สินมั่นคงฯ : คปภ.เกาะติดกระบวนการฟื้นฟูกิจการ-ส่งสัญญาณเตือน ปชช.

คปภ.ยื่น สินมั่นคง

คปภ.ส่งสัญญาณเตือนประชาชน พิจารณาข้อมูลรอบด้านก่อนทำประกันภัยกับ “สินมั่นคงประกันภัย” เกาะติดสถานการณ์ใกล้ชิดกรณีกระบวนการฟื้นฟูกิจการ ศาลนัดไต่สวน 15 ธ.ค.นี้

วันที่ 4 ธันวาคม 2566 รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า ตามที่บริษัท สินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ SMK ได้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง ต่อมาศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งให้บริษัทฟื้นฟูกิจการ และแต่งตั้งบริษัทเป็นผู้ทำแผนฟื้นฟูกิจการ เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2565

ส่งผลให้อำนาจหน้าที่ในการจัดการกิจการและทรัพย์สินของบริษัท และบรรดาสิทธิตามกฎหมายของผู้ถือหุ้นของบริษัท เว้นแต่สิทธิที่จะได้รับเงินปันผล ตกแก่บริษัทซึ่งเป็นผู้ทำแผน

โดยเจ้าหนี้ของบริษัทสามารถยื่นขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการในคดีนี้ภายในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2566 โดยเมื่อครบกำหนดยื่นคำขอรับชำระหนี้แล้วบริษัทต้องรวบรวมเจ้าหนี้ที่ยื่นคำขอรับชำระหนี้ และจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการเพื่อเสนอต่อเจ้าหนี้และศาล เพื่อพิจารณา

นายทะเบียนด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการ คปภ. (บอร์ด คปภ.) ได้อาศัยอำนาจตามมาตรา 52 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551 สั่งให้บริษัทแก้ไขฐานะและการดำเนินการหลายประการ เพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของผู้เอาประกันภัยและประชาชน ตามคำสั่งนายทะเบียนที่ 36/2565 ลงวันที่ 31 ตุลาคม 2565

เช่น ให้เพิ่มทุนและแก้ไขฐานะการเงินให้เพียงพอต่อภาระผูกพันและให้มีอัตราส่วนของเงินกองทุนเพียงพอตามที่กฎหมายกำหนดภายใน 1 ปี และให้เปิดเผยข้อมูลทางการเงิน สินทรัพย์สภาพคล่อง และภาระหนี้สินตามสัญญาประกันภัย ในหน้าเว็บไซต์ของบริษัท เพื่อให้ผู้เอาประกันภัยและประชาชนทราบถึงสถานะของบริษัทตลอดช่วงเวลาที่อยู่ภายใต้กระบวนการฟื้นฟูกิจการ

และให้ส่งข้อมูลดังกล่าวให้สำนักงาน คปภ. เพื่อเผยแพร่บนเว็บไซต์ของสำนักงาน คปภ. รวมทั้งให้ขออนุญาตศาลล้มละลายกลางให้มีคำสั่งอนุญาตให้บริษัทชดใช้เงินค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัยตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการหรือคำพิพากษาของศาล สำหรับประเภทสัญญาประกันภัยที่บริษัทดำเนินการค้าตามปกติ

ซึ่งสำนักงาน คปภ.ได้มีการติดตามการแก้ไขฐานะการเงินและการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง และใกล้ชิด ตลอดจนดำเนินการตามมาตรการต่าง ๆ รวมทั้งกำชับให้บริษัทดำเนินการตามคำสั่งนายทะเบียนดังกล่าวให้ครบถ้วนและปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยประกันวินาศภัยอย่างเคร่งครัด

บริษัทอยู่ระหว่างดำเนินการตามกระบวนการฟื้นฟูกิจการตามกฎหมายล้มละลาย โดยต้องมีการทำแผนการฟื้นฟูกิจการที่ต้องได้รับความเห็นชอบจากเจ้าหนี้ ซึ่งในระหว่างการดำเนินการตามกระบวนการฟื้นฟูกิจการ

สำนักงาน คปภ.ได้กำชับและติดตามให้บริษัทชดใช้ค่าสินไหมทดแทนสำหรับการค้าตามปกติ และเร่งหาผู้ร่วมทุน ประกอบกับเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2566 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้ประกาศข่าวว่ายังคงขึ้นเครื่องหมาย SP และ NP หลักทรัพย์ SMK

กรณีผู้สอบบัญชีไม่ให้ข้อสรุปต่องบการเงินสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2566 โดยเครื่องหมาย SP (Trading Suspension) เป็นเครื่องหมายแสดงการห้ามซื้อขายหลักทรัพย์ จดทะเบียนเป็นการชั่วคราว และเครื่องหมาย NP (Notice Pending) เป็นเครื่องหมายกรณีบริษัทจดทะเบียนมีข้อมูลที่ต้องรายงาน ซึ่งสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนนี้จากเว็บไซต์ของ ตลท. (https://www.set.or.th/th/market/news-and-alert/newsdetails?id=84761601&symbol=SMK)

นอกจากนี้ หน้าเว็บไซต์ของกรมบังคับคดี (https://www.led.go.th) มีข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับผลการประชุมเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2566 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ (จพท.) ได้นัดประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาแผนฟื้นฟูกิจการ โดยที่ประชุมเจ้าหนี้ “มีมติไม่ยอมรับแผน” ตามมาตรา 90/46 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483

ซึ่งต่อมาเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2566 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่ง “ให้ลูกหนี้ ผู้ทำแผน และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ร่วมกันตรวจสอบกระบวนการ ขั้นตอนที่เกี่ยวข้องในการลงมติล่วงหน้าของเจ้าหนี้ การบันทึกผลคะแนน ระบบประมวลผล และกระบวนการที่เกี่ยวข้อง”

ในการนี้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ จึงกำหนดให้เจ้าหนี้ทั้งที่ลงมติเห็นชอบและไม่เห็นชอบกับแผนฟื้นฟูกิจการ สามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมตรวจสอบ ณ กองฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ วันละ 12 ท่าน ตั้งแต่วันที่ 6, 9-12 และ 16-20 ตุลาคม 2566 เวลา 09.00-16.00 น. ตามแบบฟอร์มที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กำหนดในเว็บไซต์

ต่อมาเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2566 ปรากฏข่าวประชาสัมพันธ์บนหน้าเว็บไซต์ของกรมบังคับคดี (https://www.led.go.th) ว่า ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่ง “ให้ลูกหนี้ ผู้ทำแผน และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ร่วมกันตรวจสอบกระบวนการ ขั้นตอนที่เกี่ยวข้องในการลงมติล่วงหน้าของเจ้าหนี้ การบันทึกผลคะแนน ระบบประมวลผล และกระบวนการที่เกี่ยวข้องต่อไปจนเสร็จสิ้น”

ในการนี้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ จึงกำหนดให้เจ้าหนี้ทั้งที่ลงมติเห็นชอบและไม่เห็นชอบกับแผนฟื้นฟูกิจการ สามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมตรวจสอบ ณ กองฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ ตั้งแต่วันที่ 1-3, 6-10, 13-17 และ 20-23 พฤศจิกายน 2566 เวลา 09.00-16.00 น. ตามแบบฟอร์มที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กำหนดในเว็บไซต์

ทั้งนี้ ประชาชนควรพิจารณาข้อมูลอย่างรอบด้านก่อนทำประกันภัย โดยสามารถติดตามข้อมูล เกี่ยวกับฐานะการเงินของบริษัทได้ที่เว็บไซต์ของบริษัท (https://www.smk.co.th/investor) เว็บไซต์ของสำนักงาน คปภ. (https://www.oic.or.th/th/smk)

ส่วนเจ้าหนี้ของบริษัทสามารถติดตามความคืบหน้าของคดี และรายละเอียดอื่น ๆ เพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์กรมบังคับคดี (https://www.led.go.th) หากมีข้อสงสัยเรื่องประกันภัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน คปภ. 1186 หรือ www.oic.or.th


รายงานข่าวกล่าวเพิ่มว่า ในวันที่ 15 ธันวาคม 2566 ศาลมีการนัดฟังคำไต่สวนคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของบริษัทสินมั่นคงประกันภัย ซึ่งจะพิจารณาออกเป็น 2 เรื่องคือ 1.กรณีที่มีผู้คัดค้านกระบวนการลงมติล่วงหน้าของเจ้าหนี้สินมั่นคงประกันภัยไม่ชอบ ซึ่งศาลยังไม่มีคำสั่ง และ 2.ขอนับคะแนนโหวตแผนฟื้นฟูกิจการใหม่ ซึ่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะแจ้งผลให้ศาลทราบ และคาดว่าศาลคงจะมีคำสั่งในวันที่ 15 ธันวาคม 2566 จึงเชื่อว่าจะเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นในวันนั้นหลังเวลา 12.00 น.