เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
หุ้นไทยวันนี้แกว่ง 1,560-1,575 จุด รับ กนง.อัพ GDP-เฟดคงดอกเบี้ย ชู 4 ธีมหุ้นเด่น
Finance หุ้นไทยวันนี้แกว่ง 1,560-1,575 จุด รับ กนง.อัพ GDP-เฟดคงดอกเบี้ย ชู 4 ธีมหุ้นเด่น
ตลท.จี้ ROH แจงอนาคตธุรกิจ หลัง GROREIT โหวตขายโรงแรม หวั่นกระทบรายได้หลัก
Finance ตลท.จี้ ROH แจงอนาคตธุรกิจ หลัง GROREIT โหวตขายโรงแรม หวั่นกระทบรายได้หลัก
ความไม่ลงรอยในยุโรป สะเทือนถึงเอกภาพสหภาพ
World ความไม่ลงรอยในยุโรป สะเทือนถึงเอกภาพสหภาพ
ราคาทองวันนี้ (29 ต.ค. 69) ปรับลง 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,400 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (29 ต.ค. 69) ปรับลง 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,400 บาท
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังตลาดกังวลอุปทานจากตะวันออกกลางอาจหยุดชะงักอีกครั้ง
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังตลาดกังวลอุปทานจากตะวันออกกลางอาจหยุดชะงักอีกครั้ง
เพลิดเพลินกิจกรรมสร้างสรรค์พบ 10 ปกหนังสือขายดี มติชน J02
Biz Movement เพลิดเพลินกิจกรรมสร้างสรรค์พบ 10 ปกหนังสือขายดี มติชน J02
เจาะแผน ศรีนานาพร ฝ่าวิกฤตไฟไหม้ ฟื้นธุรกิจ
Business เจาะแผน ศรีนานาพร ฝ่าวิกฤตไฟไหม้ ฟื้นธุรกิจ
เก็งหุ้นแบงก์จ่ายปันผลปี’69 ‘KKP-CREDIT’ กำไรพุ่ง-แจกเพิ่มขึ้น
Finance เก็งหุ้นแบงก์จ่ายปันผลปี’69 ‘KKP-CREDIT’ กำไรพุ่ง-แจกเพิ่มขึ้น
ส่อง 20 กองทุนเด่นโค้งท้ายปี ก่อนปิดฉาก Thai ESG ลดภาษี 3 แสน
Finance ส่อง 20 กองทุนเด่นโค้งท้ายปี ก่อนปิดฉาก Thai ESG ลดภาษี 3 แสน
เร่งถกซื้อเพิ่มก๊าซเมียนมา เล็งแหล่ง A6 ส่งเข้าราชบุรี
Economic เร่งถกซื้อเพิ่มก๊าซเมียนมา เล็งแหล่ง A6 ส่งเข้าราชบุรี
ดูทั้งหมด

เปิด 4 เหตุผล ทำไม กนง.ไม่ลดดอกเบี้ยครั้งล่าสุด

21 ก.พ. 2567 | 20:04น.
กนง. ดอกเบี้ย

กนง.เปิด 4 ปัจจัย หนุนคงดอกเบี้ย 2.50% ต่อปี มองการลดอัตราดอกเบี้ยจะเพิ่มแรงส่งต่อเศรษฐกิจได้ไม่มาก และการใช้ “policy space” ที่มีจำกัดอย่างไม่คุ้มค่า เหตุเศรษฐกิจชะลอจากปัจจัยเชิงโครงสร้าง-เพิ่มแรงกระตุ้นการก่อหนี้ใหม่ให้ระบบเศรษฐกิจ ย้ำพร้อมปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายตามสถานการณ์เปลี่ยนไป

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เผยแพร่รายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ฉบับย่อ ครั้งที่ 1/2567 เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ และ 7 กุมภาพันธ์ 2567 โดยคณะกรรมการที่เข้าร่วมประชุม ได้แก่ นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ (ประธาน) นางอลิศรา มหาสันทนะ (รองประธาน) นางรุ่ง มัลลิกะมาส นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน นายรพี สุจริตกุล นายสันติธาร เสถียรไทย นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส

ทั้งนี้ จากคณะกรรมการมีมติ 5 ต่อ 2 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.50% ต่อปี โดย 2 เสียงเห็นควรให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี

โดยคณะกรรมการตระหนักถึงผลกระทบต่อกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะบริษัทที่มีขนาดเล็กและกำไรต่ำ หรือครัวเรือนที่มีภาระหนี้สูงที่จะได้รับผลกระทบจากดอกเบี้ยที่สูงขึ้นมากกว่ากลุ่มอื่น ๆ จึงสนับสนุนแนวทางแก้ปัญหาหนี้อย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการผลักดันให้สถาบันการเงินดำเนินมาตรการปรับโครงสร้าง หนี้อย่างต่อเนื่องและการใช้มาตรการเฉพาะจุด เช่น การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) และการคุ้มครองสิทธิลูกหนี้ซึ่งจะมีประสิทธิผลมากกว่า และมีต้นทุนน้อยกว่าการใช้อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ส่งผลกว้างระดับมหภาค (Blunt Tool)

ทั้งนี้ คณะกรรมการส่วนใหญ่เห็นว่าการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระดับที่เป็นกลางต่อเศรษฐกิจ (Neutral Interest Rate) จะช่วยสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ซึ่งต้องอาศัยการรักษาเสถียรภาพระบบการเงินเป็นพื้นฐานสำคัญ โดยเห็นว่า

1.เศรษฐกิจที่ขยายตัวชะลอลงในช่วงที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เกิดจากแรงส่งจากภาคต่างประเทศที่น้อยลง และผลกระทบจากปัจจัยเชิงโครงสร้าง

2.การลดอัตราดอกเบี้ยจะเพิ่มแรงส่งต่อเศรษฐกิจได้ไม่มากนัก ในบริบทที่อุปสงค์ในประเทศยังขยายตัวต่อเนื่อง และไม่สามารถแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่ทำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำได้ อีกทั้งยังเป็นการใช้ Policy Space ที่มีจำกัดอย่างไม่คุ้มค่า

3.ปัญหาเชิงโครงสร้างอาจมีนัยต่อ Neutral Interest Rate ซึ่งขึ้นอยู่กับศักยภาพการขยายตัวของเศรษฐกิจ แต่ผลกระทบดังกล่าวประเมินว่ามีไม่มาก อีกทั้งยังมีความไม่แน่นอนสูง จึงควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อให้ได้ความชัดเจนที่มากขึ้น

4.ต้นทุนของการดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายเกินไป คือการกระตุ้นการสร้างหนี้ใหม่ให้กับระบบเศรษฐกิจที่ปัจจุบันอยู่ในที่ระดับสูงมากอยู่แล้ว และอาจทำให้กระบวนการลดหนี้ (Deleveraging) ที่กำลังคืบหน้าหยุดชะงัก

นอกจากนี้ อาจเพิ่มพฤติกรรมการแสวงหาผลตอบแทนที่เสี่ยงมากขึ้น (Search for Yield) ลดทอนแรงจูงใจในการพัฒนาด้านศักยภาพการผลิต ส่งผลลบต่อประสิทธิภาพในการจัดสรรทรัพยากร รวมทั้งเพิ่มการสะสมความเปราะบางในระบบเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ดี กรรมการมีความยืดหยุ่นและพร้อมที่จะปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายหากพัฒนาการเศรษฐกิจและเงินเฟ้อเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ