โอไมครอน: รวมข้อมูลสำคัญ-สถานการณ์ล่าสุด

โอไมครอน อัพเดตเหตุการณ์สำคัญ
REUTERS/ Sumaya Hisham

สรุปสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนทั่วโลก ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2564 เป็นต้นไป

รวบรวมข่าวและสถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับการระบาดของโควิด-19 ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดให้เป็น “เชื้อกลายพันธุ์ที่น่ากังวล” (Variants of Concern หรือ VOC) ซึ่งมีรายงานพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์นี้ครั้งแรกในทวีปแอฟริกา

______________________________________________________________

วันพฤหัสบดีที่ 25 พฤศจิกายน 2564

นักวิทยาศาสตร์ในแอฟริกาใต้เผยว่า ได้ตรวจพบโควิดสายพันธุ์ใหม่ B.1.1.529 ซึ่งมีการกลายพันธุ์บริเวณโปรตีนหนามกว่า 30 จุด ขณะที่สายพันธุ์เดลต้าพบการกลายพันธุ์เพียง 2 จุด สร้างความกังวลว่ามันอาจทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อพุ่งสูงขึ้น เบื้องต้นพบผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์ใหม่นี้ในแอฟริกาใต้ บอตสวานา และฮ่องกง

วันศุกร์ที่ 26 พฤศจิกายน 2564

หลังมีคำเตือนเกี่ยวกับสายพันธุ์ B.1.1.529 อังกฤษ ได้ประกาศระงับเที่ยวบินจาก 6 ประเทศในแอฟริกาตอนใต้ ได้แก่ แอฟริกาใต้ นามิเบีย ซิมบับเว บอตสวานา เลโซโท และเอสวาตินี ตั้งแต่เที่ยงวันที่ 26 พฤศจิกายนเป็นต้นไป แม้จะยังไม่มีรายงานว่ามีผู้ติดเชื้อสายพันธุ์ใหม่ในอังกฤษ

มีการยืนยันพบผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์ใหม่ จำนวน 59 รายในแอฟริกาใต้ บอตสวานา และฮ่องกง

องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศชื่อโควิดสายพันธุ์ใหม่ว่า “โอไมครอน” พร้อมจัดให้อยู่ในกลุ่มเชื้อกลายพันธุ์ที่น่ากังวล (Variants of Concern หรือ VOC) ลำดับที่ 5 เช่นเดียวกับอัลฟ่า เบต้า แกมม่า และเดลต้า ขณะที่อีก 2 สายพันธุ์ที่สร้างความกังวลก่อนหน้านี้ ได้แก่ แลมบ์ดาและมิว ยังเป็นสายพันธุ์ที่อยู่ในความสนใจ (Virant of Interest) ซึ่งมีความร้ายแรงต่ำกว่า

การประกาศดังกล่าวส่งผลต่อตลาดหุ้นทั่วโลก โดยเฉพาะในช่วงปิดตลาดในวันศุกร์ เช่นเดียวกับราคาน้ำมันที่ร่วงลงอย่างหนัก ตรงข้ามกับ หุ้นของบริษัทผู้ผลิตวัคซีน เช่น ไบออนเทค ไฟเซอร์ โมเดอร์นา และโนวาแวกซ์ ที่พากันปรับตัวเพิ่มขึ้น

วันเสาร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2564

สหรัฐอเมริกา รวมถึงหลายประเทศในยุโรปและเอเชีย เริ่มใช้มาตรการต่าง ๆ เพื่อคุมเข้มการเดินทางจากแอฟริกาใต้ ด้าน แอฟริกาใต้ ชี้ว่าการบังคับใช้มาตรการจำกัดการเดินทางจากแอฟริกาใต้นั้น “ไม่ยุติธรรม” ทั้งยังขัดต่อบรรทัดฐานของ WHO ด้วย

องค์การการค้าโลก (WTO) เป็นหน่วยงานระดับโลกแห่งแรกที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิดสายพันธุ์ใหม่ โดย WTO ได้ประกาศเลื่อนการประชุมผู้แทนระดับรัฐมนตรีครั้งแรกในรอบ 4 ปี ซึ่งเดิมกำหนดให้มาร่วมประชุมกันระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายนถึง 3 ธันวาคม 2564 ณ นครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ เนื่องจากเกรงว่าผู้แทนจากประเทศต่าง ๆ จะไม่สามารถเดินทางมาร่วมประชุมได้ เพราะติดมาตรการเรื่องการเดินทาง

อังกฤษ เยอรมนี และอิตาลี พบผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์ใหม่โอไมครอนรายแรกของประเทศ

อิสราเอล เป็นชาติแรกที่ประกาศปิดประเทศ ห้ามต่างชาติเข้าประเทศเป็นเวลา 14 วัน พร้อมใช้เทคโนโลยีติดตามทางโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีต่อต้านก่อการร้าย เพื่อสกัดการระบาดของโอไมครอน

แพทย์หญิงชาวแอฟริกาใต้ ซึ่งเป็นคนแรกที่ส่งสัญญาณเตือนเกี่ยวกับโควิดสายพันธุ์โอไมครอน เผยว่า อาการจากการติดเชื้อสายพันธุ์โอไมครอนนั้น “ผิดปกติแต่ไม่รุนแรง” พร้อมแสดงความกังวลว่าสายพันธุ์นี้อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนในผู้สูงอายุและผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีน

หุ้นบริษัทผู้ผลิตวัคซีนพุ่งขึ้นต่อเนื่อง โดยหลายบริษัทออกมาประกาศถึงความพร้อมในการพัฒนาวัคซีนเพื่อป้องกันสายพันธุ์โอไมครอน อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องรอข้อมูลเพิ่มเติมว่าวัคซีนที่มีอยู่ในปัจจุบันสามารถป้องกันโอไมครอนได้หรือไม่

กระทรวงสาธารณสุข วางมาตรการห้าม 8 ประเทศเข้าไทย ได้แก่ บอตสวานา เอสวาตินี เลโซโท มาลาวี โมซัมบิก นามิเบีย แอฟริกาใต้ และซิมบับเว ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2564 และไม่อนุญาตให้ลงทะเบียนเข้าประเทศไทย ทั้งระบบ COE หรือ Thailand Pass ตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน ส่วนผู้โดยสารจากประเทศข้างต้น ที่เดินทางถึงไทยในช่วงวันที่ 28-30 พฤศจิกายน 2564 ต้องเข้ากระบวนการ Quarantine จำนวน 14 วันทันที

วันอาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายน 2564

เนเธอร์แลนด์ พบผู้ติดเชื้อโอไมครอนเป็นครั้งแรก รวดเดียว 13 ราย เช่นเดียวกับ ออสเตรเลีย ที่พบผู้ติดเชื้อโอไมครอนครั้งแรก

วันจันทร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2564

WHO เตือนสายพันธุ์โอไมครอนที่เพิ่งค้นพบล่าสุดนั้นก่อความเสี่ยงสูงทั่วโลก แนะใช้แนวทางยึดตามความเสี่ยงปรับมาตรการการเดินทางระหว่างประเทศให้ทันท่วงที

ญี่ปุ่น สั่งห้ามนักเดินทางต่างชาติเข้าประเทศ ตั้งแต่ 30 พฤศจิกายนเป็นต้นไป จนกว่าจะมีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสายพันธุ์โอไมครอน

ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) แจ้งปรับมาตรการป้องกันควบคุมโรคสำหรับผู้เดินทางเข้าราชอาณาจักร จากทวีปแอฟริกา

วันอังคารที่ 30 พฤศจิกายน 2564

ผู้บริหารโมเดอร์นาเตือน วัคซีนโควิดที่มีอยู่ในปัจจุบัน อาจมีประสิทธิภาพลดลงเมื่อเจอสายพันธุ์โอไมครอน ขัดแย้งกับไบออนเทคที่บอกว่าโควิดโอไมครอนอาจทำให้คนฉีดวัคซีนแล้วติดเชื้อมากขึ้น แต่วัคซีนจะช่วยให้ไม่ป่วยรุนแรง และอาจไม่จำเป็นต้องพัฒนาวัคซีนใหม่

ญี่ปุ่น พบผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอนรายแรก เป็นนักการทูตชาวนามิเบียวัย 30 ปี เพศชาย ซึ่งมีผลตรวจโควิดเป็นบวกหลังเดินทางมาถึงสนามบินนาริตะใกล้กับกรุงโตเกียว

ยืนยันพบผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอนแล้วจำนวน 42 ราย ใน 10 ชาติสมาชิกของสหภาพยุโรป (EU)

ราชกิจจานุเบกษา ประกาศขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉินอีก 2 เดือน สิ้นสุด 31 มกราคม 2565 เพื่อสกัดโควิดสายพันธุ์โอไมครอนที่ระบาดรุนแรงในยุโรป ประกอบกับไทยเข้าสู่ฤดูหนาว-ปีใหม่ มีการรวมตัวและเดินทาง

กระทรวงการต่างประเทศ แจ้งระงับลงทะเบียน Thailand Pass ชั่วคราวแก่ผู้ที่เดินทางมาจาก 8 ประเทศในแอฟริกา พร้อมมาตรการดูแลผู้เดินทางเข้า-ออกไทยกับอีก 8 ประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม เบรกบุคคลเดินทางเข้าไทย ยกเว้นคนไทยบินเข้ามาได้ทุกวันพุธ

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยการใช้วัคซีนแบบลูกผสม อาจส่งผลดีต่อการรับมือไวรัสกลายพันธุ์โอไมครอน

วันพุธที่ 1 ธันวาคม 2564

WHO เผยว่า มีอย่างน้อย 23 ประเทศ จาก 5 ใน 6 ภูมิภาค ในพื้นที่การดำเนินงานของ WHO ที่มีรายงานการพบโควิดสายพันธุ์โอไมครอน และคาดว่าจำนวนผู้ติดเชื้อจะเพิ่มขึ้นอีก

โปรตุเกสพบนักฟุตบอลและเจ้าหน้าที่ของสโมสรฟุตบอล บี เอสเอดี จำนวน 13 คน ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอน หลังจากที่มีนักฟุตบอลคนหนึ่งในสโมสรเดินทางกลับจากประเทศแอฟริกาใต้เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

ไนจีเรียพบผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอน 1 ราย จากการเก็บตัวอย่างเมื่อเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงก่อนการรายงานพบผู้ติดเชื้อรายแรกในแอฟริกาใต้หลายสัปดาห์

ญี่ปุ่น พบผู้ติดเชื้อโอไมครอนรายที่ 2 จ่อห้ามทุกเที่ยวบินเข้าประเทศถึงมกราคม 2565 ซึ่งอาจทำให้แม้แต่ชาวญี่ปุ่นที่อยู่ในต่างประเทศ และยังไม่ได้จองตั๋วเดินทางเข้าญี่ปุ่น จะไม่สามารถกลับบ้านเกิดได้จนกว่าจะถึงปีหน้า

ศบค. ประกาศติดตาม 252 คนที่เดินทางจาก 8 ประเทศเสี่ยงสูง เข้าไทยตั้งแต่ 15-27 พฤศจิกายน เพื่อให้เข้ารับการตรวจ RT-PCR ที่โรงพยาบาลรัฐโดยเร็วที่สุด ไม่เสียค่าใช้จ่าย ขณะที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยตั้งแต่ 15 พฤศจิกายน มีนักท่องเที่ยวจากแอฟริกาเข้าไทย 783 คน สั่งตามตัวตรวจเชิงรุก

วันพฤหัสบดีที่ 2 ธันวาคม 2564

สหรัฐ พบผู้ติดเชื้อโอไมครอนรายแรก เป็นผู้ที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากแอฟริกาใต้ ได้รับการฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว

อินเดียพบผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอนครั้งแรก จำนวน 2 ราย วอนประชาชนอย่าตื่นตระหนก แต่ให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด และให้รีบไปฉีดวัคซีนให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เผย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีสั่งตรวจนักท่องเที่ยวเข้มเพื่อป้องกันสายพันธุ์โอไมครอน ชี้หากเกิดการแพร่ระบาดมีเม็ดเงิน พ.ร.ก.กู้เงินฉบับเพิ่มเติม วงเงิน 2.5 แสนล้านบาทรับมือ

วันศุกร์ที่ 3 ธันวาคม 2564

WHO เตือนประเทศในเอเชีย-แปซิฟิก เพิ่มขีดความสามารถการรักษา-ฉีดวัคซีนประชาชนกลุ่มเสี่ยง รับมือการระบาดของโควิดสายพันธุ์โอไมครอน ชี้ ไม่ควรพึ่งมาตรการควบคุมพรมแดนอย่างเดียว

แอฟริกาใต้พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทะลุหลักหมื่นต่อวัน โดยสายพันธุ์โอไมครอนกลายเป็นสายพันธุ์หลักในประเทศไปแล้ว รอลุ้นสถานการณ์ 3-4 สัปดาห์หน้า

เยอรมนีประกาศล็อกดาวน์คนไม่ฉีดวัคซีน ขณะที่ผู้นำสนับสนุนแนวคิดการบังคับฉีดวัคซีน ซึ่งหากผ่านการโหวตในรัฐสภา จะมีผลบังคับใช้เดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า

สวิตเซอร์แลนด์พบผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอนที่โรงเรียนนานาชาติแห่งหนึ่ง สั่งกักตัวประชาชน 2,000 คน ซึ่งเป็นเด็ก 1,600 คน

มาเลเซียพบผู้ติดเชื้อโอไมครอนครั้งแรกในผู้ที่เดินทางมาจากแอฟริกาใต้ เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน

วันอาทิตย์ที่ 5 ธันวาคม 2564

WHO เผยพบเชื้อโอไมครอนแล้วอย่างน้อย 38 ประเทศ แต่ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต อย่างไรก็ตาม มีการเตือนว่า ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในยุโรปจำนวนมากกว่าครึ่ง อาจติดเชื้อจากโอไมครอนในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้า

วันจันทร์ที่ 6 ธันวาคม 2564

กระทรวงสาธารณสุขยอมรับ พบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอไมครอนรายแรกของประเทศไทย เป็นชายไทยอายุ 35 ปี สัญชาติอเมริกันเดินทางมาจากสเปน จ่อเพิ่มมาตรการตรวจจีโนมถี่ขึ้น-เข้มชายแดนมาเลเซีย ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ถกด่วน ศบค.

สหรัฐพบผู้ติดเชื้อโอไมครอนใน 16 รัฐ หรือในรัฐเกือบ 1 ใน 3 ของทั้งประเทศ อย่างไรก็ตาม สายพันธุ์เดลต้ายังคงเป็นสายพันธุ์หลักที่แพร่ระบาดในสหรัฐ

วันอังคารที่ 7 ธันวาคม 2564

สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้า (- ก.พ.65) ลดลงมาจากเดือนก่อนหน้าแต่ยังคงอยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรง” (Bullish) ที่ระดับ 135.16 ปรับตัวลดลง 19.9% ผลมาจากสถานการณ์โควิดสายพันธุ์ไอโมครอนเข้ามากระทบ

วันพุธที่ 8 ธันวาคม 2564

ศบค. แถลงพบคนไทยอีก 2 ราย ติดเชื้อโอไมครอนจากไนจีเรีย เป็นล่าม เดินทางไปกับชาวต่างชาติอีก 17 คน ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน ส่วนคนไทยอีก 1 รายในคณะเดียวกันบินต่อไปสวีเดน ผลตรวจเป็นบวกเช่นกัน ล่าสุดระบาดแล้ว 56 ประเทศ

ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เผยผลทดสอบทีมวิจัยจากแอฟริกาใต้ พบโควิด “โอไมครอน” หนีภูมิวัคซีนไฟเซอร์ถึง 41.1 เท่า เมื่อเทียบสายพันธุ์เบต้า

รัฐควีนส์แลนด์ของออสเตรเลียพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์คล้ายโอไมครอน อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อมูลมากพอว่ามันหมายความว่าอย่างไร ทั้งในแง่ความรุนแรงและการต้านประสิทธิภาพของวัคซีน

แอนโทนี เฟาซี หัวหน้าคณะที่ปรึกษาทางการแพทย์ของประธานาธิบดี โจ ไบเดน เผยโอไมครอนอาจไม่ได้รุนแรงไปกว่าสายพันธุ์ที่พบก่อนหน้านี้

วันพฤหัสบดีที่ 9 ธันวาคม 2564

ประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อโอไมครอนรายที่ 4 เป็นชายไทยอายุ 41 ปี เดินทางจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก เข้าไทยผ่านระบบไม่กักตัว (Test and go) มีประวัติรับวัคซีนแอสตร้าฯ 2 เข็ม

โอไมครอนลุกลามใน 62 ประเทศทั่วโลก ยอดยืนยันการติดเชื้อโอไมครอน 2,325 ราย รอการยืนยันอีก 78,063 ราย ประเทศที่พบผู้ติดเชื้อโอไมครอนสูงสุดในเวลานี้คือ เดนมาร์ก จำนวนที่ยืนยัน 577 ราย รองลงมาคืออังกฤษยืนยันแล้ว 568 ราย ในขณะที่การแพร่ระบาดในสหรัฐอเมริกาก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว กระจายออกไปเป็น 21 รัฐแล้ว มีจำนวนยืนยันการติดเชื้อรวม 71 ราย รอยืนยันอีก 18 ราย

วันศุกร์ที่ 10 ธันวาคม 2564

WHO แสดงความกังวลว่าประเทศร่ำรวยอาจเริ่มกักตุนวัคซีนป้องกันโควิด-19 อีกครั้ง เพื่อรับมือกับโควิดสายพันธุ์โอไมครอน ซึ่งอาจส่งผลต่อการจัดหาวัคซีนทั่วโลก

สิงคโปร์ตรวจพบโควิดสายพันธุ์โอไมครอนในประเทศครั้งแรก เป็นพนักงานสนามบินหญิงอายุ 24 ปี ที่ได้รับวัคซีนครบแล้วและไม่แสดงอาการใด ๆ สาธารณสุขเตือนมีแนวโน้มตรวจพบผู้ติดเชื้อโอไมครอนมากขึ้น

วันเสาร์ที่ 11 ธันวาคม 2564

ศบค. เผยประเทศพบโควิดโอไมครอนกระะจายแล้ว 65 ประเทศทั่วโลก

วันจันทร์ที่ 13 ธันวาคม 2564

นายกรัฐมนตรีอังกฤษยืนยัน พบผู้เสียชีวิตจากโอไมครอนรายแรกแล้ว ยอมรับมีผู้ติดเชื้อโอไมครอนประมาณ 40% ของผู้ติดเชื้อในกรุงลอนดอน พร้อมคาดว่า “พรุ่งนี้ผู้ติดเชื้อในกรุงลอนดอนส่วนใหญ่จะเป็นเชื้อโอไมครอน”

สื่อทางการจีนรายงาน จีนพบผู้ติดเชื้อโอไมครอนรายแรกของประเทศ

วันอังคารที่ 14 ธันวาคม 2564

ไฟเซอร์เผยว่า ยาเม็ดแพกซ์โลวิดที่เพิ่งขออนุมัติใช้งานฉุกเฉินจาก FDA สหรัฐไปนั้น มีประสิทธิภาพสูงถึง 89% อีกทั้งยังต้านไวรัสสายพันธุ์โอไมครอนได้ด้วย โดยกลุ่มตัวอย่างใหม่ที่ทำการทดสอบจำนวน 1,000 ราย ผู้ที่ได้รับยาจริงไม่มีอาสาสมัครเสียชีวิต ส่วนกลุ่มที่ได้รับยาหลอกเสียชีวิตจำนวน 12 ราย ซึ่งต้องรอการอนุมัติใช้จาก FDA สหรัฐ

ออกซฟอร์ดเผยวัคซีนไฟเซอร์และแอสตร้าเซนเนก้า 2 เข็ม ไม่อาจป้องกันโอไมครอนได้ ชี้จำเป็นต้องพัฒนาวัคซีนสู้โอไมครอนโดยเฉพาะ แม้มีผลลดประสิทธิภาพกันเชื้อเดลต้า

ผู้เชี่ยวชาญฝรั่งเศส เตือน ฝรั่งเศสอาจเจอระบาดรอบที่ 6 จากโอไมครอนต้นปีหน้า ด้านจีนเจอความท้าทายนโยบายโควิดเป็นศูนย์ หลังพบติดเชื้อโอไมครอนรายแรก

ประเทศไทยยืนยันพบผู้ติดเชื้อโอไมครอนแล้ว 8 ราย ส่วนอีก 3 รายอยู่ระหว่างรอผลตรวจยืนยัน

กระทรวงสาธารณสุขเผยโอไมครอนติดง่ายแพร่เชื้อเร็ว คาดไทยพบการระบาดมากขึ้นหลังปีใหม่ ยันวัคซีน-ยารักษาโควิดช่วยได้ระดับหนึ่ง ด้านความรุนแรงโอไมครอนขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ติดเชื้อ เฉลี่ย 1 พันคน พบอาการหนัก 5%



หมอยงขอประชาชนฉีดวัคซีนครบ 2 และ 3 เข็มก่อน ส่วนเข็ม 4 ไว้ใช้เมื่อจำเป็น ชี้ต้องรอเวลาให้องค์ความรู้เพิ่มขึ้น-พัฒนาวัคซีนรุ่นใหม่

วันพุธที่ 15 ธันวาคม 2564

WHO เตือนว่า มีความเป็นไปได้ที่ไวรัสกลายพันธุ์ “โอไมครอน” น่าจะกระจายไปเกือบทุกประเทศแล้ว หลังล่าสุดมีการยืนยันว่าพบผู้ป่วยจากโอไมครอนใน 77 ประเทศ/เขตแดนทั่วโลก

กัมพูชาพบผู้ติดเชื้อโอไมครอนรายแรก เป็นหญิงตั้งครรภ์เดินทางจากกานา แวะเปลี่ยนเครื่องที่ดูไบ และกรุงเทพฯ

มหาวิทยาลัยฮ่องกง เผยวิจัยเบื้องต้นพบวัคซีนซิโนแวคสองเข็ม ไม่สามารถป้องกันเชื้อโอไมครอนได้

ศบค.เผยการระบาดของโอไมครอนในประเทศไทยยังน้อย และผู้ที่เดินทางเข้าไทยอัตราการติดเชื้อโควิดยังต่ำ

ดร.พล เบอร์ตัน ผู้บริหารด้านการแพทย์โมเดอร์นา เตือน จับตาการระบาดของโอไมครอน เร็ว ๆ นี้ อาจจับตัวเข้ากับสายพันธุ์เดลต้า ทำให้เกิดสายพันธุ์ใหม่ที่อันตรายมากขึ้น

วันพฤหัสบดีที่ 16 ธันวาคม 2564

อียูคาดว่าโอไมครอนจะกลายเป็นสายพันธุ์หลักที่ระบาดในยุโรปตั้งแต่กลางเดือนมกราคมเป็นต้นไป

ฝรั่งเศสประกาศจำกัดการเดินทางจากอังกฤษ โดยให้ผู้ที่เดินทางจากอังกฤษต้องกักตัวเป็นเวลา 48 ชั่วโมง เริ่มตั้งแต่เที่ยงคืนวันเสาร์เป็นต้นไป

นอร์เวย์เข้ม ห้ามขายแอลกอฮอล์ช่วงปีใหม่ อย่างน้อย 1 เดือน สกัดโอไมครอนระบาด

วันศุกร์ที่ 17 ธันวาคม 2564

ผลวิจัยชี้วัคซีน 3 ชนิด ป้องกันโควิดสายพันธุ์โอไมครอนแทบไม่ได้ พร้อมเผยชื่อวัคซีนที่ระดับการป้องกันโอไมครอนลดลงน้อยสุด

วันเสาร์ที่ 18 ธันวาคม 2564

อังกฤษทำลายสถิติผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่สูงสุดเป็นวันที่ 3 โดยช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา พบผู้ติดเชื้อมากถึง 93,045 คน ในจำนวนนี้มี 3,201 คน ติดเชื้อโอไมครอน ซึ่งเป็นจำนวนที่พบมากที่สุดภายใน 1 วันของอังกฤษ และโอไมครอนได้กลายเป็นสายพันธุ์หลักที่ระบาดในแคว้นสกอตแลนด์และกรุงลอนดอนแล้ว

วันอาทิตย์ที่ 19 ธันวาคม 2564

นายปรีดา เชื้อผู้ดี ที่ปรึกษาจุฬาราชมนตรี เผยพบผู้ติดเชื้อโอไมครอนจำนวนหลายรายในเขตตำบลท่าอิฐ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

ขณะที่จังหวัดปัตตานีพบผู้ติดเชื้อโอไมครอนจากแสวงบุญที่ซาอุฯ เจ้าหน้าที่ยันวางมาตรการในการรักษาและป้องการอย่างเข้มงวดรัดกุมอย่างเต็มที่ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดสู่ภายนอก

เนเธอร์แลนด์ประกาศล็อกดาวน์ทั่วประเทศ ขอให้ประชาชนอยู่แต่ภายในบ้าน ยกเว้นกรณีจำเป็น รวมทั้งจำกัดการพบปะภายในครัวเรือนอนุญาตให้มีผู้มาเยี่ยมได้ ไม่เกิน 2 คนต่อครัวเรือน ก่อนปรับเพิ่มให้เป็น 4 คน ได้ในช่วงเทศกาลคริสต์มาส 24 ถึง 26 ธันวาคม รวมทั้งวันที่ 31 ธันวาคม และวันปีใหม่

อังกฤษเผยผลวิจัยโอไมครอนเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อซ้ำมากกว่าสายพันธุ์เดลต้ามากถึง 5 เท่า และยังไม่พบข้อบ่งชี้ว่าโอไมครอนมีความรุนแรงน้อยกว่าเดลต้า

วันจันทร์ที่ 20 ธันวาคม 2564

กระทรวงสาธารณสุขไทย ประกาศพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอไมครอนรายแรกในประเทศ เป็นหญิงอายุ 49 ปี ที่คาดว่าจะติดเชื้อจากสามีนักบินชาวโคลอมเบีย ที่เดินทางมาจากไนจีเรีย นอกจากนี้ยังเผยด้วยว่า ประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อโอไมครอน รวมทั้งสิ้น 63 รายแล้ว

ดร.แอนโทนี เฟาซี ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อและหัวหน้าทีมที่ปรึกษาด้านสาธารณสุขของประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐอเมริกา ระบุว่า ไวรัสโควิดกลายพันธุ์โอไมครอนได้แพร่ระบาดไปทั่วโลกแล้ว

โมเดอร์นาเผยฉีดเข็ม 3 ของบริษัทในปริมาณ 50 ไมโครกรัม ช่วยเพิ่มระดับแอนติบอดีได้ 37 เท่า ขณะที่การฉีดวัคซีนในประมาณ 100 ไมโครกรัม ซึ่งเป็นการฉีดครบโดส จะเพิ่มระดับแอนติบอดีได้ 83 เท่า เมื่อเทียบกับระดับก่อนฉีดเข็มกระตุ้น

แพทย์อังกฤษค้นพบว่า ผู้ป่วยโอไมครอนมีอาการเหงื่อออกตอนกลางคืนขณะนอนหลับ

อิสราเอลห้ามประชาชนเดินทางไป 10 ประเทศ รวมถึงสหรัฐ-แคนาดา หวังสกัดโอไมครอน

วันที่ 21 ธันวาคม 2564

WHO เรียกร้องให้ยกเลิกแผนการจัดงานช่วงเทศกาลปีใหม่ เตือน ยกเลิกวันนี้ดีกว่าต้องเสียใจภายหลัง อย่างไรก็ตาม ไม่สนับสนุนให้แต่ละประเทศล็อกดาวน์เพื่อสกัดโอไมครอน พร้อมยืนยันถึงความสำคัญของวัคซีน

การประชุมเศรษฐกิจโลกประจำปี หรือ “เวิลด์ อีโคโนมิค ฟอรั่ม” ที่เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ ระหว่าง 17-21 มกราคม ถูกเลื่อนออกไป เนื่องจากความกังวลด้านสาธารณสุขเกี่ยวกับการระบาดของไวรัสกลายพันธุ์โอไมครอน

สหรัฐฯพบผู้เสียชีวิตจากโอไมครอนรายแรก ขณะที่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ (CDC) เผยว่า ในบรรดาผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ของประเทศ 73.2% เป็นการติดเชื้อโอไมครอน

ที่ประชุม ศบค.นัดพิเศษ มีคำสั่งให้ยกเลิกการใช้มาตรการ Test and Go หลังจากพบผู้ที่เดินทางเข้ามาติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนเป็นจำนวนมาก ดังนั้น จากนี้ผู้ที่จะเดินทางเข้ามายังประเทศไทยโดยจะต้องเข้าสู่มาตรการกักตัวเพื่อรอยืนยันผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR ส่วนผู้อยู่ระหว่างการเดินทางเข้ามาในขณะนี้ หรือเรียกว่ากลุ่มค้างท่อจะมีการปรับมาตรการให้เหมาะสม พร้อมยืนยันว่าจะไม่ปรับมาตรการช่วงปีใหม่

กระทรวงสาธารณสุขหวั่นประชาชนติดโควิดโอไมครอนช่วงปีใหม่ แนะชะลอท่องเที่ยวต่างประเทศ ย้ำฉีดวัคซีนครบตามเกณฑ์ ตรวจคัดกรองเชื้อโควิดเมื่อกลับจากเดินทาง

วันที่ 22 ธันวาคม 2564

พบการระบาดของโอไมครอนแล้วในอย่างน้อย 95 ประเทศ ในสหรัฐฯมีการระบาดแล้วใน 47 รัฐ รวมถึงวอชิงตันดีซี

ไทยปรับมาตรการป้องกันโอไมครอน เจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐห้ามลาไปต่างประเทศยกเว้นมีเหตุจำเป็น, คนไทยที่จะเดินทางต่างประเทศให้ชะลอหรือยกเลิกการเดินทางที่ไม่จำเป็น โดยเฉพาะเดินทางไปประเทศทางทวีปยุโรป อเมริกา แอฟริกา ตะวันออกกลาง

อิสราเอลห้ามประชาชนเดินทางไป 10 ประเทศ ได้แก่ เบลเยียม เยอรมนี ฮังการี อิตาลี โมร็อกโก โปรตุเกส สวิตเซอร์แลนด์ ตุรกี สหรัฐ และแคนาดา หวังสกัดโอไมครอน หลังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

วันที่ 23 ธันวาคม 2564

แพทย์และที่ปรึกษาด้านการแพทย์ของสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศเผย ผู้โดยสารเครื่องบินมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 2-3 เท่าที่จะติดเชื้อไวรัสโควิดสายพันธุ์โอไมครอนระหว่างเที่ยวบิน โดยเที่ยวบินชั้นธุรกิจมีแนวโน้มปลอดภัยมากกว่าชั้นประหยัด แนะนำผู้โดยสารหลกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกัน และสวมหน้ากากอนามัยอย่างเคร่งครัด

สิงคโปร์เตรียมยกเลิกการจำหน่ายตั๋วเครื่องบินและรถประจำทางขาเข้าประเทศภายใต้ระบบเข้าเมืองไม่ต้องกักตัว เป็นเวลา 4 สัปดาห์ เริ่มตั้งแต่ 23 ธันวาคม 2564 ถึง 20 มกราคม 2565 เพื่อสกัดโอไมครอน ทั้งนี้ ภายใต้โครงการ Vaccinated travel lane (VTL) รัฐบาลสิงคโปร์อนุญาตให้ผู้เดินทางจากบางประเทศที่ฉีดวัคซีนครบและเดินทางมาพร้อมกับเที่ยวบินและรถโดยสารที่กำหนด สามารถเข้าเมืองได้โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการกักตัว

วันที่ 24 ธันวาคม 2564

ศบค. เผยการศึกษาโอไมครอนในต่างประเทศพบว่า โอไมครอนกลายเป็นสายพันธุ์หลักแทนสเดลต้าแล้วในสหรัฐฯ โดยพบผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่มเป็น 73% ใน 1 สัปดาห์ ส่วนที่อังกฤษพบว่าผู้ติดเชื้อโอไมครอนอาการหนักรักษาตัวในโรงพยาบาลน้อยกว่าเดลต้า และโอกาสติดโอไมครอนสูงกว่าเดลต้าในผู้อาศัยอยู่ร่วมบ้านกัน ขณะที่ฮ่องกงพบว่า โอไมครอนส่วนใหญ่อยู่ในหลอดลม ไม่ลงปอด จึงแพร่กระจายเชื้อได้ง่ายกว่า และโอไมครอนสามารถหลบภูมิคุ้มกันในผู้ฉีดวัคซีน 2 เข็ม หรือเคยป่วยมาก่อน

แอสตร้าเซนเนก้าเผยผลวิจัยที่บ่งชี้ว่า วัคซีนป้องกันโควิดโดสที่ 3 ของแอสตร้าเซนเนก้า มีประสิทธิภาพในการป้องกันโอไมครอนได้ โดยมีระดับการลบล้างฤทธิ์คล้ายคลึงกับประสิทธิภาพในการป้องกันไวรัสสายพันธุ์เดลต้า หลังจากการฉีดวัคซีน 2 โดส

อังกฤษพบผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ 106,122 ราย สูงที่สุดตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาด โดยเป็นผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอไมครอนสะสม 195 ราย และเสียชีวิตสะสม 18 ราย

สิงคโปร์พบผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอนที่ยืนยันแล้ว 71 ราย เป็นผู้ติดเชื้อที่เดินทางจากต่างประเทศ 65 ราย ในจำนวนนี้ เป็นผู้เดินทางเข้าประเทศด้วยช่องทางพิเศษชนิด Vaccinated Travel Lane (VTL) มากถึง 53 ราย ส่วนใหญ่เป็นพลเมืองสิงคโปร์

วันที่ 25 ธันวาคม 2564

ญี่ปุ่นอนุมัติให้ใช้ยาโมลนูพิราเวียร์สำหรับสำหรับรักษาผู้ติดเชื้อภายในประเทศ ทั้งนี้ ยาดังกล่าวเป็นยาต้านโควิดชนิดเม็ด ซึ่งบริษัทผู้ผลิตระบุว่า มีประสิทธิภาพในการต้านเชื้อโควิดได้ทุกสายพันธุ์ที่ผ่านมา รวมถึงสายพันธุ์เดลต้า และมีแนวโน้มที่จะสามารถต้านสายพันธุ์โอไมครอนได้

จีนพบผู้ติดโควิดรายใหม่สูงถึง 140 คน ซึ่งสูงที่สุดในรอบ 4 เดือน โดยในจำนวนนี้ 87 คนเป็นการติดเชื้อในประเทศ ขณะที่เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม พบผู้ติดเชื้อในจีนเพียง 55 คนเท่านั้นผู้ติดเชื้อรายใหม่ส่วนใหญ่อยู่ในเมืองซีอาน มณฑลฉ่านซี ซึ่งประชากร 13 ล้านคนในเมืองถูกล็อกดาวน์ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 23 ธันวาคม โดยในวันที่ 24 ธันวาคม มีรายงานพบผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงสุดในรอบปี ซึ่งเป็นการติดเชื้อในประเทศถึง 75 คน

เว็บไซต์ FlightAware ระบุว่า มีการยกเลิกเที่ยวบินกว่า 4,500 เที่ยวบินทั่วโลกในวันที่ 24-25 ธันวาคม และอีกหลายพันเที่ยวบินต้องประสบปัญหาล่าช้าไม่เป็นไปตามกำหนด ซึ่งเป็นผลจากการแพร่ระบาดของไวรัสกลายพันธุ์โอไมครอน

วันที่ 26 ธันวาคม 2564

สำนักงานสถิติอังกฤษคาด เป็นไปได้ว่าชาวลอนดอน 1 ใน 10 คน ติดเชื้อโอไมครอน หลังจากอังกฤษพบผู้ป่วยโควิดรายใหม่เป็นประวัติการณ์ โดยมีจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันถึง 119,789 ราย เพิ่มจาก 106,122 รายในวันก่อนหน้า ขณะที่สายพันธุ์โอไมครอนแพร่กระจ่ายไปทั่วประเทศแล้ว

สายการบินต่าง ๆ ในสหรัฐฯประกาศยกเลิกเที่ยวบินไปอีก 957 เที่ยว เมื่อวันที่ 25 ธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันที่สองต่อเนื่องกันที่ทางสายการบินต้องยกเลิกเที่ยวบินเป็นจำนวนมาก หลังจากในวันที่ 24 ธันวาคม มีการยกเลิกเที่ยวบินไปมากถึง 690 เที่ยวบิน แม้ว่าจะยังอยู่ในช่วงเทศกาลคริสต์มาส ซึ่งเป็นเทศกาลที่คนอเมริกันใช้บริการสายการบินสูงสุดในแต่ละปี สาเหตุสำคัญที่ทำให้ต้องยกเลิกเที่ยวบินกะทันหันนั้น สืบเนื่องจากนักบินและพนักงานต้อนรับ รวมทั้งพนักงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ติดเชื้อโควิดและต้องกักแยกตัว

พบผู้ติดเชื้อโอไมครอนที่ได้รับการยืนยันแล้วใน 114 ประเทศและเขตปกครอง ยอดผู้ติดเชื้อยืนยันทั่วโลกพุ่งขึ้นเป็น 184,397 คน รอการยืนยันอีก 31 คน โดยอังกฤษซึ่งเป็นประเทศที่มีการแพร่ระบาดสูงสุด ยอดติดเชื้อยืนยันเพิ่มขึ้นเป็น 114,625 คนแล้ว และมีผู้เสียชีวิตจากโอไมครอนเพิ่มเป็น 29 คน

วันที่ 27 ธันวาคม 2564

กระทรวงสาธารณสุขประเมินสถานการณ์โอไมครอนในไทย ติดเชื้อแล้ว 14 จังหวัด ชี้มาตรการหย่อนสุด ติดเชื้อ 3 หมื่นราย/วัน ตายสูงวันละ 180 ราย

กรมการแพทย์เผยอาการเบื้องต้นผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอไมครอนที่มีอาการ 41 ราย พบว่ามีอาการ ไอ 54 % เจ็บคอ 37% ไข้ 29% ปวดกล้ามเนื้อ 15% มีน้ำมูก 12% ปวดศีรษะ 10% หายใจลำบาก 5% ได้กลิ่นลดลง 2% ยาที่ใช้ในการรักษาคือ ฟาวิพิราเวียร์ พบว่า 10 ราย อาการดีขึ้น ใน 24–72 ชั่วโมง หลังรับยาและให้จนครบ 5 วัน

ออสเตรเลียพบผู้เสียชีวิตจากโอไมครอนรายแรก ผู้เสียชีวิตติดเชื้อจากศูนย์ดุแลผู้สูงอายุและเสียชีวิตที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในนครซิดนีย์ ขณะที่โอไมครอนระบาดหนัก 117 ประเทศทั่วโลก

ฝรั่งเศสพบจำนวนผู้ป่วยรายวันเกิน 100,000 คนเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ขึ้น ขณะที่จำนวนผู้ที่ต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลก็เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในเดือนที่ผ่านมา โดยผู้ติดเชื้อรายใหม่ส่วนใหญ่มีความเชื่อมโยงกับโอไมครอน ด้านผู้เชี่ยวชาญของรัฐบาลคาดการณ์ว่าโอไมครอนจะกลายเป็นโควิดสายพันธุ์หลักในฝรั่งเศสในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

วันที่ 28 ธันวาคม 2564

นพ. แอนโทนี เฟาซี แพทย์ใหญ่ประจำคณะทำงานด้านการควบคุมโรคโควิด-19 ของทำเนียบขาวเปิดเผยว่า โอไมครอนแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วทั่วโลก ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่จะดีใจ แม้ผลการวิจัยบ่งชี้ว่า ไวรัสสายพันธุ์นี้มีความรุนแรงน้อยกว่าในแง่แนวโน้มของการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เผยขณะนี้ประเทศไทยเตือนภัยโควิดระดับ 3 โดยสามารถไปสถานที่เสี่ยงได้แต่ควรเป็นระบบเปิด อากาศถ่ายเทสะดวก คนไม่แออัด ดื่มสุราได้ การรวมตัวหมู่มากไม่ควรเกิน 200 คน ดำเนินกิจการตาม COVID Free Setting เดินทางข้ามจังหวัดได้ หากเกิน 4 ชั่วโมงควรมีการตรวจ ATK ป้องกันตนเองสูงสุดตลอดเวลา สวมหน้ากาก 100% ชะลอการเดินทางไปต่างประเทศ

ผลการวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ในแอฟริกาใต้ซึ่งยังไม่ผ่านการตรวจสอบจากเพื่อนร่วมอาชีพระบุว่า การติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันต่อเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์เดลต้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่เคยฉีดวัคซีนแล้ว

วันที่ 29 ธันวาคม 2564

WHO เตือนว่าการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วของโควิด สายพันธุ์เดลต้าและโอไมครอนทั่วโลกเปรียบเสมือน “สึนามิ” เรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ แบ่งปันวัคซีนอย่างเท่าเทียม ทั้งนี้ WHO คาดการณ์ว่า หากสามารถฉีดวัคซีนให้แก่ประชากรทั่วโลกได้ร้อยละ 70 จะสามารถช่วยให้การหยุดยั้งการแพร่ระบาดเร็วขึ้น และอาจสิ้นสุดในปลายปี 2565 แต่เชื้อโควิดจะยังคงอยู่ต่อไป

พบโควิดสายพันธุ์โอไมครอนในประเทศไทยแล้ว 8.91% หลังเปิดประเทศ (ข้อมูลวันที่ 1 พ.ย. – 28 ธ.ค. 64)

ผลวิจัยชี้โอไมครอนไม่สามารถหลบหลีกทีเซลล์ ซึ่งเปรียบเสมือนแนวป้องกันชั้นที่ 2 ของระบบภูมิคุ้มกันได้ ซึ่งสนับสนุนแนวคิดของแพทย์ในแอฟริกาใต้ที่ในเบื้องต้นสงสัยว่า เหตุใดผู้ติดเชื้อโอไมครอนส่วนใหญ่จึงไม่ป่วยหนัก

นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า การแพร่ระบาดของโควิดในประเทศไทยที่พบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอไมครอนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สปสช. ได้จัดเตรียมระบบการเบิกจ่ายงบประมาณเตรียมพร้อม “ระบบการดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่บ้าน” (Home Isolation : HI) ได้แก่ ค่าบริการเหมาจ่ายล่วงหน้า ปรับเป็นจำนวน 1,000 บาท โอนให้หน่วยบริการทุกสัปดาห์ ซึ่งในระหว่างการดูแลผู้ป่วย หน่วยบริการสามารถเบิกค่าดูแลเพิ่มเติมตามรายการที่กำหนด

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ แนะทำความรู้ยารักษาโควิด “โซโทรวิแมบ” รักษาโควิดได้ทุกสายพันธุ์ ต้านโอไมครอนได้

วันที่ 30 ธันวาคม 2564

นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข แจงฉากทัศน์ที่คาดการณ์จะพบผู้ติดเชื้อสูงสุดถึงวันละ 30,000 ราย หากพบการระบาดของสายพันธุ์โอไมครอนในช่วงปีใหม่จำนวนมาก เป็นการคาดการณ์ในสถานการณ์ที่แย่ที่สุด กรณีที่ไม่ร่วมกันปฏิบัติตามมาตรการป้องกันควบคุมโรค แต่ที่ผ่านมาประชาชนร่วมมือดีมาก ทำให้สถานการณ์ติดเชื้อจริงดีกว่าที่คาดการณ์ไว้

นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ตอบข้อสงสัย การสวมหน้ากากผ้าไม่สามารถป้องกันโควิดสายพันธุ์โอไมครอน แม้จะสวมใส่หน้ากาก N95 หากใส่ไม่ถูกวิธี ก็ไม่สามารถป้องกันได้ 100% ขึ้นอยู่กับวิธีการใส่ หน้ากากผ้าที่แนะนำ ควรเป็นผ้าที่มีคุณสมบัติดี เช่น ผ้ามัสลิน และควรใส่ให้ถูกวิธี หน้ากากผ้ายืนยันว่ายังช่วยป้องกันความเสี่ยงได้

วันที่ 31 ธันวาคม 2564

ประเทศไทยพบโอไมครอนทะลุพันราย พบมากสุด 3 จังหวัด “กทม.-กาฬสินธุ์-ภูเก็ต” อธิบดีกรมวิทย์ชี้รักษาไม่ต่างกับพันธุ์อื่น ไม่จำเป็นต้องถอดรหัสพันธุกรรมคนติดเชื้อทุกคน

ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เผยในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด สายพันธุ์โอไมครอนกลุ่มที่เป็นห่วงมากที่สุดคือเด็กที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน ซึ่งขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการและอาหารได้ขึ้นทะเบียนวัคซีนในกลุ่มเด็กอายุ 5-11 ปี เรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะเริ่มฉีดได้ในช่วงเดือนกุมภาพันธุ์ 2565 นี้

นพ.นิธิ มหานนท์ เลขาธิการาชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ขอประชาชนอย่าตระหนกโอไมครอน แนะฉีดวัคซีนกระตุ้นตามระยะเวลา-รับผิดชอบต่อสังคมงดพฤติกรรมเสี่ยง-ป้องกันการแพร่เชื้อสู่ผู้อื่น-ลดสัมผัสกลุ่มเปราะบาง ประเมิน ก.ค.-ส.ค. 65 โควิดกลายเป็นโรคระบาดตามฤดูกาล

ยอดผู้ติดเชื้อโอไมครอนในเยอรมนีพุ่งสูงถึง 26% ภายในวันเดียว ทำให้ยอดสะสมอยู่ที่ 13,129 ราย รัฐมนตรีกระทรวงต่าง ๆ กำหนดประชุม 7 มกราคม เพื่อประเมินมาตรการป้องกันโรคที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน หลังจากเริ่มโครงการฉีดวัคซีนได้ประมาณ 1 ปี มีประชาชน 71% ได้รับการฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว

จอห์นสันแอนด์จอห์นสันเผยผลวิจัย เข็มกระตุ้นกันผู้ติดเชื้อโอไมครอนป่วยหนักได้ 85%

การแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วของโอไมครอนส่งผลให้จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ล่าสุดตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ในช่วงเช้าของวันที่ 31 ธันวาคมทั่วโลกอยู่ที่ 1,824,713 คน และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 6,474 ราย สหรัฐอเมริกายังเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงที่สุดที่ 543,024 คน และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 1,326 รายในหนึ่งวัน ถือเป็นประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตรายใหม่สูงที่สุดในโลก

วันที่ 1 มกราคม 2565

โอไมครอนระบาดแล้ว 130 ประเทศทั่วโลก ติดเชื้อสะสม 398,590 ราย เสียชีวิต 82 ราย

อังกฤษเผย การฉีดวัคซีนต้านโควิดเข็มกระตุ้นมีประสิทธิภาพในการป้องกันการเข้าโรงพยาบาลจากการติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งรวมถึงเชื้อโอมิครอนได้ 88%

WHO หวังโลกน่าจะเอาชนะการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ในปี 2565 พร้อมกับกระตุ้นให้ชาติต่าง ๆ ทำงานร่วมกันเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด

อินเดียห้ามรวมตัวฉลองปีใหม่ พร้อมออกมาตรการเคอร์ฟิว ช่วงกลางคืนตามเมืองใหญ่ ๆ และสั่งให้ร้านอาหารจำกัดปริมาณลูกค้า หลังมีผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ 13,154 ราย เสียชีวิต 268 รายในช่วง 24 ชั่วโมง นับเป็นตัวเลขยอดผู้ติดเชื้อรายวันสูงสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา ทั้งนี้ ผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอไมครอนทั่วทั้งประเทศอินเดียเพิ่มขึ้นเป็น 961 ราย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ