กรุงศรีฯ คาดเงินบาทซื้อขาย 35.70-36.20 บาท ตลาดทบทวนเฟดลดดอกเบี้ยในเดือน พ.ค.

เงินบาท

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา คาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 35.70-36.20 บาทต่อดอลลาร์ หลังเงินบาทอ่อนค่าสุดในรอบ 3 เดือนในสัปดาห์ที่ผ่านมา มอง นักลงทุนลุ้นเงินเฟ้อสหรัฐ-ทบทวนลดดอกเบี้ยในเดือน พ.ค. นี้ ฟาก กนง. ชี้ ความไม่แน่นอนเพิ่มโอกาส กนง. ลดดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด 

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2567 กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ประเมินเงินบาทในสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 35.70-36.20 บาทต่อดอลลาร์ ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 35.88 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในช่วง 35.45-35.98 บาทต่อดอลลาร์ โดยเงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดรอบเกือบ 3 เดือน ขณะที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติด้วยเสียง 5 ต่อ 2 ให้คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.50%

ขณะที่เงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่ในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยดัชนีดอลลาร์ปิดในแดนบวกได้เป็นสัปดาห์ที่ 4 ติดต่อกัน ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐยังคงบ่งชี้ความแข็งแกร่งและตอกย้ำท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ว่าไม่จำเป็นต้องรีบปรับลดดอกเบี้ย

ขณะที่เงินเยนร่วงลงแตะจุดต่ำสุดในรอบ 2 เดือน ท่ามกลางการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ และสัญญาณจากธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ที่ไม่มีแนวโน้มจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างรวดเร็ว เมื่อมีการยกเลิกนโยบายดอกเบี้ยติดลบในระยะข้างหน้า ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นและพันธบัตรไทยสุทธิ 1,028 ล้านบาท และ 11,828 ล้านบาท ตามลำดับ

สำหรับภาพรวมในสัปดาห์นี้ กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ กรุงศรี มองว่า นักลงทุนจะติดตามการเปิดเผยตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภคและยอดค้าปลีกเดือนมกราคมของสหรัฐ ขณะที่ตลาดทบทวนคาดการณ์จังหวะการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกของเฟดออกไปเป็นราวเดือนพฤษภาคมในภาพรวมเราคาดว่าเงินดอลลาร์จะยังคงได้แรงหนุนต่อไปในระยะนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับสกุลเงินที่มีอัตราผลตอบแทนต่ำ เช่น เงินเยน

ปัจจัยในประเทศ กรุงศรี โกลบอลมาร์เก็ตส์ คาดว่า กนง.ประเมินว่าเศรษฐกิจปลายปี’66 ชะลอลงมากกว่าคาดเนื่องจากการส่งออกและการผลิตฟื้นตัวช้า สินค้าคงคลังอยู่ในระดับสูง และการเปลี่ยนพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงการลงทุนภาครัฐที่ลดลง โดยคาดว่าจีดีพีปี’67 จะเติบโต 2.5-3.0%


อนึ่ง กนง.เห็นว่ามีความไม่แน่นอนสูงทั้งจากปัจจัยวัฏจักรและปัจจัยเชิงโครงสร้าง ขณะที่การตัดสินใจด้านนโยบายจะพิจารณาให้เหมาะสมกับแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ ล่าสุด กนง.ยืนยันว่า อัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำไม่ได้สะท้อนอุปสงค์อ่อนแอ แม้จะคาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปีนี้อาจทรงตัวใกล้ 1% ก่อนจะทยอยเพิ่มขึ้นในปี’68 ทั้งนี้ เราเคยประเมินว่าดอกเบี้ยนโยบายของไทยจะถูกตรึงไว้ตลอดปีนี้ แต่ยอมรับว่ามติที่ไม่เป็นเอกฉันท์และการระบุถึงความไม่แน่นอนต่าง ๆ เพิ่มโอกาสการลดดอกเบี้ยเร็วกว่าคาดหากบริบททางเศรษฐกิจเปลี่ยนไป