัชนี IMD ให้ความสำคัญใน 3 เรื่อง คือ ความรู้ เทคโนโลยี และความพร้อมในอนาคต ซึ่งในด้านความรู้ ไทยอยู่อันดับที่ 41 แม้เราจะเป็นระดับเศรษฐกิจที่ 26 ของโลก ซึ่งอนาคตกลุ่มประเทศในอาเซียน กำลังจะแซงประเทศไทยภายใน 2-3 ปี ของไทยจะไปอยู่ในระดับที่ 30 ของโลกได้ ใน 3-4 ปี เพราะเพื่อนบ้านมีการเติบโตทางเศรษฐกิจเร็วมาก

ส่วนด้านเทคโนโลยีไทยอยู่อันดับที่ 15 เติบโตเร็วมาก ทำให้ไทยเป็น Tech Hub ได้ สุดท้ายเรื่องความพร้อมในอนาคตประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 42 ในตัวชี้วัด ซึ่งในส่วนนี้จะเกี่ยวข้องกับเรื่องทรัพยากรมนุษย์

ชู 5 เสานำไทยผ่านพายุ

การที่ไทยจะผ่านพายุเศรษฐกิจ ไปได้ต้องอาศัย 5 เสาสำคัญ คือ 1.Transparency ความโปร่งใส ระดับตัวชี้วัดใหม่ การเดินหน้าประเทศต้องเริ่มต้นจากเป้าหมาย และวางตัวชี้วัดที่ถูกต้อง 2.Market Mechanism กลไกตลาดและวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ การตอบสนองตลาด การใช้ระบบ AI 3.Leadership & Talents ผู้นำและบุคลากร 5.0 วางระบบการศึกษาให้ดีขึ้น

4.Empowerment เด็กเป็นศูนย์กลางเพิ่มคุณธรรม พัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลที่มีศักยภาพตอบสนองความต้องการของตลาด AI จะทำให้คนเรามีเอ็มพาวเวอร์มากขึ้น

และ 5.Technology กำหนดหลักสูตรคอมพิวเตอร์เป็นวิชาบังคับ ส่งเสริมด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ตั้งแต่ม.ต้น เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีในภูมิภาค โดยจะต้องเพิ่มจำนวนคอมพิวเตอร์ให้นักเรียน 6 แสนเครื่อง หากเป็นไปได้ ทุกโรงเรียนต้องมี Learning Center ภายในปี 2025 และมุ่งสร้างความรู้ควบคู่ไปกับคุณธรรม