ป๊ะป๋าทุ่มเงินครึ่งแสน ซื้อโต๊ะเก้าอี้ใหม่ให้ทั้งชั้นเรียนลูก ชาวเน็ตถกกัน

ป๊ะป๋าทุ่มเงินครึ่งแสน

ลูกสาวนั่งเรียนลำบาก เขียนหนังสือบนโต๊ะก็ยาก เก้าอี้ก็ไม่มีพนักพิง ป๊ะป๋าทุ่มเงินครึ่งแสน ซื้อใหม่ให้ทั้งชั้นเรียน

วันที่ 3 ตุลาคม 2565 เซาท์ไชน่า มอร์นิง โพสต์  รายงานว่า เกิดประเด็นถกเถียงในโลกออนไลน์จีน กรณีคุณพ่อคนหนึ่ง แซ่ เจิง ทุ่มเงิน 10,000 หยวน หรือราว 53,000 บาท ซื้อโต๊ะเก้าอี้ให้ลูกสาวที่เรียนชั้นประถมฯ และเพื่อนนักเรียนทั้งชั้น ด้วยเห็นว่าของเดิมเก่าทรุดโทรมแล้ว

ข่าวนี้มาจากรายงานของสื่อท้องถิ่น Jimu News พ่อเด็กที่มณฑลเจียงซู ภาคตะวันออก ให้สัมภาษณ์ว่า โต๊ะเก้าอี้เดิมทำจากไม้ ไม่รู้ว่าใช้มานานกี่ปีแล้ว แต่โต๊ะขรุขระมาก ทำให้เด็กเขียนหนังสือลำบาก ส่วนเก้าอี้ไม่มีพนัก เด็กนั่งไม่สบายเลย แต่ต้องทนนั่งมานานแล้ว

โต๊ะเก้าอี้ชุดเก่า / Photo: gmw.cn

“ดังนั้น ผมเสนอโรงเรียนไปให้เปลี่ยนโต๊ะเก้าอี้ให้เด็ก เมื่อโรงเรียนบอกว่าทำไม่ได้ ผมก็เลยออกเงินซื้อให้เลย” นายเจิงกล่าว

ด้านผู้บริหารโรงเรียนเผยว่า จัดซื้อของใหม่ให้เด็กนักเรียนไม่ได้ เพราะมีงบประมาณจำกัด จึงชื่นชมนายเจิงที่บริจาคให้ ขณะที่นายเจิงเสนอซื้อให้เพราะได้ส่วนลดราคาพิเศษ และทางร้านยังจัดส่งให้ถึงห้องเรียนด้วย

“วันต่อมา เด็ก ๆ ก็ได้เห็นโต๊ะเก้าอี้ใหม่ พวกเขาดีใจกันมาก จากนั้นครูก็ประกาศในห้องว่า ผมบริจาคมาให้ ลูกสาวผมดีใจและภูมิใจมาก” นายเจิงเล่าอย่างปลาบปลื้ม

นายเจิงกล่าวด้วยว่า ตกลงกับทางโรงเรียนแล้วว่า โต๊ะเก้าอี้ชุดใหม่นี้จะได้ใช้ในชั้นเรียนเดิม เมื่อได้เลื่อนชั้นต่อไป

คุณพ่อจัดซื้อโต๊ะเก้าอี้ใหม่ให้ทั้งชั้น / Photo: SCMP

ข่าวนี้มีผู้เข้าอ่านทางโซเชียลเว่ยป๋อกว่า 100 ล้านครั้ง และผ่านทางตู้อิน 10 ล้านครั้ง และมีคนเห็นต่างกันสองฝ่าย อีกฝ่ายเห็นว่าทำไม่ถูก เพราะจะทำให้เกิดการเปรียบเทียบกับชั้นเรียนอื่น และบีบให้ผู้ปกครองคนอื่นต้องบริจาคบ้าง แต่ฝ่ายหนึ่งชื่นชมปรบมือให้

“พ่อรักใหญ่มาก ทุ่มให้ทั้งชั้นเรียนของลูกสาว ขอปรบมือให้ ดีกว่าไปบริจาคอย่างอื่น” ผู้ใช้ตู้อินรายหนึ่งโพสต์ ส่วนอีกคนโพสต์ว่า “ความตั้งใจของพ่อรายนี้ก็ดีนะ ฉันไม่เห็นว่าจะมีอะไรผิดปกติที่บริจาคเงินแบบนี้”

อีกคนหนึ่งโพสต์ว่า “โรงเรียนต้องเป็นฝ่ายเปลี่ยนโต๊ะเก้าอี้ให้เด็กสิ เงินกองทุนการศึกษาไปไหน พ่อคนนี้ตบหน้าเจ้าหน้าที่ศึกษาธิการชัด ๆ”

Advertisement

ด้านนายเจิงให้สัมภาษณ์หลังทราบว่าเรื่องราวของตนเองเป็นที่ถกเถียงในโลกออนไลน์ว่า “ผมแค่อยากทำอะไรให้ลูกและเพื่อน ๆ ร่วมชั้นของลูก ไม่ได้คิดเป็นอื่นเลย ผมไม่ใช่คนร่ำรวยอะไร อย่างที่คนในเน็ตคิด ผมออมเงินเดือนแต่ละเดือนไว้เท่านั้น”

….